ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 24-30 ส.ค. 2562: “CPN ดับเครื่องชน AOT ร้องศาลปกครองเปิดทางเข้า-ออกโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ”” และ “รวบแกนนำประท้วงฮ่องกง”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 24-30 ส.ค. 2562

  • CPN ดับเครื่องชน AOT ร้องศาลปกครองเปิดทางเข้า-ออกโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ”
  • หมายเรียก “สฤณี” ไต่สวนละเมิดอำนาจศาล
  • หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ถึงแก่กรรม
  • เตือน ข้อมูลคนไทยกว่า 3.3 ล้านรายรั่วไหลจากเว็บฯ พนัน
  • รวบแกนนำประท้วงฮ่องกง

CPN ดับเครื่องชน AOT ร้องศาลปกครองเปิดทางเข้า-ออกโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ”

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (กลาง)

CPN ดับเครื่องชน AOT ร้องศาลปกครอง สั่ง ทอท.เปิดทางเข้า-ออกโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ”

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” นำแบริเออร์มาปิดทางเข้า-ออกโครงการ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ของ CPN ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 โดย ทอท.ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการก่อสร้างรุกล้ำที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์มอบให้กรมทางหลวง ดำเนินการก่อสร้างถนนเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ

นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับแต่เริ่มพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ทาง CPN ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ และยึดหลักธรรมาภิบาลถูกต้องทุกขั้นตอน และได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง เริ่มจากปี 2558 ทาง CPN ได้ตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าว พบว่าสามารถพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้ตาม พ.ร.บ.ผังเมืองฯ และที่ดินติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ไม่ใช่ที่ดินตาบอดแต่อย่างใด

จากนั้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้รับหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ.ผังเมืองฯ ว่าพื้นที่สีเขียวบริเวณ ก1-10 ของผังเมืองสมุทรปราการ ยังมีพื้นที่เพียงพอให้บริษัทฯ สร้างโครงการนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 และวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและแบบปรับปรุงภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) วันที่ 24 เมษายน 2561 ได้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร (อ1) จาก อบต.บางโฉลง ซึ่งในวันเดียวกันนี้ทางบริษัทฯ ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

ยืนยันเดินหน้าเปิดห้าง 31 ส.ค. นี้

นายปรีชากล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้การประปาใช้พื้นที่ไหล่ทางวางท่อเข้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ และในวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้ทำทางเชื่อมเข้า-ออก ขยายผิวจราจร และปรับปรุงทางเท้า ซึ่งรวมไปถึงไหล่ทางด้วย เช่นเดียวกับที่เคยได้อนุมัติเชื่อมทางให้กับผู้ร้องขอรายอื่นบนถนนสายนี้ทั้งสิ้น 37 ราย รวมถึง ทอท.ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยขออนุญาตจากกรมทางหลวงมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท.เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก

จากนั้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2562 บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ6) จาก อบต.บางโฉลง ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ทอท.มาปิดกั้นทางเข้า – ออกหน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ซึ่ง CPN มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 โดยทางประชาสัมพันธ์ของ CPN ส่งเอกสารข่าวยืนยันเปิดโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ


โดยช่วงบ่ายวันนี้ทางศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคดีที่ CPN ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม กรณี ทอท.ปิดกั้นทางเข้า-ออกของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ โดยขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาคดี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบริษัทฯ ร้านค้า และพนักงาน ทั้งนี้ ทาง CPN ก็พร้อมเจรจากับ ทอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางทั้งหมด โดยศาลปกครองกลางใช้เวลาไต่สวนข้อเท็จจริงจากคู่ความนานกว่า 4 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา

แจงปมขัดแย้งปิดทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ

สำหรับประเด็นที่อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน นายปรีชาชี้แจงเพิ่มเติมว่ามีอยู่ 3 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ 1 พื้นที่โครงการมีการเชื่อมทางเข้า-ออกอย่างถูกต้อง ไม่มีการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ (ที่ดินราชพัสดุ ลำรางสาธารณะ) และไม่ได้เป็นที่ดินตาบอด โดยที่ดินโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ตั้งอยู่บนที่ดินที่ติดกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอท.

