ไทยพับลิก้า-สถานทูตอเมริกา ผนึกเครือข่ายนักข่าวพื้นที่-ส่วนกลาง เจาะลึกชายแดนเหนือ

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า (Thaipublica.org) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “Building Network with Border Reporters / Regional Media Workshop” สำหรับผู้สื่อข่าวที่ประจำในภูมิภาคและสื่อจากส่วนกลางของประเทศ ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2568 ที่จังหวัดเชียงใหม่

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมการ Reskill–Upskill นักข่าวในภูมิภาคของไทย และสร้างเครือข่ายพันธมิตรสื่อในพื้นที่กับสื่อในส่วนกลางให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง โดยมุ่งพัฒนากำลังคนด้านสื่อมวลชน สามารถรายงานข่าวและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงในมิติต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อาชญากรรมข้ามชาติ และความมั่นคง รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น

คริส ดี. เฮลม์แคมป์ โฆษก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ “Building Network with Border Reporters / Regional Media Workshop” การประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคในภาคเหนือ เป็นโอกาสอันดีที่ได้เชื่อมโยงนักข่าวจากกรุงเทพมหานคร จากเชียงราย เชียงใหม่ กับสถานทูตสหรัฐฯ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประชาชนและประเทศไทยที่ให้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญและวิกฤติเหล่านี้ที่ชายแดน

สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยปรับปรุงชีวิต คุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ประชาชนทั่วโลกด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ได้กล่าวไว้ว่า เสรีภาพในการพูดและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองอเมริกัน และแท้จริงแล้ว เสรีภาพในการแสดงออกเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ดังนั้นจึงเป็นคุณค่าอันล้ำค่า เป็นค่านิยมร่วมกัน

คริส ดี. เฮลม์แคมป์ โฆษก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

เสรีภาพเหล่านี้ครอบคลุมถึงสื่อมวลชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักข่าวอิสระ หรือสื่อทางเลือกในรูปแบบต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนในสังคมเสรีเข้าถึงความจริง ท่ามกลางโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมากและข่าวเท็จที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ในภาวะที่อุตสาหกรรมสื่อต้องเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะเดียวกันข่าวปลอมก็แพร่กระจายออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วแทบจะทันทีจากเทคโนโลยีปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้งานของนักข่าวยากขึ้น ทั้งในการรายงานประเด็นท้องถิ่นที่สำคัญและการนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องตามข้อเท็จจริง

การรายงานประเด็นอ่อนไหวหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามพรมแดน การทุจริต หรืออิทธิพลจากต่างประเทศล้วนเป็นงานที่มีความเสี่ยงสำหรับสื่อมวลชนอย่างมาก ดังนั้นการจัดเวิร์กชอปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการทำงานที่สำคัญ และเพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ใช้เครื่องมือ เทคนิคการรายงาน และเครือข่ายที่สร้างขึ้นระหว่างกัน ทั้งจากเชียงใหม่ กรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ในไทย เพื่อร่วมกันเปิดเผยข้อเท็จจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะการเข้าถึงความจริงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชน เป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคง ความเข้มแข็ง และความเจริญรุ่งเรืองของทั้งไทยและสหรัฐฯ

คริสเชิญชวนให้สื่อมวลชนใช้ความรู้จากเวิร์กช็อปนี้ทำงานวิจัยอย่างรอบด้าน ผลิตรายงานเชิงลึกที่ถูกต้องและอิงข้อเท็จจริง เพื่อรับมือกับความท้าทายสำคัญ ทั้งในลุ่มน้ำโขง อาชญากรรมข้ามแดน และประเด็นอื่นๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตประชาชนในสองประเทศ

คริสปิดท้ายด้วยคำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ที่ว่า วิธีรับมือ disinformation ข้อมูลเท็จ ข้อมูลบิดเบือน ที่ดีที่สุดคือ “เสรีภาพในการพูด” ซึ่งทำให้ความจริงมีพื้นที่สื่อสารเท่าเทียมหรือมากกว่าข่าวเท็จ และหวังว่า สหรัฐฯ จะได้ร่วมมือกับสื่อไทย เพื่อสนับสนุนการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง มีพลัง และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไป

ลงพื้นที่แม่อาย–แม่น้ำกก ฟังเสียงชุมชน ‘แม่น้ำปนเปื้อน’

ในวันแรก สื่อจากกรุงเทพฯ สื่อประจำในเชียงราย และสื่อในเชียงใหม่ ที่เข้าร่วมเวิร์กชอป ได้เดินทางไปยังอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่บริเวณวัดท่าตอน ริมแม่น้ำกก เพื่อรับฟังข้อมูลและสัมภาษณ์ชาวบ้านและองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปนเปื้อนสารพิษในลุ่มน้ำกก

เวทีเสวนาและการแลกเปลี่ยนประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน เช่น

  • นายสายัณน์ ข้ามหนึ่ง ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต (Living River Association)
  • ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักงานนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  • พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน วัดท่าตอน
  • นางสาวแสงระวี สุวีรการย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์
  • ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ เช่น ตัวแทนชาวประมง ผู้ประกอบการ ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่แม่ตอน เป็นต้น

นักข่าวทั้งจากส่วนกลาง ระดับภาคได้มีโอกาส ลงพื้นที่จริง พูดคุย ถาม-ตอบ เก็บข้อมูลและมุมมองจากชุมชน เพื่อนำกลับมาพัฒนาการเล่าเรื่องเชิงข้อมูล (data-driven stories) ที่สะท้อนการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกกที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ชีวิตและห่วงโซ่อาหาร รวมทั้งวิถีชีวิต สุขภาพ ความเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติของผู้คนริมชายแดน

