‘ทุเรียน’ ลาว-เมียนมา คึกคัก … เป้าหมายชิงส่วนแบ่ง ‘ตลาดจีน’

ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

เอลาวัน ลาดปากดี(ขวา) ประธานบริษัท Eleven Gold Fruit ก่าว ซิ่วหยู(ซ้าย) ประธานบริษัท Nanjing Qiandu Culture Technology ในพิธีเซ็น MOU ซื้อขายทุเรียนระหว่างกัน ที่มาภาพ : ข่าวเสดถะกิด-กานค้า

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เมื่อเริ่มเข้าฤดูกาลทุเรียนของปีนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจทุเรียนในลาวกับเมียนมา 2 ประเทศอาเซียนที่เป็นเพื่อนบ้านของไทย และมีชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ต่างมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

ทุกความเคลื่อนไหว มุ่งเป้าหมายเพื่อจะได้ส่งออกทุเรียนเข้าไปชิงส่วนแบ่งในตลาดจีนเป็นหลัก…

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรม Double Tree นครหลวงเวียงจันทน์ มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ว่าด้วยความร่วมมือซื้อ-ขาย ทุเรียนลาว ระหว่างบริษัท Eleven Gold Fruit กับบริษัท Nanjing Qiandu Culture Technology

ผู้ลงนาม ประกอบด้วย เอลาวัน ลาดปากดี ประธานบริษัท Eleven Gold Fruit กับ เก้า ซิ่วยู้ ประธานบริษัท Nanjing Qiandu Culture Technology มี บุนเลิด หลวงปะเสิด รองประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว วันเที่ยง พมมะสุลิน รองหัวหน้ากรมปลูกฝัง กระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม และ บุนเที่ยง ลัดตะนะวง ประธานสมาคมธุรกิจกสิกรรมลาว เป็นสักขีพยาน

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ข่าวเสดถะกิด-กานค้า ระบุว่า การเซ็น MOU ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับทุเรียนของลาวขึ้นเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่สำหรับส่งเข้าไปขายยังตลาดจีนในอนาคต โดยก่อนตกลงเซ็น MOU ตัวแทนจากฝั่งจีนได้เดินทางเข้ามาดูการเพาะปลูกและชิมรสชาติของทุเรียนในลาว และต่างแสดงความพึงพอใจในผลผลิตทุเรียนของลาว

บุนเที่ยง ลัดตะนะวง ประธานสมาคมธุรกิจกสิกรรมลาว กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อผลักดันและพัฒนาธุรกิจทุเรียนในลาว ตั้งแต่การจัดตั้งกลุ่มธุรกิจทุเรียน ช่วยกันพัฒนาการเพาะปลูกให้ได้ตามมาตรฐานของกรมปลูกฝัง พัฒนาห่วงโซ่การผลิตให้เป็นระบบ และสร้างฐานข้อมูลการเพาะปลูกทุเรียน

วันเที่ยง พมมะสุลิน รองหัวหน้ากรมปลูกฝัง กล่าวว่า มี 3 ปัจจัยที่ผู้ประกอบการธุรกิจทุเรียนลาว ต้องให้ความสำคัญเพื่อให้สามารถเจาะเข้าตลาดทุเรียนในจีนได้อย่างยั่งยืน คือ

1.กระบวนการผลิตต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐาน GAP(Good Agriculture Practices) หรือมาตรฐานการเกษตรที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และปลอดสารพิษ

2.ต้องมีการสร้างโรงเรือนเพื่อคัดเกรดทุเรียนให้เป็นมาตรฐาน แยกผลผลิตเป็นเกรด A , B และ C

3.กระบวนการส่งออกต้องปฏิบัติให้ได้ตามข้อกำหนดของจีน…

ภาพ : ทุเรียนคัดเกรดเพื่อส่งออก นำมาจัดแสดงไว้โดยสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมา ที่มาภาพ : เพจ BETV Business

ที่เมียนมา ในวันเดียวกัน(19 พ.ค.) กระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทาน ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมา ได้จัดงานมหกรรมทุเรียนขึ้นที่สวนสาธารณะเมปะเดต่า เขตบะฮาน กรุงย่างกุ้ง

อู มินหน่อง รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทาน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ 5 ข้อ ในการจัดมหกรรมทุเรียนครั้งนี้ ได้แก่

1.เพื่อคัดเลือกพันธุ์ทุเรียนคุณภาพดี อร่อย และให้ผลผลิตสูงจากภาคและรัฐต่างๆ สำหรับส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน

2.เพื่อหารือ แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับระบบการทำฟาร์มทันสมัย และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สร้างศักยภาพทุเรียนของเมียนมาในการเจาะตลาดต่างประเทศ

