
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/
- นายกฯชง กกต.พิจารณาประชามติ แก้ รธน.-ถอน MOU 43-44
- เผย ‘คนละครึ่ง พลัส’ รอรัฐบาลปกติ
- กำชับ รมต.ขยันทำงาน-ห้ามหาเสียงเวลาราชการ
- มอบ ‘เอกนิติ-ผู้ว่าฯธปท.’ แก้ ‘บาทแข็ง’
- ชูจุดขาย ภท.เน้นคุณภาพชีวิต ปชช.-เศรษฐกิจโตอย่างมั่นคง
- ครม.เคาะขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี-บางพลี-สุขสวัสดิ์ ช่วงปีใหม่ฟรี 7 วัน
- มอบคำขวัญวันเด็กปี’69 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุม ครม.นายอนุทินมอบหมายให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี
ชง กกต. พิจารณาประชามติ แก้ รธน.-ถอน MOU 43-44
นายอนุทิน ตอบคำถามเรื่องการทำประชามติเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญว่า ที่ประชุม ครม.ได้ส่งคำถามการทำประชามติไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมความเห็นของ ครม. และคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่การพิจารณาของ กกต.
เมื่อถามว่ามีข้อกฎหมายแย้งหรือไม่ เพราะอาจไม่ทันตามกำหนด นายอนุทิน ตอบว่า “ก็ทำตามกฎระเบียบทุกอย่าง…มติ ครม. ก็ส่งให้ กกต. พิจารณา”
เมื่อถามลงรายละเอียด นายอนุทิน ตอบว่า “MOU ก็มีความเห็นของเลขากฤษฎีกาว่ามันอาจไปผูกพันรัฐบาลหน้า ก็หารือแล้วเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง ก็ให้ถอนเรื่องออกไปก่อน โดยที่เลขากฤษฎีกาจะทำเรื่องชี้แจงไป”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานในที่ประชุม ครม. หรือไม่ หลังจากที่พูดคุยกับ กกต. ว่าปัญหาชายแดนยังไม่จบ แต่การกำหนดวันเลือกตั้งออกมาแล้ว โดย นายอนุทิน ตอบว่า “ผมยืนยันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการตัดสินใจเป็นเรื่องของ กกต.”
“ในฐานะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ถ้า กกต. ประสานมาว่าขอให้ทำนั่นทำนี่ เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ต้องเซิร์ฟทุกเรื่อง” นายอนุทิน ตอบ
เผย ‘คนละครึ่ง พลัส’ รอรัฐบาลปกติ
เมื่อถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นายอนุทิน ตอบว่า “ผมคิดว่าเราทำตามกติกา ตอนนี้ยุบสภาไปแล้ว เราไม่สามารถที่จะนำงบกลางมาใช้ได้ และต้องรอให้สภาพรัฐบาลกลับมาเป็นปกติก่อน”
กำชับ รมต.ขยันทำงาน-ไม่หาเสียงเวลาราชการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เป็นการประชุม ครม. นัดแรกหลังจากยุบสภา นายกฯ กำชับอะไร นายอนุทิน ตอบว่า “ต้องขยันทำงาน เรื่องหาเสียงก็หาเสียงไป แต่ต้องไม่ใช้เวลาราชการ และสภาพความเป็น รมว. ก็ยังมีอยู่จนกว่า ครม. ชุดใหม่จะเขาเฝ้าถวายสัตย์”
“ยังอยู่กันอีกหลายสัปดาห์ ดังนั้นการทำงานบริหารราชการแผ่นดินต้องไม่ชะงัก และต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คิดแต่เรื่องการหาเสียง เพราะมันเป็นเรื่องของตัวเอง ต้องคิดเรื่องบ้านเมืองและภาพรวมเป็นหลัก” นายอนุทิน ตอบ
มอบ ‘เอกนิติ-ผู้ว่าฯธปท.’ แก้ ‘บาทแข็ง’
เมื่อถามถึงกรณีค่าเงินบาทแข็งตัวสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีครึ่ง นายกฯ ให้นโยบายอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า “ผมได้บอกคุณศุภจีว่าให้พยายาม และบอกคุณเอกนิติให้หารือกับแบงก์ชาติ”
เผย ‘ศุภจี’ ยังไม่รับแคนดิเดตนายกฯ – เชื่อ ภท.ใหญ่ขึ้นแน่
เมื่อถามว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ตอบรับแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย หรือยัง นายอนุทินยิ้ม และตอบว่า “ก็ต้องคุยกัน ตอบรับมีคนเดียวตอนนี้”
ผู้สื่อข่าวพูดถึงรายงานข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยคาดหวังเก้าอี้ สส. 200 ที่นั่ง ยังไม่ทันถามจบ นายอนุทินพูดว่า “ใครรายงาน ไม่ใช่ผม” และพูดต่อว่า “เราทำดีที่สุด เท่าไรก็เท่านั้น ประชาชนตัดสิน เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด คนที่เหมาะสม คนที่มีความสามารถ ถามมา 6 ปี คำตอบก็เหมือนเดิม”
ถามต่อว่า พรรคภูมิใจไทยอยากได้ สส.บัญชีรายชื่อเท่าไร นายอนุทิน ตอบว่า “ถามว่าอยากได้เท่าไร อยากได้ 500 แต่ทำได้เท่าไรก็อีกเรื่อง อยู่ที่ประชาชน ความอยากก็อยากได้เยอะ แต่ความเป็นจริงเราก็ต้องทำการบ้านของเราให้ดี เลือกคนให้ดี ทำนโยบายให้ดี สร้างความเชื่อมั่นให้ดี และประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ผมก็สไตล์อย่างนี้”
