ThaiPublica > เกาะกระแส > คลังแจกเงินล็อตแรก 6.9 ล้านคน 1.6 หมื่นล้านบาท สรรพากรสอบพบ 1.3 ล้านคน ขาดคุณสมบัติ-ไม่ได้รับเงิน

คลังแจกเงินล็อตแรก 6.9 ล้านคน 1.6 หมื่นล้านบาท สรรพากรสอบพบ 1.3 ล้านคน ขาดคุณสมบัติ-ไม่ได้รับเงิน

12 ธันวาคม 2016


thaipublica-โครงการลงทะเบียนคนจน

หลังการลงทะเบียนคนจน 8.3 ล้านราย เมือวันที่ 27 กันยายน 2559 ที่ประชุม ครม. มีมติให้สำนักงบประมาณจัดงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็น 6,540 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำเงินไปแจกเกษตรกรกว่า 2.9 ล้านราย กรณีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาท จ่ายเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อราย กรณีรายได้ต่อปี 30,001-100,000 บาท จ่าย 1,500 บาทต่อราย และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุม ครม. มีมติให้ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย สำรองจ่ายเงินให้กับคนที่ลงทะเบียนส่วนที่เหลืออีก 5.4 ล้านราย (ไม่ใช่เกษตรกร) ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันให้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2559 จากนั้นก็ให้สำนักงบประมาณจัดหา “งบกลาง” หรืองบประมาณปี 2561 วงเงิน 12,750 ล้านบาท มาชำระหนี้ให้ธนาคารของรัฐทั้ง 3 แห่งต่อไป

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เม็ดเงินภาษีอากรของชาติถูกโอนเข้าบัญชีคนจนจริง ทางกระทรวงการคลังได้นำข้อมูลคนที่ลงทะเบียนทั้งหมด 8.3 ล้านราย มาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ 6 แหล่ง ได้แก่ ฐานข้อมูลภาษีกรมสรรพากรปี 2558, ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง, ฐานข้อมูลเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธ.ก.ส., ฐานข้อมูลเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมประมง, กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมปศุสัตว์ ปรากฏว่า คนที่มาลงทะเบียนเกือบ 8.3 ล้านราย เป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 6.9 ล้านราย ที่เหลืออีก 1.3 ล้านราย มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เช่น รายได้ต่อปีเกิน 100,000 บาท, ไม่พบข้อมูลในฐานข้อมูลของกรมการปกครอง, มีชีวิตอยู่ แต่ไม่ใช่สัญชาติไทย หรือไม่ได้ระบุสัญชาติในคำร้องขอลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ, เสียชีวิต, ชื่อ-นามสกุลไม่ตรงกัน, เป็นเกษตรกร แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร, กรมประมงและกรมปศุสัตว์ กรมสรรพากรจึงส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลัง เพื่อสั่งการให้ธนาคารของรัฐ 3 แห่ง ดำเนินการโอนเงินให้คนจนครั้งที่ 1 ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับเงิน 1.3 ล้านราย อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง

thaipublica-ลงทะเบียนคนจน

สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์จำนวน 6.9 ล้านราย ธนาคารของรัฐทั้ง 3 แห่งจะทำการโอนเงินลอตแรกวงเงินรวม 16,195 ล้านบาท เข้าบัญชีเงินฝากของผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้องโดยตรงภายในเดือนธันวาคม 2559 มีดังนี้

– กลุ่มที่ 1 มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาท จำนวน 3.8 ล้านราย ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล 3,000 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงิน 11,450 ล้านบาท แบ่งเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ 3 หน่วยงาน (กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมปศุสัตว์ และกรมประมง) ประมาณ 9.6 แสนราย และไม่ใช่เกษตรกร หรือว่างงานประมาณ 2.86 ล้านราย

– กลุ่มที่ 2 มีรายได้ต่อปี 30,001-100,000 บาท จำนวน 3.2 ล้านราย ได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงิน 4,745 ล้านบาท แบ่งเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ 3 หน่วยงานประมาณ 1.2 ล้านราย และไม่ใช่เกษตรกร หรือว่างงาน ประมาณ 2 ล้านราย(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

thaipublica-คนจนผู้มีสิทธิรับเงิน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ธนาคารของรัฐทั้ง 3 แห่งเริ่มทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว เริ่มจากธนาคารกรุงไทยได้โอนเงินเข้าบัญชีให้ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐผ่านระบบพร้อมเพย์แล้วประมาณ 3 แสนราย โดย น.ส.อาริศรา ธรมธัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าธนาคารได้โอนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับธนาคารกรุงไทยแล้วประมาณ 300,000 ราย ผ่านบริการกรุงไทยพร้อมเพย์จากจำนวนผู้ลงทะเบียนกับธนาคารทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านราย และจะทยอยโอนเงินให้กับผู้ที่มีบัญชีธนาคารและ e-Money ในวันที่ 10 ธันวาคม 2559 สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนกับธนาคารกรุงไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชี ธนาคารจะช่วยแบ่งเบาภาระ ซึ่งสามารถเปิดบัญชีกับธนาคารภายในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ โดยไม่ต้องมีเงินฝาก และธนาคารจะโอนเงินให้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2559

ส่วนนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า หลังจากกระทรวงการคลังทำการตรวจสอบคุณสมบัติและจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือมาให้ธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ธนาคารออมสินได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทะเบียนกลุ่มที่ไม่ใช่เกษตรกรแล้ว 1,013,023 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 2,298.3 ล้านบาท ประกอบด้วย กลุ่มที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาท มีจำนวน 519,189 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงินรวม 1,557.6 ล้านบาท และกลุ่มที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาท จำนวน 493,834 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงิน 740.7 ล้านบาท

จากนั้น ในวันที่ 10 ธันวาคม 2559 ธนาคารออมสินได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่เป็นเกษตรกรจำนวน 273,797 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 579.8 ล้านบาท ประกอบด้วย กลุ่มที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาท จำนวน 112,780 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงิน 338.3 ล้านบาท และกลุ่มที่มีรายได้ต่อปี 30,001-100,000 บาท จำนวน 161,017 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาทต่อราย คิดเป็นวงเงิน 241.5 ล้านบาท รวม 2 วัน ธนาคารออมสินได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว 1,286,820 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 2,878,183,500 บาท ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบผลการรับโอนเงินได้ที่ www.epayment.go.th และ www.gsb.or.th

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสินที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระทรวงการคลังแล้ว 8 แสนกว่าราย ที่ธนาคารสืบค้นไม่พบบัญชีเงินฝาก จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสินและผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติที่ยังไม่มีบัญชีเงินฝากมาติดต่อสาขาของธนาคารออมสินที่ผู้ลงทะเบียนสะดวก เพื่อเปิดบัญชี และเมื่อเปิดบัญชีแล้วธนาคารออมสินจะได้โอนเงินเข้าบัญชีให้ต่อไป

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า หลังจาก ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระทรวงการคลังทั้งหมด 3,837,669 ราย ในระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2559 ธนาคารได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับ ธ.ก.ส. ไปแล้ว 2,829,287 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 6,532 ล้านบาท ส่วนผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ยังไม่มีสมุดบัญชีเงินฝากอีก 8 แสนราย ทางธนาคารขอแจ้งให้ลูกค้ากลุ่มนี้มาเปิดบัญชีเงินฝากกับสาขาของ ธ.ก.ส. ที่เคยลงทะเบียนก่อนหน้านี้ เพื่อธนาคารจะได้โอนเงินช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลต่อไป