ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
หลังเมียนมาได้รัฐบาลใหม่ที่มี อู มินอ่องหล่าย ในนามพลเรือน เป็นประธานาธิบดี เมกะโปรเจคเพื่อพัฒนาประเทศหลายโครงการเริ่มเดินหน้า ในนี้มีโครงการที่อยู่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประเทศไทยอยู่ไม่น้อย
ท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายแดนไทยด้านจังหวัดกาญจนบุรีเพียง 132 กิโลเมตร ก็เป็นหนึ่งในนั้น
แต่เป้าหมายในการฟื้นเมกะโปรเจคทวายของรัฐบาลเมียนมา ดูจะมองไกลไปกว่าการเป็นเพียงโครงการเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและพลังงานในประเทศ
รัฐบาลเมียนมาวางตำแหน่ง “ทวาย” เป็นต้นทางโครงข่ายโลจิสติกส์ริมฝั่งทะเลอันดามัน เป็นจุดเริ่มต้น Land bridge เพื่อเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกผ่านประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(Greater Mekong Subregion: GMS) ที่มีไทยรวมอยู่ด้วย
……
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 พล.อ.จ่อสั่วลิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก กองทัพพม่า ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่ภาคตะนาวศรี
ตามรายงานของสื่อในเมียนมา พล.อ.จ่อสั่วลินได้ไปยังกองบัญชาการ เขตทหารจังหวัดมะริด และฐานทัพจูนซุ ซึ่งภารกิจสำคัญของ 2 ฐานทัพนี้ คือ การรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทย และตลอดแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน
รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพพม่า ได้กล่าวกระตุ้นกำลังพลให้เร่งจัดการกับสถานการณ์ตึงเครียดและความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภาคตะนาวศรี โดยเฉพาะบริเวณรอบๆที่ตั้งโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมถึงพื้นที่ตามแนวทางหลวงหมายเลข 8 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในภาคใต้ของเมียนมา ตั้งแต่เมืองเร(ภาษาพม่าอ่านว่า”เย”) ในรัฐมอญ ลงไปยังเมืองทวาย , มะริด , ป๊กปยิน จนถึงเกาะสอง ของภาคตะนาวศรี
เนื่องจากที่ผ่านมา หลายพื้นที่ตามแนวทางหลวงหมายเลข 8 ยังไม่สงบ มีการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองกำลังติดอาวุธฝ่ายต่อต้าน(PDF) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA) เกิดขึ้นอยู่ตลอด
ตามเป้าประสงค์ของ พล.อ.จ่อสั่วลิน กำลังพลในภาคตะนาวศรีต้องจัดการกับกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้อย่างเด็ดขาด เพื่อรับประกันให้เมกะโปรเจค “ทวาย” ที่รัฐบาลเมียนมาได้ตกลงให้นักลงทุนจากสหพันธรัฐรัสเซีย เข้ามาฟื้นฟูโครงการบนพื้นที่ 196 ตารางกิโลเมตร ที่บ้านนะบูแล ชายฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง…
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่นครเซต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) ระหว่างบริษัท Inter RAO ของรัสเซีย กับบริษัท Launglon Economic Development จากเมียนมา
Inter RAO เป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ส่วนคำว่า Launglon ในชื่อบริษัท Launglon Economic Development มาจากชื่อเมือง “ลองโหล่น” ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดทวาย อยู่ห่างจากตัวเมืองทวายไปทางทิศใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร และห่างจากบ้านนะบูแล ที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย 35 กิโลเมตร
เนื้อหาใน MOU ระบุว่า บริษัท Inter RAO จะเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในเมกะโปรเจคท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
นอกจากตัวแทนบริษัท Inter RAO กับ Launglon Economic Development ที่เป็นผู้ลงนามใน MOU แล้ว ยังมี อู โหญ่ซอ รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ของเมียนมา และ Maxim Reshetnikov รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ ของรัสเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน
การเซ็น MOU จัดขึ้นขณะที่ อู โหญ่ซอ กำลังอยู่ระหว่างการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุม St. Petersburg International Economic Forum ครั้งที่ 29

MOU ที่บริษัท Inter RAO และ Launglon Economic Development เซ็นกันครั้งนี้ เป็นความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 อู โก่โก่ลวิน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของเมียนมาได้เซ็นบันทึกความร่วมมือ(Memorandum of Cooperation : MOC) กับตัวแทนบริษัท Inter RAO เพื่อขยายความร่วมมือด้านพลังงานและไฟฟ้าระหว่างเมียนมาและรัสเซีย
อู โก่โก่ลวิน เดินทางไปเยือนรัสเซียเมื่อวันที่ 15 เมษายน และได้พูดคุยเรื่องความร่วมมือกับ Sergei Tsivilev รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซีย
ในความร่วมมือด้านพลังงานและไฟฟ้าระหว่างเมียนมากับรัสเซีย ที่มีการเซ็น MOC กัน ได้หมายรวมถึงโครงการสร้างโรงไฟฟ้าจากถ่านหิน การสร้างโรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานก๊าซ LNG ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษและท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่ อู โก่โก่ลวิน หมายมั่นปั้นมือให้ Inter RAO เป็นผู้ลงทุนด้วย
อย่างไรก็ตาม ในข่าวที่เผยแพร่ล่าสุด ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าของ Inter RAO ว่าจะเริ่มต้นเมื่อใด…
โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นเมกะโปรเจคแรกที่ มินอ่องหล่าย เมื่อครั้งยังใช้ยศทหารนำหน้า แสดงเจตจำนงอย่างแน่วแน่ออกมาว่าต้องการเดินหน้าโครงการต่อให้เสร็จสมบูรณ์ หลังจากเขานำกำลังออกมาทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรค NLD ได้เพียง 9 เดือน
รัฐบาลพรรค NLD ได้ประกาศยกเลิกสัมปทานเมกะโปรเจคทวายที่รัฐบาลเมียนมาเคยให้ไว้กับบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์(ITD) จากประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ก่อนที่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย จะนำกำลังออกมาทำรัฐประหารในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หรืออีก 2 สัปดาห์ถัดมา
รัฐบาลพรรค NLD ให้เหตุผลที่ยกเลิกสัมปทานกับ ITD ว่า เนื่องจากโครงการไม่คืบหน้า และผู้รับสัมปทานมีปัญหาในการจัดหาเงินทุน
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ในการประชุมคณะกรรมการสภาบริหารแห่งรัฐ(SAC) ครั้งที่ 17/2021 ที่กรุงเนปิดอ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้กล่าวว่าโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ต้องเดินหน้าต่อ และต้องสร้างให้เสร็จ เพราะเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตามตามข่าวที่ฝ่ายสารสนเทศ กองทัพพม่า CINCDS นำเสนอ ยังไม่มีข้อมูลว่า แผนเดินหน้าเมกะโปรเจคทวาย ที่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่ายกล่าวถึง มีรายละเอียดอย่างไรและใครจะเป็นผู้ลงทุน
1 ปีถัดมา วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เดินทางไปยังชายหาดบ้านนะบูแล เพื่อดูพื้นที่ซึ่งถูกเตรียมไว้เพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย พร้อมรับฟังรายงานจาก อู อ่องไหน่อู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนั้น และ อู อ่องโซ ประธานคณะกรรมการบริหาร เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ถึงสถานการณ์และความล่าช้าของโครงการ
หลังเสร็จสิ้นการรับฟังรายงาน พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อให้เสร็จ
พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย บอกว่า เมกะโปรเจคทวาย เป็นโครงการที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ การค้า และการขนส่งสินค้า ตามโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศบนภาคพื้นทวีปในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วย เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของเมียนมา แต่ยังสร้างประโยชน์อย่างมากต่อประชาคมระหว่างประเทศ
ที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กับระยะห่างจากเมืองสำคัญในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่มาภาพ : กระทรวงพาณิชย์ เมียนมา
เดือนมีนาคม 2567 มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้กล่าวกับสำนักข่าว ITAR-TASS ของรัสเซีย ว่า รัฐบาลทหารเมียนมาอยากได้ความช่วยเหลือจากรัสเซียเพื่อเริ่มต้นโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่มีความสามารถในการรองรับเรือบรรทุกสินค้าที่มีขนาดเกินกว่า 200,000 ตัน
กลางเดือนพฤษภาคม 2567 Eleven Media Group มีรายงานโดยอ้างข่าวจาก Construction World นิตยสารด้านธุรกิจและการก่อสร้างของอินเดีย ที่เผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ว่า รัฐบาลทหารเมียนมากำลังเจรจาให้รัสเซียเป็นผู้ลงทุนและบริหารโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
เส้นทางคมนาคมจากท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ผ่านไทย กัมพูชา ไปออกมหาสมุทรแปซิฟิกที่ชายทะเลเวียดนาม ที่มาภาพ : กระทรวงพาณิชย์ เมียนมา
ตามข่าวของ Construction World ระบุว่า เมกะโปรเจคทวายซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนประเทศไทย จะเป็นประตูให้รัสเซียสามารถเข้าถึงพื้นที่ของประเทศต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่มีสมาชิก 6 ประเทศ คือ จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม และยังเป็นโครงการที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในระยะทางเพียง 300 กิโลเมตรเท่านั้น
เนื้อหาข่าวของ Construction World สอดคล้องกับภาพข่าวที่ปรากฏใน The Global New Light of Myanmar เมื่อครั้งที่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เดินทางไปดูพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งมีการนำเสนอกราฟฟิคระยะห่างของท่าเรือน้ำลึกทวายกับหลายเมืองในประเทศไทย และชายฝั่งทะเลเวียดนาม รวมถึงแผนที่เส้นทางคมนาคมจากชายหาดนะบูแล ผ่านไทย กัมพูชา และเวียดนาม และบอร์ดแผนที่ซึ่งใช้ชื่อหัวข้อว่า GMS Southern Corridor ซึ่งเป็นข้อมูลที่คณะกรรมการบริหาร เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย จัดทำเพื่อนำเสนอต่อ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย
วันที่ 21 มกราคม 2568 Iskander Kubarovich Azizov เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำเมียนมา เดินทางไปยังเมืองทวาย และเดินทางต่อเพื่อไปร่วมประชุมกับ อู เมียตโก่ มุขมนตรีภาคตะนาวศรี และคณะของประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่เมืองเกาะสอง เกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของรัสเซีย
ถัดจากนั้น 1 เดือน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีพิธีเซ็นบันทึกความร่วมมือเพื่อการลงทุนในเมกะโปรเจคทวาย โดย Maxim Reshetnikov รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ เดินทางจากรัสเซีย เพื่อมาลงนามร่วมกับ อู คันส่อ รัฐมนตรีกระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมียนมา ในขณะนั้น ที่กรุงเนปิดอ…
พาดหัวข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar ฉบับวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 หยิบคำพูดจากสุนทรพจน์ของ อู โหญ่ซอ รองประธานาธิบดีคนที่ 1 ที่ไปกล่าวในงาน St. Petersburg International Economic Forum ครั้งที่ 29 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มาเป็นประเด็นหลัก
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 หรือ 1 วัน ก่อนที่บริษัท Inter RAO เซ็น MOU กับ Launglon Economic Development เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าให้กับเมกะโปรเจคทวาย ที่นครเซต์ปีเตอร์สเบิร์ก อู โหญ่ซอ รองประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 1 ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้เข้าร่วมประชุม St. Petersburg International Economic Forum ครั้งที่ 29 (https://www.gnlm.com.mm/myanmar-vital-land-bridge-for-regional-trade-integration-vp-u-nyo-saw/) ซึ่งประกอบด้วยผู้นำ ผู้บริหาร และตัวแทนจากประเทศต่างๆมากกว่า 130 ประเทศ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า
เมียนมามีศักยภาพที่สำคัญสำหรับการพัฒนาในระยะยาว การที่ประเทศตั้งอยู่ตรงจุดตัดของเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ทำให้ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมียนมากลายเป็นเอกลักษณ์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
นอกจากนี้ เมียนมาซึ่งตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ยังสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมตามธรรมชาติ(natural land bridge) ให้กับตลาดในระดับภูมิภาค อำนวยความสะดวกทางการค้า การขนส่ง และบูรณาการเศรษฐกิจเข้าหากัน และรัฐบาลเมียนมาได้กำหนดนโยบายที่มุ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า และพยายามปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่
……
เนื้อหาในสุนทรพจน์ของ อู โหญ่ซอ รองประธานาธิบดีเมียนมา ตลอดจนความพยายามในการฟื้นเมกะโปรเจคทวายตลอดหลายปีที่ผ่านมา
อาจมองได้ว่า ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ต้องการขับจุดเด่นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมียนมา โดยสร้างเมกะโปรเจคทวายให้เป็นต้นทางของ Land bridge เชื่อมโครงข่ายคมนาคมระหว่างฝั่งตะวันตก จากมหาสมุทรอินเดียไปยังฝั่งตะวันออก ที่มหาสมุทรแปซิฟิก ให้กับรัสเซียโดยเฉพาะ
แล้วประเทศอื่นๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อย่างน้อยอีก 4 ประเทศ จะมองอย่างไร…


