ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > กรมบังคับคดีขายทรัพย์สินกว่า 46,000 ล้านบาทไตรมาสแรกปีงบประมาณ 62-ไกล่เกลี่ยสำเร็จกว่า 5,000 เรื่อง

กรมบังคับคดีขายทรัพย์สินกว่า 46,000 ล้านบาทไตรมาสแรกปีงบประมาณ 62-ไกล่เกลี่ยสำเร็จกว่า 5,000 เรื่อง

16 มกราคม 2019


นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงผลการดำเนินงานของไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามนโยบาย กรมบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศใน 5 ด้าน (LED 5 Excellence) ได้แก่ การบริหารจัดการคดี การพัฒนานวัตกรรมและระบบการทำงาน การพัฒนาระบบฐานข้อมูล การเพิ่มศักยภาพบุคลากร และการยกระดับองค์กรเพื่อพัฒนาไปสู่ LED – Thailand 4.0 โดยมีผลการดำเนินงานหลัก ๆ ดังนี้

การเร่งผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบ ในไตรมาสแรก สามารถผลักดันทรัพย์สินได้ เป็นเงินจำนวน 46,274.14 ล้านบาท จากเป้าหมายในการผลักดันทรัพย์สินในปีงบประมาณ 2562 จำนวนถึง 130,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมา

โดยผลของการขายทอดตลาดของไตรมาสแรกปี พ.ศ. 2562 สูงกว่า ปี พ.ศ. 2561 คิดเป็นร้อยละ 50.59 ผลของการงดการบังคับคดีสูงกว่าปีระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 72.90 และการถอนการบังคับคดีคิดเป็นร้อยละ 30.21 อันเป็นผลเนื่องมากจากการทำงานเชิงรุกทั่วประเทศและขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างยิ่งขึ้น

การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดี ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินการไกล่เกลี่ย “เชิงรุก เชิงลึก และครอบคลุม” มีเรื่องเข้าสู่การไกล่เกลี่ยจำนวน 5,847 เรื่อง และสามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 5,257 เรื่อง โดยได้ทำการไกล่เกลี่ยหนี้ครัวเรือน หนี้รายย่อยต่างๆ และหนี้กองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ก.ย.ศ.) เป็นต้น

โดยในเดือนธันวาคม 2561 กรมบังคับคดีร่วมกับ ก.ย.ศ. จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีหนี้ ก.ย.ศ. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีลูกหนี้ ก.ย.ศ. เข้าร่วมมหกรรม จำนวนทั้งสิ้น 7,329 ราย

ด้านการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในการบังคับคดีแพ่งและบังคับคดีล้มละลายไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2562 กรมบังคับคดีได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง(ประเทศไทย)จำกัด ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และ กรมที่ดิน และได้ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิดกับสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงาน ก.ล.ต.

การพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา Mr.Zhao Dacheng รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะเข้าเยี่ยมและศึกษาดูงานด้านการบังคับคดีและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี การนำด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน และได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางในการปฏิบัติงาน

การพัฒนาทักษะดิจิทัล โดยกรมบังคับคดีได้รับคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานนำร่องการสร้างและพัฒนากำลังคนภาครัฐเชิงกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่ดิจิทัลไทยแลนด์จาก อ.ก.พ. วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการ

การพัฒนากระบวนการทำงาน กรมบังคับคดีได้เริ่มดำเนินการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์รับ – ส่ง หนังสือราชการภายในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 28 ธันวาคม 2561 ส่งผลให้กรมบังคับคดีสามารถลดการใช้กระดาษได้ไม่น้อยกว่า 9,028 แผ่น เป็นการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายใต้ “LED 4.0 & Go green”

การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกฎหมายใหม่ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….(การบังคับทางปกครอง) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการบังคับทางปกครองให้ชัดเจนมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมยิ่งขึ้น และสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลงมติในวาระแรก

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2562 เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว โดยสาระสำคัญส่วนหนึ่งกำหนดมอบภารกิจใหม่ให้กับกรมบังคับคดีในการบังคับคดีตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ชำระเงินโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนั้น กรมบังคับคดีจำเป็นต้องหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว