ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
วันที่ 23 ตุลาคม 2568 บริษัท ดาลาจะเลิน สะตาออย จำกัด ได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง(MOA) กับบริษัท ซิโนเปค (ฮ่องกง) จำกัด ว่าด้วยการลงลึกในการร่วมทุนกันของ 2 บริษัท
พิธีเซ็น MOA จัดขึ้นที่โรงแรมลาดซะวง วันดา วิสต้า นครหลวงเวียงจันทน์ ระหว่าง บุนจอน แสงดาลา ประธานดาลาจะเลิน สะตาออย กับ Wu Qinggao ประธานบริษัท ซิโนเปค (ฮ่องกง) มี พล.อ.วิไล หล้าคำฟอง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันความสงบ ผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของลาวและจีน เข้าร่วม
บริษัท ซิโนเปค (ฮ่องกง) เป็นบริษัทในเครือซิโนเปค (Sinopec Group) หรือ China Petroleum and Chemical Corporation หนึ่งในบริษัทพลังงานและเคมีภัณฑ์แบบบูรณาการที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีธุรกิจครอบคลุมครบวงจร ทั้งการสำรวจ ผลิต ขนส่ง และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อื่นๆ
ซิโนเปคก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2541 สำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 30,000 แห่ง และเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ Easy Joy มากกว่า 27,000 แห่ง มีปริมาณการขายน้ำมันและก๊าซปีละมากกว่า 200 ล้านตัน มีรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมันมากกว่า 33 พันล้านหยวน และยังขยายการลงทุนออกไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก
บริษัทดาลาจะเลิน สะตาออย ทำธุรกิจขายปลีกน้ำมันในลาวมานาน ปัจจุบันเป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ STAR OIL ทั่วประเทศลาว 219 แห่ง และมีคลังน้ำมันอีก 3 แห่ง
ตามเนื้อหาใน MOA เบื้องต้น บริษัทดาลาจะเลิน สะตาออย ได้ร่วมลงทุนกับซิโนเปคสร้างสถานีบริการน้ำมันใหม่ ภายใต้แบรนด์ SINOPEC แห่งแรกขึ้นที่ตลาดซั่งเจียง นครหลวงเวียงจันทน์ และได้จัดพิธีเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568
ตลาดซั่งเจียงเป็นตลาดจีนแห่งที่ 2 ในนครหลวงเวียงจันทน์ ที่เปิดมานานกว่า 10 ปี ตั้งอยู่ริมถนนเต้ 2 (T2) หรือถนนอาเซียน ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติวัดไตทางทิศตะวันออก
น้ำมันที่นำมาขายยังสถานีบริการ SINOPEC ในลาว นำเข้ามาจากจีนทางขบวนรถไฟลาว-จีน ภายในสถานีบริการน้ำมัน SINOPEC ยังเป็นศูนย์รวมธุรกิจจีนหลากหลายแบรนด์ ประกอบด้วย ร้านสะดวกซื้อ Easy Joy สถานีชาร์จไฟฟ้ารถยนต์พลังงานใหม่(PIT) ร้านกาแฟ Tiki coffee ร้านไอศครีม Mixue Bingcheng ร้านปลาย่าง Bantianyao Grilled Fish ฯลฯ
……
นานมาแล้ว ที่ลาวต้องพึ่งพาแหล่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทยเป็นหลัก เพื่อนำไปใช้ภายในประเทศ รองลงมาคือจากเวียดนาม แต่ในความรู้สึกของคนลาวส่วนใหญ่ ให้ความเชื่อถือน้ำมันจากไทยมากกว่าน้ำมันเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม หลายปีมานี้ ลาวได้พยายามแสวงหาแหล่งนำเข้าน้ำมันทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน
ปี 2561 เป็นปีแรกที่ลาวเริ่มนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากจีน ผ่านด่านชายแดนบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า วันที่ 31 ตุลาคม 2561 น้ำมันดีเซลน้ำหนัก 64 ตัน ของบริษัท PetroChina International (Yunnan) ในกลุ่ม PetroChina Group ได้ผ่านพิธีการศุลกากรที่ด่านชายแดนบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา เข้าสู่ลาว เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากจีนเป็นครั้งแรกของลาว
น้ำมันล็อตนี้ มาจากคลังน้ำมันในเมืองคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนาน ที่อยู่ห่างจากชายแดนลาว-จีน ขึ้นไปประมาณ 700 กิโลเมตร ใช้วิธีขนส่งทางรถยนต์ตามทางด่วนคุนหมิง-เชียงรุ่ง-บ่อหาน(ตรงข้ามบ่อเต็น)
PetroChina ได้เข้ามาศึกษาตลาดน้ำมันในลาวตั้งแต่ปี 2559 เพื่อหาลู่ทางกระจายผลิตภัณฑ์ลงมายังประเทศในกลุ่มอาเซียน
ในลาว PetroChina ได้เป็นคู่ค้ากับบริษัท เอ็นทีพี การค้าน้ำมันและเชื้อไฟ มหาชน(Nationwide Trading Petroleum) หรือ NTP บริษัทผู้นำเข้าน้ำมันของลาว
จินดาสัก ยดหมั้นคง ผู้อำนวยการบริษัท เอ็นทีพี ให้สัมภาษณ์กับสื่อในตอนนั้นว่า การนำเข้าน้ำมันจากจีนเป็นผลดีต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของลาว เพราะได้เพิ่มแหล่งทางเลือกสำหรับการนำเข้าน้ำมัน จากเดิมที่ลาวต้องพึ่งพิงไทยและเวียดนามเพียง 2 ประเทศเท่านั้น…
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 โรงกลั่นน้ำมันแห่งแรกของลาวที่อยู่ในเขตพัฒนากวมลวมไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลาว-จีน ต่งหย่าน (Laopec) ได้เริ่มเดินเครื่องผลิตอย่างเป็นทางการ
โรงกลั่นแห่งนี้ใช้แนฟทาและน้ำมันดีเซลหนักจากโรงกลั่นน้ำมันอื่นเป็นวัตถุดิบ เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นแล้ว จะได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ 1 ล้านตันต่อปี ประกอบด้วย น้ำมันเบนซินประมาณ 2.38 แสนตัน หรือ 300 ล้านลิตร น้ำมันดีเซลประมาณ 3.8 แสนตัน หรือ 450 ล้านลิตร แก๊สหุงต้มประมาณ 15,200 ตัน สารเบนซีนประมาณ 10,600 ตันฯลฯ
โรงกลั่นน้ำมันมูลค่า 179 ล้านดอลลาร์สหรัฐแห่งนี้ เป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย บริษัทยูนนาน ต่งหย่าน อินดัสเตรียล โฮลดิ้ง ถือหุ้น 75% รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว(Lao State Fuel Company) 20% ที่เหลืออีก 5% ถือโดยบริษัทร่วมลงทุนลาว-จีน จำกัด
บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลาว-จีน ต่งหย่าน เริ่มก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันบนพื้นที่ 280,000 ตารางเมตร ในเขตพัฒนากวมลวมไชเชดถา มาตั้งแต่ปลายปี 2557
เขตพัฒนากวมลวมไซเสดถา เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นการลงทุนของกลุ่มทุนจีน โดยมีบริษัทจากจีนเป็นผู้ออกแบบโรงงานและดูแลการก่อสร้าง…
ก่อนปี 2565 น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กันในประเทศลาว 70% นำเข้าจากประเทศไทย ผ่านด่านชายแดนของ 2 ประเทศตามภาคต่างๆ ช่องทางหลักคือด่านสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1(เวียงจันทน์-หนองคาย)
แต่วิกฤติค่าเงินกีบที่ตกต่ำอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขายและบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงในลาว เพราะนอกจากทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว ยังทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันไปทั่วประเทศ เนื่องจากลาวมีปริมาณเงินดอลลาร์สหรัฐไม่เพียงพอให้บริษัทผู้นำเข้าน้ำมันแลกเพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าน้ำมันที่ซื้อมาจากต่างประเทศ
ต้นปี 2565 สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในลาวต้องหยุดให้บริการ เพราะไม่มีน้ำมันขาย เกิดสภาพวุ่นวาย โกลาหลตามเมืองใหญ่ๆหลายแห่ง โดยเฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์ ภาพของผู้คน รถรา ที่ต้องต่อคิวเป็นแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อน้ำมัน ซึ่งต้องใช้ระบบปันส่วน ปรากฏตามสื่อต่างๆจนกลายเป็นภาพชินตา
สถานการณ์ดังกล่าว ดำเนินต่อเนื่องนานข้ามปี กดดันให้ลาวต้องเร่งแสวงหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกเพิ่มขึ้น อย่างจริงจัง!
อ่านเพิ่มเติม
- สัปดาห์แห่งความ “โกลาหล” หน้าปั๊มน้ำมันทั่วประเทศลาว
- “สัญญาน” วิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งในลาว

วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 วิทยุเอเซียเสรี ภาคภาษาลาว รายงานว่า น้ำมันเบนซินที่นำเข้ามาจากจีน ได้ถูกลำเลียงเข้าสู่ลาวผ่านด่านชายแดนบ่อเต็นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2566
ข่าวของวิทยุเอเซียเสรี ไม่ได้บอกรายละเอียดของการนำเข้าน้ำมันจากจีนครั้งนี้มากนัก ระบุเพียงว่า บริษัทรัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟเวียงจันทน์ กิจการในเครือกรมใหญ่พลาธิการ กองทัพประชาชนลาว และบริษัทซิโนลาว ลงทุน ได้สั่งซื้อมาจากบริษัท ซิโนเปค (ฮ่องกง) เพื่อนำไปจำหน่ายภายในประเทศ หวังให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลง เพราะจีนกับลาวมีข้อตกลงระหว่างกันที่สามารถชำระค่าสินค้าเป็นเงินสกุลท้องถิ่นได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินดอลลาร์ไปจ่ายเป็นค่าน้ำมัน…
ไม่เพียงแค่จีนประเทศเดียวที่ลาวเล็งไว้เป็นเป้าหมายของแหล่งน้ำมันทางเลือก แต่ลาวได้เริ่มขยายช่องทางนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากเวียดนามเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ในปี 2557 หลายปีก่อนเกิดวิกฤติค่าเงินกีบ รัฐบาลเวียดนามและลาวได้ตกลงที่จะสร้างคลังสินค้าทัณฑ์บน และท่อส่งน้ำมันจากท่าเรือห่อนลา จังหวัดกว๋างบินห์ ไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เพื่อช่วยให้ลาวสามารถรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง โดยใช้วิธีส่งน้ำมันผ่านท่อ
ท่อส่งน้ำมันที่จะสร้าง ยาว 290 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่เวียดนาม 152 กิโลเมตร ลาว 138 กิโลเมตร คลังสินค้าที่ท่าเรือห่อนลาสามารถบรรจุน้ำมันได้ 3-5 แสนลูกบาศก์เมตร ส่วนคลังสินค้าที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บรรจุน้ำมันได้ 1-2 แสนลูกบาศก์เมตร

โครงการนี้ใช้เงินลงทุน 380 ล้านดอลลาร์ เป็นการลงทุน 100% ของรัฐบาลลาว ในนามบริษัท ปิโตรลาว(Petro Laos)โดยมีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเขาของสโลวะเกีย(Export-Import Bank of Slovakia : Eximbanka SR) เป็นผู้ให้กู้
ตามกำหนดการเดิม โครงการคลังสินค้าทัณฑ์บนและท่อส่งน้ำมันจากเวียดนามมายังลาว ต้องเริ่มต้นก่อสร้างในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการนี้ ได้เงียบหายไป ไม่มีการรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะปรากฏขึ้นอีกเลย…
เดือนกันยายน 2564 รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาวได้สร้างโรงกลั่นน้ำมันขึ้นที่บ้านยอดงึม เมืองแปก แขวงเชียงขวาง โดยนำเข้าน้ำมันดิบจากท่าเรือหงีเซิน จังหวัดแท็งห์ฮว๋า ในภาคกลางของเวียดนาม ขนส่งโดยรถบรรทุกเข้ามายังลาวผ่านด่านสากลน้ำกั่น แขวงเชียงขวาง ระยะห่างจากท่าเรือที่เวียดนามมายังโรงกลั่นยาว 380 กิโลเมตร ใกล้กว่าการนำเข้าจากประเทศไทย
โรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้ใช้ชื่อว่า “ยอดงึม พาวเวอร์” มีทุนจดทะเบียน 100 พันล้านกีบ สามารถผลิตปิโตรเลียมได้ปีละ 100 ล้านลิตร เพื่อใช้ภายในประเทศ แบ่งเป็นน้ำมันดีเซล 60% น้ำมันหล่อลื่น 39% อีก 1% เป็นสารสังเคราะห์
โรงกลั่นยอดงึม พาวเวอร์ เปิดดำเนินงานในเดือนมีนาคม 2565 น้ำมันที่กลั่นได้ถูกส่งไปยังแขวงหลวงพระบางเพื่อกระจายขายต่อไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือ ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของรัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว…
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาวได้เปิดเส้นทางนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเส้นทางใหม่ขึ้นอีกเส้นหนึ่งอย่างเป็นทางการ
เส้นทางนี้ น้ำมันถูกนำเข้ามาผ่านท่าเรือหงีเซิน จังหวัดแท็งห์ฮว๋า และเก็บไว้ชั่วคราวที่คลังน้ำมัน Anh Phat ในเขตเศรษฐกิจพิเศษหงีเซิน จากนั้นขนส่งโดยรถบรรทุกน้ำมัน กระจายออกไปใน 2 เส้นทาง ได้แก่
1.เส้นทางไปยังแขวงเชียงขวาง ผ่านด่านสากลน้ำกั่น และนำไปเก็บไว้ยังคลังน้ำมันของบริษัท ยอดงึม พาวเวอร์ ก่อนส่งไปที่แขวงหลวงพระบางเพื่อกระจายต่อในภาคเหนือและภาคอื่นๆ
2.เส้นทางไปยังแขวงหัวพัน ผ่านด่านสากลน้ำโสย น้ำมันจะถูกนำไปเก็บไว้ยังคลังน้ำมันบ้านนาทอง เมืองซำเหนือ ก่อนกระจายต่อไปในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ
วันที่ 25 กันยายน น้ำมันสำเร็จรูปล็อตแรกที่รัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาวถูกส่งมาทางเรือและขึ้นบกที่ท่าเรือหงีเซิน เป็นน้ำมันดีเซลคุณภาพมาตรฐาน ยูโร 5 น้ำหนักรวมกว่า 2,600 ตัน หรือประมาณ 3.2 ล้านลิตร
พิธีเปิดเส้นทางนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปเส้นทางใหม่ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่คลังน้ำมันบ้านนาทอง โดยมีคำแพง ไซสมแพง เจ้าแขวงหัวพัน เป็นประธาน
มีการกล่าวรายงานในพิธีนี้ว่า การเปิดเส้นทางนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเส้นทางใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สนองความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยายตัว สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เพิ่มทางเลือกในการนำเข้าน้ำมันที่มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชน และรับประกันการสนองน้ำมันให้เพียงพอแก่ประชาชนในภาคเหนือ

……
30 กว่าปีที่แล้ว ช่วงที่ลาวเริ่มเปิดประเทศใหม่ๆ คนลาวแทบทุกคนมีความเชื่ออย่างจริงจังว่ารถยนต์ที่มีคุณภาพต้องเป็นรถญี่ปุ่น โดยเฉพาะรถโตโยต้า
เช่นเดียวกับน้ำมัน ที่คนลาวให้ความเชื่อมั่นต่อน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าไปจากไทยว่ามีคุณภาพดีกว่าน้ำมันเวียดนาม
แต่ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ด้วยหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ในลาว เริ่มมีพื้นที่ของรถยนต์จากจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ รถยนต์แบรนด์จีนหลากหลายยี่ห้อวิ่งกันให้เกลื่อนบนท้องถนนในเวียงจันทน์ และในเมืองใหญ่ๆหลายเมืองทั่วประเทศ
ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิง ก็อาจมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางแบบเดียวกัน!
ลาวเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับ 5 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม เมียนมา ไทย และกัมพูชา คำนิยามของลาว เรียกเมียนมา ไทย กัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่จีนและเวียดนาม คนลาวเรียกเป็นประเทศ “เพื่อนมิตร”…



