ปิติคุณ นิลถนอม
…สลากกินแบ่งงวดวันที่ 1 กันยายน 2563 เคยสร้างความแตกตื่นให้กับคอหวยเป็นอย่างมาก ว่าเหตุใดรางวัลที่ 1 จึงออกมาเป็นเลขเรียงกันคือ 999997 ซึ่งมีนักคณิตศาสตร์คำนวณมาแล้วว่าโอกาสที่จะออกเลขลักษณะแบบนี้ คือมีเลขเรียงชิดข้างใดข้างหนึ่งติดกัน มีเพียง ร้อยละ 0.00018 คือจะออก 1 งวด ในทุกๆ 5,556 งวด ดังนั้นโอกาสจึงมี แต่มันน้อยมากเหลือเกิน …
ผมนึกถึงเหตุการณ์นั้นเพราะเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาผมได้รับเกียรติจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ไปเป็นกรรมการออกรางวัลฯ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากครั้งแรกเมื่อกลางปี 2563 ซึ่งเป็นงวดก่อนหน้าเหตุการณ์ข้างต้นไม่นาน
ผมไม่ใช่ “คอหวย” เนื่องจากแทบไม่ได้ซื้อหรือเสี่ยงโชคทำนองนี้เลย แถมไม่มีดวงอีกต่างหาก เรียกว่ากว่าจะได้อะไรมาสักอย่างต้องทำงานอย่างหนัก ไม่เคยได้ลาภลอยอะไรอย่างใครเขา เรียกว่าหากใครเอาเลขที่เกี่ยวกับตัวผมเช่นปีเกิด ฯลฯ ไปซื้อลอตเตอรี่ก็เจ๊งทุกรายไป (ฮา)
เมื่อไม่ได้เป็นคอหวย ผมเลยไม่ค่อยมีความรู้ว่ากระบวนการออกรางวัลในแต่ละงวดเป็นอย่างไรในรายละเอียด แต่ก็เห็นภาพเลาๆจากสื่อทีวีที่เคยได้เห็นการถ่ายทอดสดมาบ้างในบางงวด และประสบการณ์การเป็นกรรมการฯ เมื่อครั้งกระโน้น
คำถามที่บางคนถามก็คือมันล็อคเลขได้จริงเหรอ มีโอกาสหรือไม่ ที่มีคนถามคำถามเหล่านี้คงเป็นเพราะภาพเก่าที่เคยมีเรื่องในอดีตที่ผ่านมากรณีที่เป็นข่าวอื้อฉาวอย่าง “กลมบางกรวย” และทีมงานที่มีการวางแผนในการทุจริตเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกรางวัลในฐานะภาคประชาชน แต่นั่นก็เป็นกรณีที่ใช้อุปกรณ์แบบเก่าที่เป็นไม้ตักลูกบอล ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว
แต่สิ่งที่ผมเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานการออกรางวัล ตอนได้รับเอกสารหนังสือเชิญก็คือตราสัญลักษณ์ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับมาตรฐาน ISO ตั้งแต่การพิมพ์ รวมถึงการออกรางวัลด้วย
จึงเป็นเครื่องการันตีว่ากระบวนวิธีการในการออกรางวัลย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องออกแบบมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนว่าเป็นไปโดยโปร่งใส เป็นธรรม และลบข้อครหาต่างๆนานาว่าไม่มีการล็อคเลขได้
อย่างไรก็ตามด้วยวิญญาณของความเป็น auditor การจะรับฟังอะไรได้นั้นจะต้องมีหลักฐานเป็นสำคัญ (evidence-based) ผมเลยบอกตัวเองว่าต้องสังเกตการณ์โดยเฉพาะต้องสอดส่องข้อเท็จจริงต่างๆ (Fact-finding) เพื่อพิจารณาประกอบว่ามาตรฐานที่เขียนไว้นั้นมันเป็นอย่างไร
