ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน
เดือนกรกฎาคม 2569 บริษัท พีทีที(ลาว) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) กับบริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด เพื่อร่วมศึกษาโครงการสถานีจอดและชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้า(EV Truck Park) แบบครบวงจรภายในโครงการอมตะซิตี้ นาหม้อ ที่เมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ และโครงการอมตะซิตี้ นาเตย เมืองน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว
เป้าหมายของ MOU ฉบับนี้ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์สีเขียวในภาคเหนือของลาว โดยพัฒนาสถานีจอดรถบรรทุก พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาร์จไฟให้กับรถบรรทุกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ในโครงการอมตะซิตี้ทั้ง 2 แห่ง
ตัวแทนผู้ลงนาม ประกอบด้วย วรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว และ พีรเวท ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที(ลาว)
เนื้อหาความร่วมมือใน MOU ให้บริษัท อมตะซิตี้ ลาว เป็นผู้จัดหาที่ดินและประสานงานด้านการลงทุนกับหน่วยงานรัฐของลาว ส่วนบริษัท พีทีที(ลาว) จะดูแลเรื่องเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบการชาร์จไฟฟ้าใน EV Truck Park
โครงการ EV Truck Park ถูกวางแผนให้เป็นศูนย์บริการครบวงจรสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าบนเส้นทางขนส่งสินค้าหลักในภาคเหนือของลาว โดยมีการติดตั้งระบบชาร์จไฟฟ้าแบบรวดเร็วพิเศษ(Utra-fast charging) ที่มีกำลังไฟสูงถึง 400 กิโลวัตต์ มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนขับรถบรรทุก และผู้ประกอบการ ได้แก่ ลานจอดรถบรรทุก ร้านค้าย่อย ห้องอาบน้ำ โรงแรมราคาประหยัด รวมถึงบริการเพื่อสนับสนุนการเดินทางระยะไกล
สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้การขนส่งด้วยรถบรรทุกไฟฟ้าในภาคเหนือของลาว มีประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และปลอดภัย…
อมตะซิตี้ นาหม้อ (AMATA Smart and Eco City Namor) เป็นโครงการเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของถนนสาย 13 เหนือ เขตเมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ บนพื้นที่สัมปทานกว่า 20,000 ไร่(เฟสแรก 6,000 ไร่)
จุดเด่นของโครงการนี้ คือที่ตั้ง ซึ่งอยู่บนเส้นทางคมนาคมและขนส่งสินค้าหลักในภาคเหนือของลาว ได้แก่ ถนนสาย 13 เหนือ และทางรถไฟลาว-จีน ห่างจากด่านชายแดนลาว-จีน(บ่อเต็น-บ่อหาน) ประมาณ 45 กิโลเมตร
บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เจ้าของโครงการนี้ ตั้งเป้าให้อมตะซิตี้ นาหม้อ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เป็นฮับของอุตสาหกรรมสีเขียว โครงการเกษตรอัจฉริยะ(Smart Farming) และฐานการผลิตและแปรรูปอาหาร เพื่อเชื่อมโยงตลาดในจีนกับภูมิภาคอาเซียน
อมตะซิตี้ นาเตย (AMATA Smart and Eco City Nateuy) เป็นโครงการเมืองทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างบนพื้นที่ 410 เฮคตา หรือ 2,562.5 ไร่ ทางทิศเหนือของสถานีรถไฟนาเตย ซึ่งเป็นสถานีรถไฟลำดับที่ 2 ของทางรถไฟลาว-จีน ถัดจากสถานีรถไฟบ่อเต็น
นาเตยอยู่เหนือขึ้นไปจากเมืองนาหม้อตามถนนสาย 13 เหนือ 27 กิโลเมตร ห่างจากชายแดนบ่อเต็น-บ่อหาน 20 กิโลเมตร
โครงการอมตะซิตี้ นาเตย เป็นโครงการพัฒนาที่ดินโครงการแรกบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น ในลาว มูลค่าการลงทุน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลลาวอนุมัติสัมปทานโครงการนี้เมื่อปี 2562 มีพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 หลังรถไฟลาว-จีนเริ่มวิ่งรับส่งผู้โดยสารอย่างเป็นทางการเพียง 1 เดือน…