ทั้งนี้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 เดิมเป็นที่ดินราชพัสดุ ต่อมากรมทางหลวงได้พัฒนาเป็นทางหลวงแผ่นดิน โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแผ่นดินแล้ว จึงมีสถานภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ทำให้ไม่มีสถานะเป็นที่ราชพัสดุตามมาตรา 7(2) แห่งพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 และเป็นพื้นที่คนละบริเวณกันกับที่ภาครัฐเวนคืนมาเพื่อสร้างสนามบินที่ ทอท.ดูแล โดยโครงการนี้ได้รับอนุญาตเชื่อมทางอย่างถูกต้องจากกรมทางหลวง เป็นผู้ซึ่งมีอำนาจเต็มในการอนุมัติการเชื่อมทางแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ พื้นที่ทางหลวงหมายเลข 370 หมายรวมถึงเขตทางและไหล่ทางที่ติดกับที่ดินของเอกชน 2 ข้างถนน ซึ่งที่ดินของโครงการมีแนวเขตแนบสนิทต่อเนื่องกับเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ดังนั้น ที่ดินของโครงการจึงไม่ใช่ที่ดินตาบอด

ส่วนรายละเอียดในส่วนของการโต้แย้งสิทธิที่ดินหน้าโครงการระหว่างกรมทางหลวง ทอท. และกรมธนารักษ์ ทาง CPN ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ที่ดินนี้อยู่บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 และมีป้ายเริ่มต้นและสิ้นสุดอย่างชัดเจน โดยทางหลวงแผ่นดิน 370 ซึ่งเคยเป็นที่ราชพัสดุและมอบให้กรมทางหลวงสร้างและเป็นผู้ดูแล เป็นพื้นที่คนละส่วนกับพื้นที่ดินเวนคืนของสนามบินสุวรรณภูมิที่ ทอท.ดูแล อีกทั้งทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ถือเป็นทางหลวงสาธารณะที่ใช้เงินภาษีอากรของประชาชน ไม่ใช่ขององค์กรเอกชนใดที่จะกล่าวอ้างเป็นเจ้าของได้

โดยที่ดินด้านหน้าโครงการมีความเป็นมาดังนี้ กล่าวคือ ในปี 2511-2513 ภาครัฐได้จัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างถนน ปี 2544 ครม.มีคำสั่งให้กรมทางหลวงสร้างทางเข้า-ออกด้านใต้ของสนามบิน คือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ปี 2550 กรมขนส่งทางอากาศทำบันทึกมอบพื้นที่ให้กรมทางหลวงดูแลรักษาทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ประกาศใช้เป็นถนนสาธารณะและให้กรมทางหลวงรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น กรมทางหลวงจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและมีสิทธิอนุญาตในการให้ใช้ประโยชน์จากทางหลวงแผ่นดิน 370 ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแผ่นดินเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 โดยมีป้ายแสดงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดทาง

แสดงให้เห็นว่า สิทธินี้เป็นของกรมทางหลวง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ประโยชน์เข้า-ออกได้ต่อเนื่องมาโดยตลอดแล้วจำนวน 88 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ที่ยื่นขออนุญาตเชื่อมทางกับกรมทางหลวงจำนวน 37 ราย ซึ่ง ทอท.เองก็ได้ขออนุญาตจากกรมทางหลวงในการใช้ประโยชน์ เช่น จากหลักฐานล่าสุดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท. เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก ทั้งนี้ ไม่มีผู้ใช้ประโยชน์รายใดเคยยื่นขออนุญาตเชื่อมทางจาก ทอท.เลย

สำหรับพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่เกิดจากการจัดหาที่ดินตาม พ.ร.บ.เวนคืนฯ เพื่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ในปี 2516 ได้มีประกาศ พ.ร.บ.เวนคืนที่ดินจำนวน 19,251 ไร่ เพื่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 เพื่อชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ ทอท.กล่าวอ้างสิทธิการดูแลและครอบครองที่ดินไหล่ทางหน้าโครงการไม่น่าจะเป็นการกล่าวอ้างที่ถูกต้องนัก เพราะเป็นทางหลวงที่เปิดใช้เป็นเส้นทางสัญจรมาตั้งแต่ปี 2548 และกรมทางหลวงได้รับมอบจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550 โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงแล้ว จึงมีสถานภาพเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน อีกทั้งล่าสุดเมื่อ 14 พฤษภาคม 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท.เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก

ประเด็นที่ 2 บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด โดยโครงการนี้ได้ปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว บริเวณ ก1-10 ไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินพื้นที่สีเขียวบริเวณดังกล่าว โดยโครงการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง และไม่ได้มีการขอปรับผังเมืองแต่อย่างใด

และประเด็นที่ 3 CPN ได้ขออนุญาตก่อสร้างในบริเวณพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง โดยโครงการมีความปลอดภัยต่อการบิน ไม่ได้ละเมิดกฎใดๆ ทั้งด้านความสูง และไม่มีกิจกรรมใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบินหรือรบกวนการบินแต่อย่างใด โดยแบบมีความสูงที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จึงไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการติดธงแดงตามที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งทาง CPN ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดต่อไป

“โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ขอวิงวอนให้ภาครัฐให้ความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาต่างๆ โดยโครงการมีมูลค่าร่วมลงทุนของ CPN และร้านค้ากว่า 150 ร้านค้า หรือ 150 แบรนด์ชั้นนำของโลก รวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยหลังจากเปิดให้บริการคาดว่าจะมีการจ้างงานพนักงานร้านค้าที่เช่าพื้นที่กว่า 1,000 คน และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท” นายปรีชากล่าว

อ่านรายละเอียดโครงการ CENTRAL VILLAGE – BANGKOK LUXURY OUTLET เพิ่มเติมที่นี่

นายปรีชา กล่าวว่า “CPN มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน โดยในทุกที่ที่โครงการของบริษัทฯ ไปเปิดดำเนินการ ล้วนนำพาความเจริญ สร้างเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตมาอย่างยาวนานถึง 34 ศูนย์การค้าใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ โดยบริษัทฯ มุ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การลงทุนในประเทศไทย โดยลักชูรี่ เอาท์เล็ต แห่งนี้ จะช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก CPN สามารถดึงนักลงทุน global brands ใหญ่ๆ ระดับโลก ซึ่งทุกคนพร้อมและเชื่อมั่นมาลงทุนในประเทศไทย โดยเราได้ใช้เวลาเตรียมการมากว่า 5 ปี และลักชูรี่ เอาท์เล็ต แห่งนี้ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ที่มีความครบถ้วน และทำให้คนไทยมาชอปในประเทศ ทำให้ภาษียังหมุนเวียนอยู่ในประเทศ โดยเป็นการเปิดกว้างให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงสินค้าแบรนด์เนมได้ง่ายขึ้นในราคาย่อมเยา”

Central Village

หมายเรียก “สฤณี” ไต่สวนละเมิดอำนาจศาล

วันที่ 28 ส.ค. 2562 เฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul – สฤณี อาชวานันทกุล ของ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความและภาพหมายเรียกโดยระบุว่า ตนกับพวกรวม 2 คน ถูกฟ้องร้องโดยศาลฎีกาในความแพ่ง (ละเมิดอำนาจศาล) โดยผู้กล่าวหาคือ นายสุประดิษฐ์ จีนเสวก ในฐานะเลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา โดยหมายเรียกดังกล่าวระบุให้ น.ส.สฤณีไปให้การเกี่ยวกับคดีดังกล่าวในวันที่ 9 กันยายน 2562 เวลา 10.30น. ที่ศาลฎีก

อนึ่ง ที่มาของหมายเรียกนี้เกิดบทความของ น.ส.สฤณี ที่เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 หน้า 9 คอลัมน์ประชาชน 2.0 เรื่อง “อันตรายภาวะนิติศาสตร์ล้นเกิน (อีกที) กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.” า

น.ส.สฤณีระบุในโพสต์ว่า “ขอยืนยันสั้นๆ ตรงนี้ก่อนว่า ตัวเองเขียนบทความเพื่อวิจารณ์คำตัดสินที่ออกมาแล้วเท่านั้น ด้วยความสุจริตใจและด้วยเจตนาดีต่อกระบวนการยุติธรรมและสังคมไทย เหมือนกับบทความทุกชิ้นที่เขียนตลอดมา แต่กังวลว่าการตีความข้อหาละเมิดอำนาจศาลโดยอนุมานว่าผู้วิจารณ์หมายถึงคดีอื่นๆ ในอนาคตด้วย อาจส่งผลให้การวิจารณ์คำตัดสินของศาลเป็นไปไม่ได้เลยในอนาคต เนื่องจากไม่ว่าจะคดีอะไร กฎหมายอะไร ก็ย่อมมีคดีลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคตทั้งสิ้น”

หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ถึงแก่กรรม

วันที่ 27 ส.ค. 2562 เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า “หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี” ถึงแก่กรรม หลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 92 ปี ปิดตำนาน เจ้าของคอลัมน์ “เชลล์ชวนชิม”

หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ชื่อเล่น “หมึก” หรือที่หลายคนรู้จักกับนามแฝงว่า “เชลล์ชวนชิม” เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2470 ที่วังเพชรบูรณ์ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน อายุ 92 ปี เติบโต ณ วังสระปทุม ตั้งแต่เล็กจนโต จึงย้ายมาอยู่ ณ วังศุโขทัย เป็นบุตรคนโตของ หม่อมเจ้าเฉลิมศรี สวัสดิวัตน์ และหม่อมเจริญ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

การศึกษา หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนราชินี จนอายุได้ 10 ขวบ ก็ออกมาเรียนโรงเรียนสาธิต คือ โรงเรียนหอวังแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มัธยมศึกษาปีที่ 8 โรงเรียนเทพศิรินทร์ หลังจากนั้นไปเรียนที่มหาวิทยาลัยวิชาการธรรมศาสตร์และการเมือง, ปริญญา วารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ช่วงหลังสงครามได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ได้เป็นนักจัดรายการให้กับสถานีวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย ได้เป็นนักร้องให้กับวงสุนทราภรณ์ และแสดงละครโทรทัศน์ทางช่อง 4 บางขุนพรหม เริ่มมีชื่อเสียงทางด้านร้องเพลงเมื่ออายุ 30 ปี เล่นหนัง เล่นละครโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังเป็นนักร้องแผ่นเสียงทองคำ

นอกจากนี้ หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี ยังเป็น นักชิมอาหาร และเจ้าของคอลัมน์ เชลล์ชวนชิม ทางหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งเริ่มเขียนตอนที่ 1 เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2504 (ยุติเชลล์ชวนชิม เดือน ก.พ.2555) รวมถึงเคยเขียนบทความประจำให้กับหนังสือพิมพ์มติชน และไทยรัฐ คอลัมน์ ซันเดย์สเปเซียล ในวันอาทิตย์ และเปิดตัวโลโก้ใหม่ ถนัดศรีชวนชิม

รวมถึงเป็นที่ปรึกษาทางด้านประชาสัมพันธ์ บริษัทการบินไทย จำกัด, ที่ปรึกษาการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, กรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 22 พฤศจิกายน 2534, ประธานบริษัท ก้อนทอง จำกัด, ประธานกรรมการ หจก.ถนัดศรี, ประธานที่ปรึกษา บ.ถนัดศรี แอนด์ ซัน คอนซัลติ้ง จก.