วิธีการ “สุ่ม เสี่ยง สลับ ไขว้ เวียน คละ” ที่ใช้กับอุปกรณ์และกรรมการ (ซึ่งล้วนเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานสลากกินแบ่งฯ) ทำให้ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าในการออกรางวัลโดยเฉพาะรางวัลเลขท้าย และรางวัลที่หนึ่ง จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “นนทรี 1” ชุดใด หรือกรรมการคนใดจะเป็นผู้ออก (คณะกรรมการมี 9 คน โดยประธานจะสุ่มเลือกกรรมการเพียง 6 คนที่จะขึ้นไปทำหน้าที่บนเวที) รวมถึงการออกรางวัลที่ 1 ที่จะนำลูกบอลพลาสติกทรงกลมที่ได้จำนวน 6 ลูก จากอุปกรณ์ 6 หลัก มาคละในอุปกรณ์กลางอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งต่างๆทั้งหลายทั้งปวงที่เล่ามาเป็นวิธีการที่ออกแบบและนำมาใช้ในทุกขั้นตอนของการออกรางวัล เรียกได้ว่ามีความซับซ้อนในความซับซ้อน
มิพักต้องกล่าวถึงกระบวนการอื่นๆ เช่น การเก็บอุปกรณ์ทุกชิ้นไว้ในห้องมั่นคง การชั่งน้ำหนักลูกบอล การขอความร่วมมือหน่วย EOD ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบโลหะกับอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อป้องกันการฝังอุปกรณ์พิเศษในการล็อคเลขรางวัล ที่ทำตั้งแต่ตอนเตรียมอุปกรณ์ และบนเวทีก่อนการออกเลขรางวัล
การใช้ผ้าโปร่งแสงคลุมอุปกรณ์หลังกรรมการตรวจสอบแล้ว และผูกเชือกติดครั่ง หรือพนักงานออกรางวัลที่ 5 จำนวน 6 คนที่ต้องหมุนวงล้อโดยคนหมุนข้างซ้ายก็ต้องหมุนซ้ายตลอด คนถัดไปหมุนด้านขวา และในแต่ละครั้งต้องขยับหลักหมายเลขทุกครั้งจนกว่าจะออกรางวัลครบ
การมี CCTV และมีการบันทึกวิดีโอขั้นตอนตรวจสอบทุกขั้น รวมถึงถ่ายทอดสดทีวี 2 ช่อง ไม่นับรวมข่องทางออนไลน์ อีกทั้งมีการเปิดให้ประชนชนมาสังเกตการณ์อีกด้วย
…ทุกอย่างเป็นการเพิ่มต้นทุนในการโกงให้ยากเข้าไปอีก ถึงขั้นที่นึกไม่ออกว่าจะโกงอย่างไร…
สิ่งที่เห็นอีกเรื่องหนึ่งคือเจตจำนงที่ชัดเจนของผู้บริหารสำนักงานสลากฯ ที่จะส่งเสริมให้มีความโปร่งใส ดังจะเห็นได้ว่ามีผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสลากกินแบ่งฯ (บอร์ด) มาต้อนรับกรรมการออกรางวัลฯที่เป็นบุคคลภายนอกด้วยตัวเอง และตอบทุกคำถามที่สอบถามด้วยความชัดเจนอย่างตั้งใจ รวมถึงอยู่ในห้องออกรางวัลตลอดระยะเวลา แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ ในการรักษาความโปร่งใส เป็นธรรม ในการออกรางวัล
…ในขณะฟังการอธิบายและการตอบคำถามของเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการ ผมก็ทึ่งในความสลับซับซ้อน ระคนปนไปกับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวว่า ยิ่งกระบวนการมีความสลับซับซ้อนมากเพียงใด ย่อมหมายความว่ามนุษย์เราก็มีความสลับซับซ้อนกลับกันก็ฉันท์นั้น…
หมายถึงว่าระบบก็ต้องออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับความเป็นมนุษย์ ซึ่งย่อมมีคนที่จะคิดทุจริตเป็นปกติธรรมดา
…ยิ่งระบบออกมายุ่งยากเพียงใด ก็หมายความว่าคนเราย่อมคิดโกงได้ซับซ้อนไม่แพ้กัน…
จริงๆแล้วหากไม่มีใครคิดทุจริต การออกรางวัล อย่างเช่น รางวัลที่ 1 คงเพียงแค่การนำกระป๋องสัก 6 ใบ แล้วเอาเศษกระดาษ มาเขียน 0-9 ใส่ไว้ทุกๆใบ แล้วจับขึ้นมากระป๋องละใบ เลขที่ได้มาจากกระป๋องทั้ง 6 ใบก็เป็นรางวัลที่ 1 ได้
…แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้ เพราะใครจะไปไว้ใจว่าจะไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น เรียกได้ว่าจิตใจมนุษย์ ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ…