3.เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลเกี่ยวกับทุเรียนกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศ

4.เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการทุเรียน สามารถเพาะปลูกและผลิตทุเรียนได้ตามมาตรฐาน GAP

5.เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกร สมาคมเอกชน นักวิจัย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆในภาคและรัฐต่างๆ ให้กับสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมา

ปัจจุบัน เมียนมายังไม่ได้ส่งออกทุเรียนเข้าไปยังตลาดจีน ผลผลิตทุเรียนของเมียนมาจึงพึงพิงผู้บริโภคภายในประเทศเป็นหลัก

มหกรรมทุเรียนเมียนมา จัดขึ้นที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อปูทางสู่การเป็นผู้ส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีน ที่มาภาพ : Eleven Media Group

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐของเมียนมากำลังเร่งเดินเรื่องขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน หรือ GACC(General Administration of Customs of the People’s Republic China) ที่มีหน้าที่ควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าของจีน เพื่อเปิดตลาดทุเรียนจากเมียนมาในจีนอย่างเป็นทางการ

อู จ่อ มิน ประธานสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมา กล่าวว่า การส่งออกจะช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาที่สูงกว่าตลาดในประเทศ และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศ สมาคมฯจึงพยายามผลักดันให้สามารถส่งออกทุเรียนได้โดยเร็วที่สุด โดยมีตลาดในจีนเป็นเป้าหมายหลัก

ประธานสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมาแสดงความมั่นใจในคุณภาพทุเรียนของเมียนมา ที่สามารถเจาะตลาดในต่างประเทศได้

ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทาน ปี 2568 ทั่วประเทศเมียนมามีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากกว่า 24,000 เอเคอร์ หรือ 60,720 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐมอญ ภาคตะนาวศรี รัฐกะเหรี่ยง ภาคพะโค ภาคย่างกุ้ง และภาคอิรวดี มีฤดูกาลผลิตอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของแต่ละปี

ทุเรียนในเมียนมามีมากกว่า 60 สายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์พื้นเมืองและสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวเมียนมาและชาวต่างประเทศ คือ หมอนทอง มูซางคิง และแบล็กธอร์น

อู จ่อมิน กล่าวว่า ปัจจุบัน เกษตรกรเมียนมาได้เริ่มขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุเรียนแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงกำลังหารือกับกระทรวงและกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เรื่องระบบโลจิสติกส์ และระเบียบกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งออก…

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 GACC ได้ประกาศพิธีสารว่าด้วย”ข้อกำหนดการตรวจสอบกักกันโรคและศัตรูพืชสำหรับการนำเข้าทุเรียนจาก สปป.ลาว โดยอนุญาตอย่างเป็นทางการให้นำเข้าทุเรียนสดที่มีลักษณะตรงตามข้อกำหนดจากลาวได้ นับแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

พิธีสารฉบับนี้ ทำให้ลาวกลายเป็นประเทศลำดับที่ 6 ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกทุเรียนสดเข้าสู่ตลาดจีน ต่อจากไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และกัมพูชา

ภาพ : ทุเรียนที่ส่งผ่านทางรถไฟลาว-จีน กำลังถูกคัดแยก ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศจีน ที่มาภาพ : สถานีวิทยุโทรทัศน์ศูนย์กลางจีน(CMG FM93)

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของไทย ณ เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง รายงานไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ว่า ทั่วประเทศลาวมีสวนทุเรียน 170 แห่ง พื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20,000 เฮกตาร์ หรือ 125,000 ไร่ มีต้นทุเรียนที่ออกผลผลิตแล้ว 10,000 ต้น ผลผลิตต่อปีอยู่ที่ประมาณ 900 ตัน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง

เป้าหมายในปี 2572 ลาวจะมีต้นทุเรียนที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้จำนวน 270,000 ต้น ได้ผลผลิตประมาณ 24,300 ตัน คิดเป็นมูลค่า 155.5 ล้านดอลลาร์

ปี 2569 ลาววางแผนจะส่งออกทุเรียนคุณภาพสูง 400 ตัน โดยมีจีนเป็นตลาดเป้าหมายหลัก

ทางรถไฟลาว-จีน ได้ร่นระยะเวลาขนส่งทุเรียนจากลาวเข้าไปในจีนเหลือไม่ถึง 2 วัน ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งและรักษาความสดใหม่ของทุเรียนได้เป็นอย่างดี

ทุเรียนที่ส่งผ่านทางรถไฟลาว-จีน ที่มาภาพ : สถานีวิทยุโทรทัศน์ศูนย์กลางจีน(CMG FM93)

ตั้งแต่ปี 2564 มีนักลงทุนจากจีน เวียดนาม และมาเลเซีย เข้าไปลงทุนปลูกทุเรียนในลาว กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของประเทศ ทำให้ลาวมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ จีนกับลาวยังมีมีความร่วมมือระหว่างกันในโครงการปลูกทุเรียนระยะ 25 ปี เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตทุเรียนในการตอบสนองความต้องการทั้งในและต่างประเทศ โครงการนี้มุ่งนำเทคโนโลยีการปลูกแบบวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทุเรียนลาวในตลาดต่างประเทศ

ล่าสุด วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการลงทุน แขวงอัตตะปือ ได้เซ็นสัญญามอบสัมปทานโครงการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมด้วยการปลูกต้นทุเรียน บนพื้นที่ 528.02 เฮคตา หรือ 3,300 ไร่ ในเขตบ้านพอนมะนีและบ้านแบ่งวิไล เมืองสะหนามไซ ให้แก่บริษัทเอกชน 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทแสงคำ พัดทะนาคบวงจอน จำกัด , บริษัทเมกมูนคำ ขาเข้า-ขาออก และกะสิกำคบวงจอน จำกัด , บริษัทวันซะนะ กะสิกำและก่อส้างคบวงจอน จำกัด , บริษัทเวียงสะไหมพัดทะนากะสิกำ และก่อส้างคบวงจอน จำกัด , บริษัทแสงอาลุน ขาเข้า-ขาออก กะสิกำและบ่อแร่ จำกัด และ บริษัทแสงไซ ขาเข้า-ขาออก และกะสิกำคบวงจอน จำกัด โดยสัมปทานมีอายุ 30 ปี…

พิธีเซ็นสัญญาสัมปทานให้บริษัทเอกชน 6 แห่ง เข้าปลูกต้นทุเรียนบนพื้นที่ 528.02 เฮคตา หรือ 3,300 ไร่ ในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่มาภาพ : เพจ”ข่าวสารออนไลน์ อัตตะปือ

ข้อมูลจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า ในปี 2568 จีนเพียงประเทศเดียวก็ครองส่วนแบ่งการบริโภคทุเรียนจากทั่วโลกถึงมากกว่า 90% โดยมีประเทศไทย เวียดนาม และมาเลเซีย เป็นผู้ส่งออกหลักในตลาดทุเรียนโลก

เว็บไซต์ BELT AND ROAD PORTAL รายงานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ในปี 2568 จีนนำเข้าทุเรียนสดมากถึง 1.868 ล้านตัน นับเป็นสถิติสูงที่สุด โดยประเทศเวียดนามครองส่วนแบ่งมากที่สุดในด้านปริมาณถึง 51% ส่วนด้านมูลค่า ประเทศไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกทุเรียนเข้าไปในในจีนสูงที่สุด

สถิติการนำเข้าทุเรียนของจีน 3 ปี ก่อนหน้านั้น ได้แก่ ปี 2565 นำเข้า 8 แสนตัน ปี 2566 นำเข้า 1.3 ล้านตัน ปี 2567 นำเข้า 1.56 ล้านตัน

กลุ่มบริษัททางรถไฟจีน(China State Railway Group) สาขาคุนหมิง รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 26 เมษายน 2569 จีนได้นำเข้าทุเรียนจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 50,300 ตัน เพิ่มขึ้น 94% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนการนำเข้าทุเรียนผ่านท่าเรือและด่านชายแดนต่างๆ ของมณฑลยูนนาน ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าถึง 2.05 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 351.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568

ตามข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของไทย ณ เมืองหนานหนิง การนำเข้าทุเรียนของจีน จาก 5 ประเทศ ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) มีรายละเอียดดังนี้

  • ประเทศไทย 898,992 ตัน เพิ่มขึ้น 14.57% คิดเป็นมูลค่า 3,877 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.24% สายพันธุ์ที่นำเข้า ได้แก่ ชะนี , หมอนทอง , ก้านยาว , กระดุม และพวงมณี ราคาขายส่งในตลาดจีนกิโลกรัมละ 48-51 หยวน
  • เวียดนาม 789,156 ตัน เพิ่มขึ้น 13.79% คิดเป็นมูลค่า 2,931 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.37% สายพันธุ์ที่นำเข้า ได้แก่ Ri6 และหมอนทอง ราคาขายส่งในตลาดจีนกิโลกรัมละ 44-50 หยวน
  • ฟิลิปปินส์ 2,414 ตัน ลดลง 76.45% คิดเป็นมูลค่า 6.6 ล้านดอลลาร์ ลดลง 73.62% สายพันธุ์ที่นำเข้า ได้แก่ ชะนี หมอนทอง และ Puyat ราคาขายส่งในตลาดจีนกิโลกรัมละ 40-43 หยวน
  • มาเลเซีย 1,021 ตัน เพิ่มขึ้น 327.2% คิดเป็นมูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 282.72% สายพันธุ์ที่นำเข้า ได้แก่ มูซางคิง , D2 , D22 , D24 และ D101 ราคาขายส่งในตลาดจีนกิโลกรัมละ 100-300 หยวน
  • กัมพูชา 145 ตัน คิดเป็นมูลค่า 0.4 ล้านดอลลาร์ สายพันธุ์ที่นำเข้า ได้แก่ หมอนทองและมูซางคิง