ผลงานจัดรายการโทรทัศน์ การบินไทยไขจักรวาล, ผู้จัดรายการวิทยุครอบจักรวาล, รายการ ทีวี ครอบจักรวาล, ผู้จัดรายการพ่อบ้านเข้าครัว ได้รับรางวัล COMMANDER OF NAPOLEON ประเทศฝรั่งเศส, รางวัลเทพทอง บุคคลดีเด่นด้านวิทยุโทรทัศน์ ประจำปี 2539 14 ธันวาคม 2540, รางวัลนราธิป ประจำปี 2550 ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 3 กุมภาพันธ์ 2551, รางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย สากล-ขับร้อง) ปี 2551

กระทั่งวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ทางครอบครัว ได้แจ้งอาการของ หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี ว่า ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โดยเริ่มจากท่อน้ำดี กระจายทั่วร่างกายและลามไปที่ปอด ซึ่งครอบครัวได้รักษาตามอาการ เพราะอยากให้คุณพ่อจากเราไปอย่างสงบและไม่ทรมาน ก่อนที่เวลา 11.35 น. ทางครอบครัวได้แจ้งว่า หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี ถึงแก่กรรมแล้ว ที่โรงพยาบาลเปาโล

เตือน ข้อมูลคนไทยกว่า 3.3 ล้านรายรั่วไหลจากเว็บฯ พนัน

วันที่ 29 ส.ค. 2562 เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานว่า ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT หรือไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA หรือ สพธอ.) พบข้อมูลการทำธุรกรรมของคนไทยราว 3.3 ล้านรายการ รั่วไหลผ่านเว็บไซต์ การพนันแห่งหนึ่ง

โดยข้อมูลที่รั่วไหลมีทั้งข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ, นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์, วันเกิด, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคารด้วย

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเอกสารข่าวแจ้งเตือนเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากเว็บไซต์การพนันในต่างประเทศ ธปท.ระบุว่าได้แจ้งธนาคารสมาชิกถึงช่องโหว่บนเว็บไซต์พนันนั้นแล้ว เพื่อให้สมาชิกเฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติให้เข้มงวดขึ้น แม้เหตุการณ์นี้มิได้เกิดจากช่องโหว่ของระบบธนาคาร แต่ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลที่ลูกค้าธนาคารให้ไว้กับเว็บไซต์พนันต่างประเทศ ดังนั้นประชาชนควรหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงินกับ เว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับลูกค้าที่ได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินกับเว็บไซต์พนันดังกล่าว ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดในการเข้าใช้บัญชีธนาคารทางอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งแจ้งยกเลิกบัตรกับธนาคารเจ้าของบัตรและจัดทำบัตรใหม่

ทั้งนี้ ในเอกสารข่าวของทั้ง ธปท. และไทยเซิร์ต ไม่ได้เปิดเผยชื่อเว็บไซต์การพนันดังกล่าวแต่อย่างใด

รวบแกนนำประท้วงฮ่องกง

วันที่ 30 ส.ค. 2562 เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานว่า พรรคเดโมซิสโต (Demosisto) เปิดเผยว่าแกนนำพรรค 2 คน คือ นายโจชัว หว่อง เลขาธิการพรรค และแอกเนส โจว ถูกจับกุมเช้าวันนี้ (30 ส.ค. 2562) ขณะนี้ทั้ง 2 คนถูกควบคุมตัวอยู่ที่สำนักงานตำรวจฮ่องกง

พรรคเดโมซิสโตโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กทางการของพรรคว่า นายหว่อง “ถูกผลักเข้าไปในรถตู้คันหนึ่งบนถนน” ระหว่างเดินไปที่สถานีรถใต้ดินเซาท์ ฮอไรซันส์ เมื่อเวลา 7.30 น. หลังจากนายหว่องถูกจับกุมไม่นาน น.ส.โจว ก็ถูกควบคุมตัวที่บ้านพักของเธอ

พรรคระบุว่า นายหว่องและ น.ส.โจว ถูกนำตัวไปที่สำนักงานตำรวจฮ่องกงในย่านหว่านไจ๋ เบื้องต้นทีมกฎหมายของพรรคทราบว่านายหว่องถูกจับฐานกระทำความผิดใน 3 ข้อหา แต่ยังไม่รู้ว่าข้อหาอะไรบ้าง ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด