รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
Nurburgring คือสนามสอบความเร็วรถยนต์ที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน มีระยะทางทั้งหมด 20 กม. เป็นเส้นทางผ่านเทือกเขาทางตะวันตกของเยอรมัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก เช่น BMW, Porsche, Mercedes Benz และรถยนต์ผลิตจากอิตาลี ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ล้วนนำรถยนต์ใหม่ มาทดสอบความเร็วที่สนามแข่งรถยนต์แห่งนี้
เดือนมิถุนายน 2025 มีรถยนต์ EV ได้ทำสถิติความเร็วใหม่ขึ้นมา รถยนต์ EV นี้ไม่ได้ผลิตโดยบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก แต่โดย Xiaomi บริษัทจีนที่เป็นที่รู้จักกันว่าผลิตสมาร์ทโฟนและหม้อหุงข้าว ในราคาไม่แพง Xiaomi เพิ่งผลิตรถยนต์ EV คันแรก ใช้เวลาแค่ 1 ปี แต่กลับเป็นรถยนต์ที่ทดสอบมีความเร็วมากที่สุดอันดับ 3 ของรถยนต์ที่เคยมาทดสอบที่ Nurburgring
นับวันจีนจะแข็งแกร่งมากขึ้น
บทความใน foreignaffairs.com เรื่อง The Real China Model เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญจีน 2 คน คือ Dan Wang และ Arthur Kroeber กล่าวว่า ความสำเร็จของ Xiaomi ในการทดสอบรถยนต์ EV กลายเป็นสัญลักษณ์การพุ่งขึ้นมามีฐานะนำอย่างรวดเร็วของจีน ในเรื่อง “พลังงานสะอาด”
ปี 2024 จีนผลิตรถยนต์ EV เกือบ 3 ใน 4 ของโลก จีนครองสัดส่วน 40% การส่งออกรถยนต์ EV ของโลก แบตเตอรี่ของรถยนต์ EV ผลิตโดยบริษัทจีนแทบทั้งหมด และจีนผลิต 60% ของเครื่องแยกไฮโดรเจนจากน้ำ (electrolyzer) ซึ่งเป็นวิธีการสำคัญในการผลิตพลังงานสะอาดจากไฮโดรเจน
การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของจีน เริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่นักวางแผนเศรษฐกิจของจีนเปิดเผยยุทธศาสตร์เรียกว่า Made in China 2025 เพื่อให้จีนเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอนาคต 10 ด้าน เช่น พลังงาน เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนไฮเทค เป็นต้น
จีนมีเป้าหมายยกระดับการผลิตในภาคส่วนนี้ ลดการนำเข้าและพึ่งพาบริษัทต่างชาติ และส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทจีน รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนวิสัยทัศน์ Made in China 2025 ด้วยการสนับสนุนทางการเงิน ปีหนึ่งเป็นเงิน 1-2% ของ GDP ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการลดหย่อนภาษี

จีนประสบความสำเร็จจากความพยายามดังกล่าว ไม่เพียงเป็นผู้นำด้านรถยนต์ EV และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด แต่ยังเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอากาศยานโดรน และระบบอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรม
แต่ก็มีเสียงวิพากวิจารณ์ต่อ “โมเดลจีน” ว่า การใช้เงินมหาศาลนำไปสู่การสูญเปล่าและคอร์รัปชัน เป็นโมเดลที่สร้างอุตสาหกรรม ที่ทำให้มีผู้ผลิตหลายสิบราย ผลิตสินค้าแบบเดียวกัน และต้องต่อสู้กันเองเพื่อให้มีกำไร การลดลงของราคาสินค้าที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ทำให้บริษัทต่างๆไม่จ้างพนักงานเพิ่ม หรือเพิ่มค่าแรง ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง และการเติบโตอ่อนแอลง
บทความของ foreignaffairs.com กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวของจีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่จะเป็นความผิดพลาดร้ายแรง หากมองว่าปัญหาเหล่านี้ใหญ่พอที่จะล้มคว่ำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน นโยบายอุตสาหกรรมของจีนประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะรัฐบาลจีนเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง แล้วก็ให้เงินอุดหนุน
แต่นโยบายนี้ได้ผล เพราะจีนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี จีนยังสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรม ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่พลังงานไฟฟ้าและเครือข่ายดิจิทัล นอกจากนี้ จีนยังสร้างแรงงานมหาศาล ที่มีความรู้ในการผลิตที่ก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้จีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่และการต่อยอด ได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น จนความเข้มแข็งทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีน ได้กลายเป็นส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจโลกอย่างถาวรไปแล้ว

จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน
บทความของ foreignaffairs.com กล่าวว่า China Model ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะจีนให้การอุดหนุนการเงินแก่อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่เพราะจีนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างกว้างขวาง ทั้งทางกายภาพและด้านความชำนาญของมนุษย์ ที่ไปส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม และการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
โครงสร้างพื้นฐานบางอย่างเกี่ยวกับการขนส่ง เช่น ถนน รางรถไฟ และท่าเรือ 30 ปีที่ผ่านมา จีนสร้างเครือข่ายทางด่วนมีระยะทางมากกว่า 2 เท่าของทางหลวงระหว่างรัฐของสหรัฐฯ เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีน มีรางรถไฟมีความยาวมากกว่าของโลกรวมกัน และเครือข่ายท่าเรือ ที่ใหญ่ที่สุดคือท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งในบางปี การขนย้ายสินค้ามีจำนวนมากกว่าท่าเรือสหรัฐฯทั้งหมดรวมกัน
หากจีนหยุดอยู่แค่นี้ ก็จะเดินมาไม่ถึงสิ่งที่เป็นจุดอยู่สูงทางเทคโนโลยี ระบบโครงสร้างพื้นฐานอื่นก็มีความสำคัญ หนึ่งในนั้นคือเครือข่ายดิจิทัลของจีน ตะวันตกเคยมองว่า อินเทอร์เน็ตจะบั่นทอนระบอบอำนาจนิยม เพราะรัฐไม่สามารถผูกขาดข้อมูลข่าวสาร แต่จีนมองตรงกันข้าม โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่มีคุณภาพ ทำรัฐบาลสามารถติดตามทัศนะคติและการเคลื่อนไหวของประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม และการสร้างระบบนิเวศไฮเทค ทุกวันนี้ ByteDance, Alibaba และ Tencent กลายเป็นบริษัทนวัตกรรมของโลก Huawei เป็นผู้นำการผลิตอุปกรณ์ 5G
โครงสร้างพื้นฐานอันดับต่อไป ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของจีน คือโครงข่ายไฟฟ้า ในแต่ละปี จีนผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าสหรัฐฯและ EU รวมกัน การลงทุนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วของระบบขนส่งที่อาศัยไฟฟ้า ได้แก่รถไฟความเร็วสูงกับรถยนต์ EV จีนกลายเป็นชาติที่สามารถเอาชนะอุปสรรค ที่เคยขัดขวางไม่ให้ไฟฟ้าเข้ามาแทนพลังงานฟอสซิล
โครงสร้างพื้นฐานที่ลึกและกว้างของจีนอีกอย่าง ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น คือแรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 70 ล้านคน ที่จีนมีมากที่สุดในโลก เนื่องจากการลงทุนสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน ผู้จัดการโรงงาน วิศวกร และคนงานของจีน มีสิ่งที่เรียกว่า “ความรู้ในกระบวนการผลิต” (process knowledge) ที่สะสมมานานนับสิบปี คนงานจีนจึงมีความรู้ในการผลิต และทำอย่างไรให้ผลิตดีขึ้น
Process Knowledge คือความสามารถหรือทักษะที่ทำให้เกิด “นวัตกรรมกับสิ่งที่มีอยู่” หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น เรียกว่า Iterative Innovation ที่แตกต่างจาก Disruptive Innovation ความรู้นี้ยังทำให้แรงงานจีน สามารถปรับปรุงการผลิตสินค้า ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น และต้นทุนที่ถูกลง Process Knowledge ยังทำให้จีนสามารถปรับขนาดการผลิต โรงงานจีนสามารถระดมแรงงานที่มีทักษะประสบการณ์ ในการผลิตสินค้าใหม่ขึ้นมา