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ที่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำให้พรรคภูมิใจไทยใหญ่ขึ้น โดย นายอนุทิน ตอบว่า “ดูๆ แล้วการเตรียมการการเลือกตั้งในครั้งหน้านี้ องค์ประกอบต่างๆ มันค่อนข้างเป็นแนวโน้มที่พรรค ‘น่าจะ’ ใหญ่ขึ้น (พร้อมย้ำว่า ‘น่าจะ’ อีกครั้ง) อย่างไรก็ตาม อยู่ที่พี่น้องประชาชนจะเลือกหรือไม่”
ชูจุดขายเน้นตอบโจทย์คุณภาพชีวิต-เศรษฐกิจโตอย่างมั่นคง
นายอนุทินยังตอบเรื่องจุดขายของพรรคภูมิใจไทยว่า “ทุกครั้งก็ทำงานตอบสนองคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เน้นในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การที่เราจะต้องเปิดกว้างให้มีที่ยืนในนานาชาติ สร้างความมั่นใจให้ผู้ที่คิดว่าประเทศไทยสามารถเป็นที่ที่เขามาลงทุน สร้างรายได้ ท่องเที่ยว เอาเงินมาทำให้ประเทศไทยมีโอกาสหลายๆ ด้าน”
ผู้สื่อข่าวพูดว่า นายกฯ วางกลไกหลายอย่างแล้ว ถ้าได้กลับมาจะทำให้ดีขึ้น นายอนุทิน จึงกล่าวว่า “เราก็ได้ทำในสิ่งที่…มันก็ติดปากไปแล้ว คำว่า ‘พูดแล้วทำ’ ก็ยังไม่มีตรงไหนที่คั่งค้าง”
เมื่อถามถึงความคาดหวังจำนวน สส.กทม. นายอนุทิน ตอบว่า “เราก็ส่งลงพื้นที่ กทม. การเป็นพรรคการเมืองแบบเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วย มันก็ต้องส่งให้ครบทุกเขต…ถ้าคนเกิดแพ้ก็ยังหวังว่าจะได้พรรคบ้าง”
เผยทุกฝ่ายให้ความร่วมมือรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศ
ถามต่อว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้ที่ 2 จะชิงจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ทำให้นายอนุทินอุทาน “อูย” พร้อมกล่าวต่อว่า “อย่าเพิ่งสิ อย่าเพิ่งคิดยาว ยังไม่สมัคร สส. เลย”
เมื่อถามว่า ทำไมประชาชนต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยให้เป็นพรรคอันดับ 1 นายอนุทิน ตอบว่า “มันไม่มีคำว่าประชาชนต้องเลือกหรอกครับ ผมก็พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้ประชาชนมั่นใจว่าผมทำงานให้พวกท่านได้ถ้าท่านมั่นใจว่าผมทำงานให้มั่นใจได้ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้”
“การได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ก็เป็นสิ่งที่ผมตีความ ดีใจ และภูมิใจอยู่เงียบๆ ว่าการเข้ามาทำงานของผม ทุกคนรู้วันมาและวันไป เห็นชัดเจน ทุกฝ่ายทั้งข้าราชการประจำ ฝ่ายกองทัพ ภาคเอกชน องค์กรอิสระต่างๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ได้รู้สึกเลยว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากใคร” นายอนุทิน ตอบ
“การขับเคลื่อนประเทศถึงแม้จะมีระยะเวลาเพียง 3-4 เดือน มันก็สามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้มากพอสมควร ทั้งเรื่องระยะยาว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การปกป้องอธิปไตยของประเทศ เราก็ทำด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย” นายอนุทิน ตอบ
ผู้สื่อข่าวบอกว่า แต่ละพรรคเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ แล้ว ขณะที่พรรคภูมิใจไทยช้าไปหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ผมก็ยึดถือคติ”
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “อืม เขา (หันไปทางผู้สื่อข่าว) ตอบแทนแล้ว”
สวนนักข่าว ปัดชิงจังหวะสงครามสร้างคะแนนนิยม
ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์พรรคภูมิใจไทย ซึ่งชิงจังหวะสงคราม เกาะกระแสชาตินิยม และสร้างคะแนนเสียงให้ตัวเอง โดยระหว่างฟังคำถาม นายอนุทินหัวเราะและส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ทำไมมองโลกในแง่ร้ายอย่างนั้น อย่างผมใจไม่ถึงพอที่จะเอาอธิปไตยของบ้านเมือง เอาชีวิตของทหารและประชาชนมาแลกเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนเสียงหรือประโยชน์ใดๆ ผมว่าคิดแบบนี้ก็ไม่ถูก”
ถามต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง ปัญหาชายแดนจะจบใช่หรือไม่ โดย นายอนุทิน ตอบว่า “ก็พยายามทำให้มันจบโดยเร็วที่สุด”
ผู้สื่อข่าวบอกว่า ก่อนหน้านี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดว่าหากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกฯ จะไม่เกิดปัญหา ชายแดนเช่นรัฐบาลนี้ โดย นายอนุทิน ตอบว่า “ก็ลองเปิดไปดูคอมเมนต์ดู”
กังวลสถานการณ์ชายแดน-ฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่
เมื่อถามว่า มีความกังวลอะไรหรือไม่ช่วงใกล้เลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า “ตอนนี้ผมกังวลเรื่องชายแดน ผมกังวลเรื่องทำอย่างไรให้หาดใหญ่ฟื้นฟู ตอนนี้สะอาดแล้ว คนกลับบ้านแล้ว แต่ภาคธุรกิจต้องฟื้นฟูกลับมา เมื่อกี้ผมก็เร่งรมว.คลัง (เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) ว่าให้สินเชื่อตามที่พูดกันไว้ให้ประชาชนพื้นฟู อย่างน้อยเงินกู้หลังคาเรือนละ 100,000 บาท ค่าฟื้นฟูกับซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายต้องเร่ง ไม่ใช่ 9,000 บาทจากการเยียวยาไม่พอ”
ชม ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวบอกว่า พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 คนแล้ว นายอนุทินจึงบอกว่า “ก็แสดงความยินดีกับสามท่านด้วย”
“ผมรู้จักทั้งสามท่าน อาจารย์เชน (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ก็รู้จัก ผมเคยหารือปรึกษาสมัยอยู่กระทรวงสาธารณสุข เป็นคนมีความรู้ความสามารถสูงมาก” นายอนุทิน กล่าว
ถามต่อว่า แคนดิเดตคนไหนน่ากลัวน่ากลัวสำหรับพรรคภูมิใจไทย ทำให้นายอนุทินอุทาน “โอย” และตอบว่า “ถามก็ตอบยาก กลัวทุกคน”
ถามต่อว่า กลัวเด็กรุ่นใหม่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “กลัวหมดแหละครับ”
สุดท้าย ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะมีแคนดิเดตนายกฯ ถึง 5 คนหรือไม่ โดยนายอนุทิน ตอบว่า “เกิน 3 ก็ผิดรัฐธรรมนูญสิครับลูกพี่”
ห้ามหาเสียงในเวลาราชการ
ด้านนายสิริพงศ์ รายงานว่า นายกฯ กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า รัฐบาลได้ยื่นพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว แต่มีเรื่องตามมาคือการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของ ครม. ว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้
“นายกฯ กำชับว่าในการดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามกติกา โดยที่ไม่ให้ ครม. ไปใช้อำนาจหน้าที่ใดๆ ในการเอื้อให้มีผลต่อการเลือกตั้ง ห้ามไม่ให้ใช้ทรัพยากรของรัฐไปใช้เอื้อประโยชน์ จะไปหาเสียงก็ขอให้ไปดำเนินงานนอกเวลาราชการหรือลาราชการให้ถูกต้อง”
นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ รายงานว่า ในการบริหารราชการแผ่นดินจะไม่ใช้คำนำหน้าว่ารักษาการ และ ครม. จะปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่ และให้กระทำเท่าที่จำเป็นโดยไม่มีผลผูกพันกับรัฐบาลหน้า และการขอใช้งบกลางต่างๆ ต้องขอความเห็นจาก กกต. ด้วย
ยกหนี้ ธ.ก.ส.ช่วยครอบครัวทหารกล้า
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาเอกราช และอธิปไตยของชาติ รัฐบาลขอความเสียใจต่อกับครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว พร้อมทั้งขอสดุดีและแสดงความเคารพต่อดวงวิญญาณวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตทุกนายในความเสียสละอันยิ่งใหญ่จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศ
นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า นายกฯ สั่งการทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัววีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตทุกนาย ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน
อีกทั้งมอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ความช่วยเหลือลูกค้า กรณีทหาร หรือตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่บิดา มารดา หรือคู่สมรสที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ธนาคารฯ ยกหนี้ในส่วนของต้นเงินกู้ทุกสัญญา และยกหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยค้างรับและดอกเบี้ยปรับทั้งจำนวน ภายใต้สัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ
“รัฐบาลยืนยันจะร่วมต่อสู้เคียงคู่เหล่านักรบ ทหารกล้าของไทย พร้อมร่วมเคียงข้างพี่น้องประชาชนคนไทย จะก้าวผ่านวิกฤติเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ไปพร้อมกัน ในส่วนของการเยียวยารัฐบาลจะบูรณาเร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง” นายสิริพงศ์ กล่าว
มติ ครม.มีดังนี้
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกฯ , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกฯ ร่วมกันแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/
ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี-บางพลี-สุขสวัสดิ์ ช่วงปีใหม่ฟรี 7 วัน
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติรับทราบการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษตามประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ดังนี้
ยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 รวม 7 วัน จะมีปริมาณจราจรมาใช้ทางพิเศษประมาณ 2,378,341 คัน จะทำให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ไม่ได้รับรายได้ประมาณ 87,214,841 บาท แต่จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจประเมินเป็นมูลค่าเงินประมาณ 136,668,014 บาท ซึ่งประกอบด้วยมูลค่าจากการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถ (Vehicle Operating Cost Saving : VOC Saving) 80,539,242 บาท และมูลค่าจากการประหยัดเวลาในการเดินทาง (Value of Time Saving : VOT Saving) 56,128,772 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 136,668,014 บาท
มอบคำขวัญวันเด็กปี’69 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และประชาคมโลก
คำขวัญดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน ให้มีจิตสำนึกในความเป็นไทย เคารพกติกา อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเปิดมุมมองสู่โลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงระดับโลก
รัฐบาลยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง และเป็นพลังสำคัญของประเทศในอนาคต
ย้ำเก็บภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่า 1 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 1 ม.ค.ปีหน้า
นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป รัฐบาลจะเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอากรขาเข้า สำหรับสินค้านำเข้าทุกชิ้น ตั้งแต่มูลค่า 1 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นการยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและคุ้มครองผู้ประกอบการไทย
รองโฆษกฯ ชี้แจงว่า ปัจจุบันจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังคงจัดเก็บเฉพาะ VAT 7% เท่านั้น โดยยังไม่เก็บอากรขาเข้า และเมื่อเข้าสู่ปี 2569 จะจัดเก็บ ทั้ง VAT และอากรขาเข้า ตามพิกัดศุลกากรของสินค้า
สำหรับคำถามจากประชาชนกรณีการเก็บจะเก็บอย่างไร และของจะช้าไหม เรื่องดังกล่าว รองโฆษกฯ ระบุว่า ขั้นตอนการจัดเก็บภาษีได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และ ไม่ทำให้การรับสินค้าล่าช้ากว่าปกติ
ทั้งนี้ กรณีนำเข้าทางไปรษณีย์ไทย ทางเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีหน้ากล่อง และหากผู้รับอยู่บ้าน สามารถชำระภาษีผ่าน QR Code ได้ทันที แต่กรณีที่หากต้องรับที่ไปรษณีย์ อาจใช้เวลาตรวจเพิ่ม 3–5 วันเฉพาะกรณีสุ่มตรวจ
ส่วนกรณีนำเข้าทางบริษัทขนส่งด่วน (Courier) กรณีนี้ บริษัทขนส่งจะสำแดงและชำระภาษีแทนล่วงหน้า ส่วนผู้รับชำระคืนเมื่อรับสินค้า และระยะเวลาขนส่งโดยรวม ใกล้เคียงเดิม
เหตุผลสำคัญของมาตรการ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยลดการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง ป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี และช่วยลดการนำเข้าสินค้าราคาถูกผิดปกติเข้ามากระทบตลาดในประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เข้ารัฐ ไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่งได้เริ่มปรับระบบเพื่อ เก็บ VAT ณ ที่จ่าย ตั้งแต่ขั้นตอนสั่งซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดความยุ่งยากในการชำระภาษีปลายทาง
รองโฆษกฯ กล่าวย้ำว่า ขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้นำเข้าสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป จะมีต้นทุนด้านอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นตามประเภทสินค้า พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้ามาตรการนี้อย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ
อ่าน มติ ครม.ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2568 เพิ่มเติม