วันสอง–สาม: วิทยากรข้ามสาขา จากแรร์เอิร์ท-เศรษฐกิจ-โซเชียลมีเดีย-อาชญากรรมข้ามชาติ

การประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่สองและสามจัดขึ้นที่โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อช่วยให้นักข่าวชายแดนเข้าใจบริบทชายแดนเหนือในมิติต่างๆ อย่างรอบด้าน

ประเด็นเด่นในเวิร์กชอป ได้แก่

1. แรร์เอิร์ทเมียนมา–สิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง

  • บรรยายผ่าน zoom จากสหรัฐฯ โดย ไบรอัน อายเลอร์ (Brian Eyler) และเรแกน ขวัน (Regan Kwan) จาก The Stimson Center สหรัฐฯ เจาะลึกประเด็น การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ทในเมียนมา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงความเชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค
นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ บรรยายภาพรวม ‘เศรษฐกิจภาคเหนือ เป็น…อยู่…คือ ….โอกาสและความท้าทาย’

2. เศรษฐกิจภาคเหนือและความท้าทาย

  • นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ บรรยายภาพรวม เศรษฐกิจภาคเหนือ เป็น…อยู่…คือ ….โอกาสและความท้าทาย ชี้ให้เห็นพลวัตเศรษฐกิจชายแดน การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจต่อชุมชนชายแดน

3. บทบาทมหาวิทยาลัยกับการพัฒนาท้องถิ่น

  • ผศ. ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอกรณีศึกษาบทบาทมหาวิทยาลัยกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง
  • นางสาววิไลรัตน์ วันกมลสวัสดิ์ นักวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ถ่ายทอดประสบการณ์โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจนใน จ.ลำปาง

สองกรณีศึกษาชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลระดับพื้นที่และการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา–ชุมชน–ท้องถิ่น คือฐานสำคัญของการพัฒนาเชิงระบบ ซึ่งนักข่าวสามารถต่อยอดงานให้ความลึกมากขึ้น

4. ใช้โซเชียลมีเดียและ AI ทำข่าวรูปแบบใหม่

ภาคบ่ายของวันที่สองมุ่งเน้นทักษะด้านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยทีมงานจาก บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แก่

  • นางสาวฐิติรัตน์ สิริวรโชติโภคิน Head of Digital Communications (Brand & Media)
  • นางสาวกฤชวรรณ พุกกะวาทิน Creative Storytelling, Digital Communications (Brand & Media)
เวิร์กชอปโดยทีมงานจาก บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

ร่วมเวิร์กชอปในหัวข้อ “การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและ AI ในการทำ TikTok เพื่อการรายงานข่าว” ช่วยให้นักข่าวภูมิภาคเรียนรู้การออกแบบเนื้อหา การเล่าเรื่องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และการใช้ AI มาช่วยเสริมการทำงานข่าวบนแพลตฟอร์มสั้น (short-form video) ที่เข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่

ช่วงบ่ายยังมีหัวข้อเรื่อง ข้อมูลเท็จ (Falsehood information) โดย จอช ไซมอนนิส ที่ปรึกษาด้านมนุษยธรรมพลเรือน-ทหารระดับภูมิภาค ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (CFE-DM) กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (USINDOPACOM) ช่วยให้นักข่าวเข้าใจการทำงานของข้อมูลเท็จ กลไกการแพร่กระจายบนออนไลน์ และวิธีรับมือผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact-checking) และจริยธรรมสื่อ

5. อาชญากรรมข้ามชาติ–ภูมิรัฐศาสตร์–ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ

ในวันสุดท้าย มีการพูดคุยภาพรวม อาชญากรรมข้ามชาติและภูมิรัฐศาสตร์ในภาคเหนือ โดย

  • อ.ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในเรื่องความเปลี่ยนแปลง การปรับตัว และผลกระทบของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในประเทศไทย
  • อ.ทศพล ทรรศนพรรณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในประเด็นการฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมไซเบอร์และแนวทางการนำทรัพย์สินมาสร้างกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย

ต่อด้วยการบรรยายเรื่อง ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายไทย–สหรัฐฯ โดย ไมเคิล อาร์. อัพชอว์ เจ้าหน้าที่การข่าว สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ อธิบายโครงสร้างความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความท้าทายใหม่ของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงทั้งยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และการฟอกเงิน

รวมทั้งหัวข้อ การค้ามนุษย์ในลุ่มน้ำโขง โดยจูดา ทานา ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาการศึกษาไร้พรมแดน (Global Advance Projects) ชี้ให้เห็นเส้นทางและรูปแบบการค้ามนุษย์ยุคใหม่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ชายแดน และบทบาทของสื่อในการรายงานอย่างรับผิดชอบ ไม่ซ้ำเติมเหยื่อแต่ช่วยให้ปัญหาถูกมองเห็นในระดับสาธารณะ

สร้างนักข่าวในพื้นที่ยุคใหม่ เชื่อมข้อมูลสู่สาธารณะ

ตลอด 3 วันของการอบรม เวิร์กชอป “Building Network with Border Reporters / Regional Media Workshop” ไม่ได้เป็นเพียงการให้ความรู้ในห้องสัมมนา แต่ผสานทั้งการลงพื้นที่จริง การแลกเปลี่ยนกับชุมชนและภาคประชาสังคม การเสริมทักษะด้านเศรษฐกิจ การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และการใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลในการทำงานข่าว

เป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างเครือข่ายนักข่าวภูมิภาคที่มีศักยภาพ สามารถผลิตงานสื่อที่มีฐานบนข้อมูล (data-informed) ชัดเจน เข้มแข็งด้านจริยธรรม และเชื่อมโยงประเด็นระดับภาค ภูมิภาคให้เข้าสู่การรับรู้ของสังคมไทยและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง