
หลังจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 311 เสียง ส่วนนายชัยเกษม นิติสิริ ได้คะแนนเสียง 150 เสียง และงดออกเสียง 27 เสียง โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนทั้งหมด 490 ราย
เพียงชั่วข้ามคืนการฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญๆที่ดึงมาจากคนนอก โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีการทาบทาม ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยมีการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อนึ่งก่อนหน้านี้ดร.เอกนิติ เป็นที่ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในผู้ลงสมัครเพื่อคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ แต่ท้ายที่สุดไม่ได้ลงสมัคร
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จบการศึกษาปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.) ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University of Illinois at Urbana-Champaign ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.) ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบการศึกษามัธยมศึกษาจากวิชิราวุธวิทยาลัย
ปัจจุบัน ดร.เอกนิติฯ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) กรรมการและประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประธานกรรมการบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด และกรรมการวชิราวุธวิทยาลัย นอกจากนั้นยังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ Tax Inspectors Without Borders (TIWB) ของ OECD & UNDP
ในอดีตดร.เอกนิติฯ เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต ในช่วงปี 2565-2567 อธิบดีกรมสรรพากร ในช่วงปี 2561-2565 ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในปี 2558-2561 และเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด ประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ประธานกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป และตำแหน่ง Senior Advisor ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ผลงานที่โดดเด่นของ ดร.เอกนิติฯ ในอดีต คือ เป็นผู้นำระบบ Digital มายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตในการบริการประชาชน เช่น การนำ ระบบ Blockchain มาคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเป็นที่แรกของโลกจนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ Digital Government Award in Asia & Oceania จาก ASOCIO รางวัล Thailand Digital Transformation Award รางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล
นอกจากนั้น ยังยกระดับกรมสรรพสามิตเป็นกรม ESG จนสามารถผลักนโยบายภาษีคาร์บอนเพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และยังเป็นผู้นำแนวคิด PPP Fast Track มาขับเคลื่อนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ช่วยลดเวลาอนุมัติโครงการจากปกติใช้เวลา 2 ปี เหลือเพียง 9 เดือน รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ลดภาระรัฐบาลในการกู้เงินและลดหนี้สาธารณะ
ในอดีต ดร.เอกนิติฯ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจและประมาณการเศรษฐกิจให้แก่กระทรวงการคลัง นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลังมายาวนานมากกว่า 20 ปี
ดร.เอกนิติฯ มีผลงานวิชาการในระดับนานาชาติ เคยเป็นอาจารย์พิเศษในหลักสูตร Graduation School of Management ที่มหาวิทยาลัยเกียวโตของญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยหลายแห่ง เขียนหนังสือและสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ อาทิ หนังสือเรื่อง “โดมิโน เอฟเฟคต์ : ทางรอดเศรษฐกิจไทยบนเส้นด้ายวิกฤติโลก” และบทความเรื่อง “The Asian Crises Reexamined” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของ MIT Press Journals of Asian Economic Papers
ดร.เอกนิติฯ ได้รับรางวัล 1) นักเศรษฐศาสตร์ดาวรุ่งแห่งปี 2552 โดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ 2)รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัย Illinois ประจำปี 2558 3) รางวัลนักเรียนทุนรัฐบาลดีเด่น ประจำปี 2561 ของสำนักงาน ก.พ. 4) รางวัลนักเศรษฐศาสตร์ดีเด่น โดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ประจำปี 2561 แล 5) ศิษย์เก่าดีเด่นของคณะเศรษฐศาสตร์ และของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 ในอดีต ดร.เอกนิติฯ เคยเป็นประธานชุมนุมนักกีฬารักบี้ฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักกีฬารักบี้ฟุตบอล (เยาวชน) ทีมชาติไทย