สุดท้าย Process Knowledge ทำให้จีนสามารถสร้างอุตสาหกรรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะคนงานที่เคยประกอบ iPhone ของโรงงานในเสิ่นเจิ้น ปีต่อๆไปอาจไปทำงานผลิตโทรศัพท์ของ Huawei โรงงานผลิตโดรนของ DJI หรือโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ EV ของ CATL ดังนั้น แรงงานที่มี Process Knowledge อาจเป็นทรัพย์สินเศรษฐกิจสำคัญสุดของจีน เพราะแรงงานจีนได้พิสูจน์ให้เห็นในเรื่องความชำช่อง จำนวนปริมาณ และความรวดเร็ว จากการผลิตสมาร์ทโฟน
นักวิเคราะห์ตะวันตกยังมองข้ามความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังของผู้ประการกอบการจีน จีนเต็มไปด้วยนักธุรกิจที่มองการณ์ในแง่ดี และมีความกล้าเสี่ยง ปี 2021 Lei Jun ผู้ก่อตั้ง Xiaomi ประกาศลงทุน 10 พันล้านดอลลาร์ในรถยนต์ EV และบอกว่าเป็นโครงการสุดท้าย ผลการทดสอบรถที่สนามรถแข่งในเยอรมัน พิสูจน์ความสำเร็จของ Xiaomi ที่สามารถเจาะระบบนิเวศรถยนต์ EV
เมื่อกลับมามองบริษัทอเมริกันที่ทำสิ่งเดียวกัน จะเห็นแตกต่าง ปี 2014 Apple ที่มีเงินสดสะสมในมือ 40 พันล้านดอลลาร์ พิจารณาพัฒนารถยนต์ EV เมื่อมองจากสายตาทั่วไป Apple มีความชำนาญทางเทคโนโลยีมากกว่า แต่สหรัฐฯไม่มีระบบพลังงานไฟฟ้าหรือความสามารถในการผลิตเหมือนจีน ปี 2024 Apple ประกาศยกเลิกโครงการรถยนต์ EV หลังจากใช้เวลาพัฒนามานาน 10 ปี

ปัญหาท้าทายของเศรษฐกิจจีน
บทความของ foreignaffairs.com กล่าวว่า จีนประสบปัญหาท้าทายทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายอุตสาหกรรม ที่ทำให้จีนประสบความสำเร็จ จีนทุ่มเททรัพยากรแก่โครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็ทุ่มเทให้กับรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ได้มีบทบาทมากต่อระบบนิเวศไฮเทค แต่กลับสร้างหนี้สินมากมาย และฉุดรั้งประสิทธิภาพของเศรษฐกิจโดยรวม
การอุดหนุนทางการเงินของรัฐที่ไม่มีการควบคุม ทำให้เกิดคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง นับจากปี 2022 ผู้บริหารอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หลายสิบคนถูกจำคุก เพราะคอร์รัปชัน รวมทั้งผู้บริหารกลุ่ม Tsinghua Unigroup การอุดหนุนทางการเงินของรัฐช่วยทำให้เกิดระบบนิเวศด้านไฮเทค แต่ก็ทำให้บริษัทที่มีประสิทธิภาพน้อย ยังสามารถทำธุรกิจอยู่ได้ เป็นเหตุทำให้ผู้ประกอบการต่างๆได้ผลกำไรต่ำลง เพราะบริษัทต่างๆลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมพลังงานแสงแดด คือตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาดังกล่าว การมีห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงแดด ถือเป็นความสำเร็จทางยุทธศาสตร์ของจีน แต่บริษัทต่างๆขายสินค้าที่ไม่มีความแตกต่างกันเลย จึงแข่งขันกันเพื่อทำกำไร เวลาเดียวกันตัดราคาลงอย่างหนัก อุตสาหกรรมรถยนต์ EV สมาร์ทโฟน และอื่นๆ ก็ประสบปัญหาแบบเดียวกันนี้ คือมีบริษัทจำนวนมากผลิตสินค้าแบบเดียวกัน แล้วก็แย่งชิงผลกำไรที่มีน้อยมาก
China Model มีส่วนทำให้เกิดการเติบโตเศรษฐกิจที่ลดลง เพราะสร้างวงจรปัญหาแบบที่หมุนเวียนเกิดขึ้นมา (vicious circle) กลายเป็นเรื่องปกติที่เศรษฐกิจจะต่อสู้ให้มีการเติบโตที่ 5% และต่อสู้กับปัญหาราคาสินค้าลดลง อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอลง ทำให้ต้องหันไปส่งออกชดเชย ทั้งหมดทำให้เกิดความเสี่ยงชัดเจน การเติบโตที่ลดลงหมายถึงเศรษฐกิจมีพลวัตน้อยลง บริษัทเทคโนโลยีอาจไม่สามารถรักษาการสร้างนวัตกรรมได้ต่อเนื่อง การได้เปรียบดุลการค้าอาจเผชิญการกีดกันการค้าจากประเทศต่างๆ
ในที่สุด จีนคงจะสามารถเอาชนะความเสี่ยงเหล่านี้ เหมือนกับที่เคยเอาชนะปัญหาท้าทายในอดีต เช่นผู้ผลิตรถยนต์ EV จาก 57 บริษัทลดมาเหลือ 49 บริษัท การลงทุนตั้งโรงงานในต่างประเทศ เช่น BYD ลงทุนในไทย บราซิล และฮังการี แต่ไม่ว่าจีนจะมีปัญหาอย่างไร จีนจะยังคงเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งประสบความสำเร็จยาวนานขึ้น ประเทศตะวันตกก็จะเผชิญกับภาวะการลดการผลิตด้านอุตสาหกรรมลง (deindustrialization) ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน รถยนต์ EV หรือ AI
เอกสารประกอบ
The Real China Model, foreignaffairs.com, SEP-OCT 2025.