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แขวงอุดมไซได้จัดการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐภายในแขวง กับบริษัท อมตะซิตี้ ลาว ประเด็นการพูดคุยเป็นการหารือเรื่องการลงทุนโครงการเมืองอุตสาหกรรมทันสมัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การประชุมจัดที่เมืองนาหม้อ มีสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรี ผู้ประจำการรัฐบาล ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการลงทุนขั้นศูนย์กลาง , วงสะหวัน ไซยะวง ประธานคณะกรรมการปกครองแขวงอุดมไซ และยังเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการลงทุนแขวงอุดมไซ รวมถึงรองรัฐมนตรี และหัวหน้าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
รองนายกรัฐมนตรี สะเหลิมไซ กมมะสิด ได้กล่าวกับที่ประชุม โดยชี้จุดที่อยากให้องค์การปกครองแขวงอุดมไซต้องเน้นและให้ความสำคัญ ประกอบด้วย
- เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในแขวงเพื่อรองรับการลงทุนที่จะมีเข้ามา พร้อมทั้งส่งเสริม ดึงดูดการลงทุน ทั้งจากภายในและต่างประเทศในแขวงให้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการเมืองอุตสาหกรรมทันสมัย อมตะซิตี้ นาหม้อ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน สร้างรายรับ และผลประโยชน์ต่างๆให้แก่ท้องถิ่น
- แขวงต้องคอยกำกับ ติดตาม และสนับสนุนโครงการลงทุนทั้งหลายภายในแขวงให้ปฏิบัติตามสัญญา ระเบียบ กฎหมาย รวมถึงรับประกันความสงบ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในแขวง เพื่อให้โครงการเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ของแขวงอย่างแท้จริง ในทางกลับกัน ต้องดูแล จัดการอย่างเข้มงวดกับโครงการที่ไม่เคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวแล้ว แต่ไม่เกิดประสิทธิผล
- ให้แก้ไขทุกปัญหาที่ค้างคาอยู่ภายในแขวงให้เรียบร้อยโดยเร็ว ด้วยความรับผิดชอบ
อุดมไซเป็นแขวงที่ตั้งอยู่ใจกลางภาคเหนือของลาว เป็นศูนย์กลางโครงข่ายคมนาคมวงกว้างที่เชื่อมต่อไปถึงจีน ไทย เวียดนาม รวมถึงเมียนมา
ไม่เพียงบริษัทอมตะ คอร์ปอเรชั่น แต่นักลงทุนจากจีนได้ให้ความสำคัญกับแขวงอุดมไซมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2513 สมัยสงครามกู้ชาติและเปลี่ยนแปลงการปกครองของลาว รัฐบาลจีนได้ใช้แขวงอุดมไซเป็นศูนย์กลางสำหรับส่งความช่วยเหลือให้กับขบวนการปะเทดลาว ช่วยปรับปรุงเส้นทางคมนาคมหลายจุดเพื่อใช้ส่งกำลังบำรุง
ก่อนหน้านี้ จีนเคยเข้ามาตั้งสถานกงศุลอยู่ในแขวงอุดมไซ แต่ปัจจุบัน สถานกงศุลจีนที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือได้ย้ายไปอยู่ที่หลวงพระบาง อาคารที่เป็นสถานกงศุลเดิมเปลี่ยนเป็นโรงแรม
นาหม้อเป็นเมืองเหนือสุดของแขวงอุดมไซ และเป็น 1 ใน 5 เมืองของลาว ที่มีชายแดนติดกับจีน พรมแดนนาหม้อ-จีน ยาว 18.7 กิโลเมตร ฝั่งตรงข้ามคือเมืองหล้า เขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนา
พรมแดนลาว-จีน มีจุดเริ่มต้นจากสามเหลี่ยมทองคำตอนบน จุดบรรจบ 3 ประเทศ ลาว-จีน-เมียนมา ทางฟากตะวันตก ไปถึงจุดบรรจบ 3 ประเทศ ลาว-จีน-เวียดนาม ในฟากตะวันออก ความยาวรวม 505 กิโลเมตร หรือ 314 ไมล์ มีด่านพรมแดนหลักที่เป็นด่านสากล 2 จุด คือ ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ตรงข้ามกับเมืองบ่อหาน เขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน กับด่านลานตุ้ย แขวงผ้งสาลี ตรงข้ามกับด่านเหมิ่งคาง เขตปกครองตนเองชนชาติฮานิและอี๋ เจียงเฉิง จังหวัดผูเอ่อร์
5 เมืองชายแดนของลาวที่ติดกับจีน ไล่จากฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันตก ประกอบด้วย เมืองยอดอู กับเมืองบุนใต้ แขวงผ้งสาลี เมืองนาหม้อ แขวงอุดมไซ เมืองบ่อเต็น และเมืองสิง แขวงหลวงน้ำทา
ถนนสาย 13 เหนือ เป็นถนน 2 เลน ทำให้การสัญจรและขนส่งสินค้า ไม่อาจทำความเร็วได้มาก หลายปีที่ผ่านมา เมืองนาหม้อจึงมักถูกใช้เป็นจุดพักรถบรรทุกสินค้าที่มาจากทั่วประเทศลาวและต้องการขนสินค้าขึ้นไปขายยังจีน และเป็นจุดพักรถบรรทุกสินค้าที่นำเข้าจากจีนทางด่านบ่อหาน-บ่อเต็น และขนลงไปกระจายต่อยังหลวงพระบางและเวียงจันทน์
ตั้งแต่ปี 2564 เศรษฐกิจภายในของเมืองนาหม้อและแขวงอุดมไซขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังมีการสร้างทางรถไฟลาว-จีน
สถานีรถไฟนาหม้อเป็นสถานีรถไฟลำดับที่ 3 บนทางรถไฟลาว-จีน ตั้งอยู่ริมถนนสาย 13 เหนือ ทางตอนเหนือของตัวเมืองนาหม้อ ห่างจากเขตเทศบาลนาหม้อขึ้นไปประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 375 กิโลเมตร
จากตัวเมืองนาหม้อขึ้นไปตามถนนสาย 13 เหนือ ประมาณ 27 กิโลเมตร เป็นสามแยกนาเตย จุดบรรจบระหว่างถนนสาย 13 เหนือ กับถนน R3a และเป็นที่ตั้งของโครงการอมตะซิตี้ นาเตย
ที่สามแยกนาเตย หากเลี้ยวซ้ายไปตามถนน R3a ประมาณ 28 กิโลเมตร เป็นทางแยกเพื่อเลี้ยวขวาเข้าไปสู่ตัวเมืองน้ำทา เมืองเอกของแขวงหลวงน้ำทา
จากเมืองน้ำทามีถนนสาย 17A ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร จะถึงเมืองสิง ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน มีด่านปางไฮ เชื่อมเมืองสิงกับเมืองหล้า เขตปกครองตนเองชนชาติไต สิบสองปันนา และเป็นเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนระหว่างจีนกับลาว ที่ใหญ่รองลงมาจากด่านบ่อเต็น-บ่อหาน
จากเมืองสิง มีถนนสาย 17B ต่อไปอีกประมาณ 80 กิโลเมตรถึงสะพานมิตรภาพลาว-เมียนมาข้ามแม่น้ำโขงที่เมืองลอง เป็นประตูการค้าหลักของลาวกับเมียนมา ฝั่งตรงข้ามคือเมืองเชียงลาบ จังหวัดท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน
จากสามแยกนาเตยไปตามถนนสาย R3a ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 210 กิโลเมตร จะไปสิ้นสุดที่เมืองห้วยซาย แขวงบ่อแก้ว ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จุดเชื่อมต่อลาว-ไทย ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 และเป็นหน้าด่านการค้าหลักของไทยที่ส่งสินค้าขึ้นไปขายในจีน ผ่านลาว
จากสามแยกนาเตยวิ่งต่อไปตามถนนสาย 13 เหนือ อีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะไปสิ้นสุดที่ด่านชายแดนบ่อเต็น-บ่อหาน จุดเริ่มต้นของทางรถไฟลาว-จีน และระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว
ย้อนกลับไปยังตัวเมืองนาหม้อ เมื่อวิ่งลงไปทางทิศใต้ตามถนนสาย 13 เหนือ ประมาณ 54 กิโลเมตร จะถึงเมืองไซ เมืองเอกของแขวงอุดมไซ มีจุดตัดระหว่างถนนสาย 13 เหนือ กับถนนสาย 2E เมื่อเลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามถนนสาย 2E ประมาณ 200 กิโลเมตร ผ่านเมืองขวาและเมืองใหม่ แขวงผ้งสาลี จะไปสิ้นสุดที่ด่านปางฮัก ชายแดนลาว-เวียดนาม ฝั่งตรงข้ามคือเมืองเดียนเบียนฟู จังหวัดเดี่ยนเบียน ของเวียดนาม
หากเลี้ยวขวาลงมาทางถนน 2W อีกประมาณ 190 กิโลเมตร ผ่านเมืองปากแบ่ง เมืองเงิน จะมาสิ้นสุดที่ด้านชายแดนน้ำเงิน ตรงข้ามกับด่านชายแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
ปัจจุบัน กระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาว อยู่ระหว่างการปรับปรุงถนน 2E และ 2W ให้สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ 11 ตัน ตามมาตรฐานถนนอาเซียน ชั้น 3 โดยขยายผิวถนนให้กว้าง 7-9 เมตร และลาดแอสฟัลท์หนา 8 เซนติเมตร
การปรับปรุงถนน 2E และ 2W เป็น 1 ในโครงการระเบียงเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ SEARECC (Southeast Asia Regional Economic Corridor and Connectivity Project) ที่มีธนาคารโลกให้การสนับสนุนเงินทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงเส้นทางคมนาคมใน 5 แขวงภาคเหนือของลาว ได้แก่ อุดมไซ หลวงน้ำทา ผ้งสาลี หลวงพระบาง และไซยะบูลี ให้มีบทบาทสำคัญต่อเชื่อมโยงการขนส่งทางบก บริการโลจิสติกส์ ท่าบก ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ในภูมิภาค
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เหล็กไหล สีวิไล รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ได้ลงพื้นที่รับฟังรายงานความคืบหน้าการปรับปรุงถนนทั้ง 2 เส้น ได้แก่
การปรับปรุงถนน 2W ระยะแรก จากเมืองไซ ไปถึงเมืองปากแบ่ง ระยะทาง 136 กิโลเมตร แบ่งเป็น 3 สัญญา สัญญาแรกจากหลักกิโลเมตร 0 ถึง 68 คืบหน้า 33% สัญญาที่ 2 จากหลักกิโลเมตร 68 ถึง 121 คืบหน้า 23.30% และสัญญาที่ 3 จากหลักกิโลเมตร 121 ถึง 136 คืบหน้า 4%
การปรับปรุงถนน 2E ระยะแรก จากเมืองไซ แขวงอุดมไซ ไปถึงเมืองขวา แขวงผ้งสาลี ระยะทาง 99.05 กิโลเมตร แบ่งเป็น 3 สัญญา สัญญาแรก คืบหน้า 8.6% สัญญาที่ 2 คืบหน้า 3.15% และสัญญาที่ 3 อยู่ในช่วงการสำรวจและออกแบบ
ลาวยังมีแผนสร้างทางด่วนลาว-จีน โดยขยายเส้นทางจากทางด่วนเวียงจันทน์-วังเวียงที่เปิดใช้งานแล้ว ขึ้นไปจนถึงหน้าด่านชายแดนบ่อเต็น
ทางด่วนลาว-จีน มีระยะทางรวม 423 กิโลเมตร แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ช่วง
ช่วงแรก เวียงจันทน์-วังเวียง ระยะทาง 109 กิโลเมตร สร้างเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563
ช่วงที่ 2 จากเมืองวังเวียงขึ้นไปถึงหลวงพระบาง ระยะทาง 137 กิโลเมตร และช่วงที่ 3 จากเมืองหลวงพระบางขึ้นไปถึงแขวงอุดมไซ ระยะทาง 114 กิโลเมตร อยู่ในช่วงการทบทวนสัญญาก่อสร้าง
ช่วงที่ 4จากแขวงอุดมไซไปถึงหน้าด่านชายแดนบ่อเต็น ระยะทาง 63 กิโลเมตร ได้รับการอนุมัติให้เริ่มก่อสร้างได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 หนังสือพิมพ์ The Laotian Times รายงานว่า การอนุมัติให้เริ่มสร้างทางด่วนลาว-จีน ช่วงที่ 4 เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากฟาง หง เอกอัครราชทูตจีนประจำลาว ได้เข้าพบกับงามปะสง เมืองมะนี รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของลาวในขณะนั้น
ตามข่าวของ The Laotian Times เอกอัครราชทูตจีนได้หารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของลาวในหลายประเด็น และเห็นพ้องว่าต้องเร่งก่อสร้างทางด่วนลาว-จีน ให้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด เพื่อผลประโยชน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ
ลาวยังมีแผนสร้างทางรถไฟต่อจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟลาว-เวียดนาม ที่มีปลายทางอยู่ที่ท่าเรือน้ำลึกหวุงอ๋าง จังหวัดฮาติงห์ ของเวียดนาม และมีแผนสร้างทางรถไฟต่อจากเมืองท่าแขกลงไปยังแขวงจำปาสักที่อยู่ภาคใต้สุด
หากเส้นทางรถไฟเหล่านี้สร้างเสร็จ โครงข่ายทางรถไฟลาวสามารถเชื่อม 4 ประเทศ คือ จีน ไทย เวียดนาม และกัมพูชา เข้ามาหากันได้
……
เมื่อลาวปรับจุดอ่อนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล(Landlocked) ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบข้าง(Landlink)
จีนที่มองเห็นศักยภาพนี้ จึงได้ออกแบบระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว เพื่อให้ลาวเป็นทางผ่านไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคที่อยู่ด้านใต้ลงมา
แขวงอุดมไซ โดยเฉพาะเมืองนาหม้อ กำลังเป็นพื้นที่ซึ่งมีบทบาทสำคัญบนระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว เป็นเหมือน Landlink ศูนย์กลางเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมและขนส่งของภูมิภาค ที่อยู่ใกล้ชายแดนลาว-จีน มากที่สุด…



