ThaiPublica > คอลัมน์ > เก็บขยะ: สร้างสำนึกให้ไม่ประมาท

เก็บขยะ: สร้างสำนึกให้ไม่ประมาท

7 กันยายน 2020


วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา

บ่อยครั้งที่คนถามผมว่าทำไมจึงชอบออกไปร่วมกิจกรรมเก็บขยะนัก

ไม่ใช่ทั้งหน้าที่ และไม่ใช่ทางแก้ไขอะไรที่ยั่งยืน

ทำไมไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ….บลาๆๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา บังเอิญตรงกับวันอนุรักษ์ฉลามวาฬสากล ผมจะไปร่วมกิจกรรมพายเรือเก็บขยะในคลอง กับกลุ่มหนุ่มสาวจากชุมชนและสถาบันต่างๆ ที่ตลาดหัวตะเข้ อีกแล้วครับ

ผู้จัดเป็นกลุ่มคนวัยเริ่มทำงานชายหญิงที่ไม่ได้มีหน้าที่อะไรกับเรื่องนี้ แต่เขาทำเพราะเขารู้สึกดีที่ได้ทำกับชุมชนที่เขาสัมผัส และพวกเขาก็ทำกิจกรรมเก็บขยะตามที่ต่างๆทั่วไทยมาแล้ว ในนาม “กลุ่มอาสาเที่ยว”

กลับมาตอบคำถามข้างบนที่สะสมรับฟังมาหลายปีดีกว่า

อย่างแรก… การออกไปร่วมกิจกรรมเก็บขยะ ทำให้เราได้พบเจอกับคนที่อย่างน้อยก็มีความตั้งใจจะทำบ้านเมืองและสิ่งแวดล้อมให้มันดีขึ้น

การได้เจอคนที่รู้จักและไม่รู้จัก ที่กำลังมุ่งจะมาทำภารกิจเพื่อผู้อื่น เพื่อสิ่งอื่น ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น มันอบอุ่นนะครับ

อบอุ่นว่าเรานับถือกันและกันได้โดยไม่ต้องรู้จักชื่อกันด้วยซ้ำ

สาเหตุที่สอง การเก็บขยะ จะทำให้เราได้เพ่งมอง ได้เห็นสิ่งที่ปกติเราอาจไม่สังเกต ว่ามีอะไรที่แปลกปลอมเข้าไปปะปนกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมากมายขนาดนั้น

ได้เห็นสิ่งที่หมกซ่อนในใต้สะพานลอย ใต้ทางกลับรถ ใต้ตึก ในพงหญ้า บนภูเขา ใต้ทะเล ในกอผักตบชวา ใต้บ้านริมคลอง ในก้นคลอง ในใต้หาดทราย ในสวนหย่อมริมทาง ในซอกอาคาร ในกระถางต้นไม้ริมถนน จาระไนไม่หมดครับ

เห็นบ่อยเข้าแล้วเราจะเริ่มแยกแยะออก ว่าเราเจออะไรมากกว่าอะไร และอะไรเก็บกวาดยากกว่าอะไร

ทำให้เราตระหนักครับ….ว่ามนุษย์เราปล่อยปละละเลยด้วยการทิ้งสิ่งที่ไม่ควรทิ้งไว้ตามที่ต่างๆมากแค่ไหน
การร่วมกิจกรรมเก็บขยะจึงเป็นการร่วมเรียนรู้และเตือนสติให้ตัวเราเองได้ดีอย่างหนึ่ง

เหตุผลอย่างที่สาม คือรู้สึกดีที่ได้เห็นสภาพแวดล้อมตรงจุดนั้นๆ มันเปลี่ยนไป สะอาดขึ้น แม้มือไม้ เนื้อตัว เสื้อผ้า ของเราจะเลอะเทอะสกปรกหน่อย แต่มันก็ทำความสะอาดจัดการได้จบเสร็จในเพียงแค่ 20 นาทีหลังล้างตัว อาบน้ำ

เหตุผลสุดท้าย คือ ถ้าเราไม่ไปเก็บเสียอีกคน แล้วเจ้าขยะพวกนั้นมันจะหายไปเองมั้ย ก็คงไม่ เพราะจุดที่เราไปเก็บกัน ปกติจะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่มีเวลา ไม่มีกำลังเพียงพอในภารกิจปกติที่จะชอนไชเข้าไปถึง

ขยะที่ไม่ย่อยสลายนั้น มันสามารถอยู่ในสภาพโทรมๆอย่างนั้นไปอีกหลายร้อยปี และเมื่อมันเสื่อมสลาย มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่กำจัดจัดการได้ยากขึ้นไปเรื่อยๆเสมอ

สำหรับผมยังมีเหตุผลพิเศษอีกอย่าง คือการได้เข้าไปร่วมสัมผัสกับกิจกรรมอย่างนี้ ช่วยทำให้ได้ข้อมูลจากประสบการณ์จริงกลับมาใช้พัฒนานโยบายสาธารณะที่สะท้อนความจริงของปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะซับซ้อนกับชีวิตสังคมเมือง ชีวิตคนชานเมือง ชีวิตคนต่างจังหวัด หรือชีวิตนักท่องเที่ยวหรือของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ๆเราได้เข้าไปแคะไค้ใส่ใจหาทางทำความสะอาดมัน