เว็บไซต์ BELT AND ROAD PORTAL รายงานความเห็นของ หวัง เจิ้งป๋อ ประธานบริษัท TWT Supply Chail ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ยืนยันว่า สินค้าทุเรียนในตลาดจีนยังอยู่ห่างไกลจากจุดอิ่มตัว เพราะมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จากหลายสิบล้านคนก่อนหน้านี้ เป็นมากกว่าร้อยล้านคนในปัจจุบัน

……

วารสารจำปา สื่อออนไลน์ในลาว มีบทรายงานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เนื้อหาส่วนหนึ่งเขียนว่า แม้ทุเรียนนำเข้ายังคงเป็นที่นิยมในจีน แต่การปลูกทุเรียนในจีนเอง ก็ได้บรรลุผลสำเร็จที่โดดเด่น และมีแนวโน้มที่เป็นไปได้

อาว ผิงซิง หัวหน้าศูนย์ค้นคว้าอุตสาหกรรมทุเรียน ของมหาวิทยาลัยเกษตรกรรมยูนนาน ให้ข้อมูลไว้ในรายงานชิ้นนี้ว่า จีนเริ่มนำเข้าทุเรียนมาตั้งแต่ปี 2501 จนถึงปี 2562 ก็ประสบผลสำเร็จในการปลูกทุเรียนในแปลงทดลองขนาดใหญ่ ในมณฑลไหหลำ

เมื่อเดือนเมษายน 2569 ต้นทุเรียนหมอนทองที่ถูกปลูกไว้เป็นเวลา 8 ปี ในพื้นที่อำเภอปกครองตนเองจินผิง จังหวัดปกครองตนเองอาข่าและอี๋ หงเหอ มณฑลยูนนาน ได้ออกผลตามธรรมชาติเป็นครั้งแรก ลูกหนึ่งมีน้ำหนัก 3.7 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ที่เมืองหล้า เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา ต้นทุเรียนที่สูงถึง 12 เมตร ก็ได้ออกผลสุกเต็มที่ถึง 16 ลูก

สถาบันวิทยาศาสตร์พืชเขตร้อน มณฑลยูนนาน ได้นำเข้าทุเรียนมากกว่า 70 สายพันธุ์ และได้วิจัย คัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนทานต่อความหนาว

แม้ว่าปัจจุบัน ต้นทุนทุเรียนที่ปลูกในจีนยังสูงกว่าทุเรียนนำเข้า แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี่ คาดว่าในอนาคตจะสามารถปลูกทุเรียนคุณภาพดีภายในพื้นที่ของจีนเองได้ เพื่อให้ประชาชนจีนสามารถเข้าถึงทุเรียนได้อย่างถ้วนหน้า…

ภาพประกอบ

1-3 มหกรรมทุเรียนเมียนมา จัดขึ้นที่กรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อปูทางสู่การเป็นผู้ส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีน ที่มาภาพ : Eleven Media Group

4-5 ทุเรียนคัดเกรดเพื่อส่งออก นำมาจัดแสดงไว้โดยสมาคมผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนเมียนมา ที่มาภาพ : เพจ BETV Business

6 เอลาวัน ลาดปากดี(ขวา) ประธานบริษัท Eleven Gold Fruit ก่าว ซิ่วหยู(ซ้าย) ประธานบริษัท Nanjing Qiandu Culture Technology ในพิธีเซ็น MOU ซื้อขายทุเรียนระหว่างกัน ที่มาภาพ : ข่าวเสดถะกิด-กานค้า

7-9 ทุเรียนที่ส่งผ่านทางรถไฟลาว-จีน กำลังถูกคัดแยก ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศจีน ที่มาภาพ : สถานีวิทยุโทรทัศน์ศูนย์กลางจีน(CMG FM93)

10 พิธีเซ็นสัญญาสัมปทานให้บริษัทเอกชน 6 แห่ง เข้าปลูกต้นทุเรียนบนพื้นที่ 528.02 เฮคตา หรือ 3,300 ไร่ ในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่มาภาพ : เพจ”ข่าวสารออนไลน์ อัตตะปือ