ประสบการณ์การปีนเขาขึ้นไปเก็บขยะลงมา มุดใต้สะพานลงไปเขี่ยไปกวาดเศษวัสดุต่างๆออกมา การได้นั่งยองๆก้มๆเงยๆกับพื้นเพื่อล้วงเข้าพงสวนหย่อม หรือลุยน้ำพายเรือหรือแม้แต่ดำน้ำลงไปเก็บเอาสิ่งแปลกปลอมออกมาจากจุดที่ไม่ควรอยู่จึงเป็นประสบการณ์ที่ สร้างสรรค์กว่าแค่การเก็บขยะ

แต่มันคือการทำความสะอาดกายใจและสำนึกให้ตัวเราเอง

ขอชักชวนให้ท่านที่อยากมีกิจกรรมเพลินๆและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ออกไปร่วมกันจัดการกับสิ่งแปลกปลอมที่เราและคนที่มาก่อนหน้าทิ้งไว้กันครับ

เพื่อส่งมอบสภาพแวดล้อมที่ไม่เลวร้ายเกินไปให้คนรุ่นถัดๆไป

แม้เค้าอาจจะไม่รู้อะไรกับสิ่งที่เราทำเลยก็ตามที

….

วันนี้ฝนตกหนักในกรุงเทพช่วงบ่าย

แต่พอไปถึงตลาดหัวตะเข้ ปรากฏว่าฟ้าครื้มเฉยๆ

สิ่งที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนที่เคยมาพายเรือเก็บขยะที่นี่คือ มีผู้คนมาร่วมรอลงเรือทำกิจกรรมเยอะกว่าทุกครั้ง

บางท่านจึงต้องรอเพื่อผลัดกันได้ออกรอบ…คนที่ใช้เรือแบบนั่งคู่หัวท้ายก็ต้องฝึกพายให้พร้อมเข้าจังหวะกัน

คนที่พายแคนูเดี่ยวก็ฝึกฝนสักพัก หัดเบรคหัดเลี้ยว เพื่อไม่ให้เรือชนกัน

หลายคนเพิ่งได้จับพายครั้งแรก บางคนไม่แน่ใจว่าว่ายน้ำได้แข็งหรือเปล่า แต่ทุกคนใส่ชีพตามกติกา

เลยทำให้การเริ่มออกจากจุดสตาร์ทมีการใช้เวลาบ้าง

แคนูเดี่ยวมีโอกาสพลิกคว่ำง่าย

การเอื้อมไปคว้าขยะที่ห่างตัวต้องทำอย่างช้าๆ และการพายเข้าหาขยะต้องเล็งให้แม่น เพราะถ้าพายเข้าไปแล้วยังห่างกราบเรือเกินไปก็ต้องถอยมาตั้งลำใหม่

เจ้าของงานบอกว่าดีใจที่มีหนุ่มสาวจากภายนอกพื้นที่ให้ความสนใจและตื่นตัวอยากมีส่วนร่วมมากเกินคาด

เรือพายในชุมชนที่เตรียมไว้จึงไม่พอ แต่ก็ได้อาศัยพี่ๆเรือหางยาวใจดีที่อุตสาห์แล่นชวนกันเองจากคลองข้างเคียงมาช่วยรับผู้ที่ไม่สามารถลงเรือพาย แล้วพาออกไปสำรวจหรือใช้สวิงตักวัสดุที่ลอยน้ำมา

ข้อดีของวันนี้คือฝนไม่เทใส่พวกเรา ไม่มีแดดจัดอย่างเคยๆ แต่วันนี้น้ำมาก

มวลน้ำจึงเคลื่อนดันขยะออกจากใต้เรือนริมน้ำไปเกือบหมด ทำให้ขยะใกล้ตาแทบไม่เหลือให้เห็น แต่เมื่อลุยเข้ากอผักตบผักบุ้งจึงเจอซ่อนอยู่เพียบ

ชาวบ้านเจ้าของถิ่นจึงพายนำพวกเราออกจากหน้าตลาดชุมชนเลี้ยวขึ้นทิศเหนือ สวนน้ำแล้วเลี้ยวอ้อมเข้าทางน้ำที่เป็นซอยตัน (ที่ต้องย้อนกลับทางเดิมที่เข้า เป็นทางแคบ มีชานเรือนเตี้ยๆอยู่ตลอดเส้นทาง )

ลำรางจึงห่างลับตาออกไปไกลเกินกว่าที่กล้องจากฝั่งจะเดินตามไปได้สะดวก

เรือหางยาวที่มาช่วยถึง 5 ลำ กรุณารับลำเลียงขนขยะที่เก็บจากเรือพายเล็กออกไปส่งขึ้นที่ท่าพักขยะของกทมเสียด้วยเลย วันนี้จึงไม่ได้ภาพรวมของกองขยะที่น้องๆเก็บขึ้นจากน้ำมาส่งไว้รวมกัน

อีกอย่าง…พวกเราเกรงใจคุณยายเจ้าของท่าหน้าบ้านที่ให้พวกเราได้ใช้เป็นที่ขึ้นลงเรือด้วย

ค่ำนี้น้องโอ้กเจ้าภาพกิจกรรมและเพื่อนสนิทยังทำภารกิจเก็บล้างเรือ ล้างพาย เกือบสิบลำ รวบรวมเสื้อชูชีพและขัดพื้นไม้ของท่าน้ำให้สะอาดคืนพื้นที่ให้คุณยายอย่างสะอาดสะอ้านสำหรับใช้งานตามปกติของพรุ่งนี้เช้าต่อไป