ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 24-30 ก.ย. 2559: “ป.ป.ช. เผยจะสอบครอบครัว ‘น้องนายกฯ’ – ACT จี้ รบ. เร่งสอบ” และ “พบเด็กแอฟริกันมีภูมิต้านทานเอดส์คล้ายลิง”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 24-30 ก.ย. 2559

  • ป.ป.ช. เผยจะสอบครอบครัว “น้องนายกฯ” – ACT จี้ รบ. เร่งสอบ
  • “ปาร์คนายเลิศ” ปิดกิจการ “BDMS” ทุ่มซื้อ “หมื่นล้าน”
  • เริ่ม 1 ม.ค. 60 ขึ้นค่าแรง 15 จังหวัด 304-360 บาท
  • ชัยนาทท่วมแล้ว 70 หลัง แต่ยังไม่ต้องอพยพ
  • พบเด็กแอฟริกันมีภูมิต้านทานเอดส์คล้ายลิง
  • ป.ป.ช. เผยจะสอบครอบครัว “น้องนายกฯ” – ACT จี้ รบ. เร่งสอบ

    พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา ที่มาภาพ: เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา (http://www.isranews.org/isranews-article/item/50369-actpa00_64913.html)
    พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา (http://www.isranews.org/isranews-article/item/50369-actpa00_64913.html)

    ท่ามกลางความหนักแน่นจริงจังของรัฐบาลในการประกาศจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและสร้างความโปร่งใส สองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็กลายเป็นช่วงเวลาที่ พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งยังเป็นน้องชายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดนมรสุม “ความโปร่งใส” ถล่มอย่างหนัก ตั้งแต่เรื่องของภรรยา นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา กับกรณีฝายผ่องพรรณ จนกระทั่งมาถึงลูกชาย นายปฐมพล จันทร์โอชา หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วน คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ที่ได้งานรับเหมาของกองทัพภาคที่ 3 ไป 2 โครงการ มูลค่าถึง 26.9 ล้านบาท

    นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า หจก. ดังกล่าวมีที่ตั้งอยู่ในค่ายทหาร คือ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ (สนามบิน) ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องที่ทำได้หรือไม่ ซึ่ง พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 บอกว่า ไม่ทราบว่ามีอยู่และไม่รู้ว่าทำได้หรือไม่ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าสามารถทำได้ ส่วนระเบียบในข้อ 18.14 ของระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพักอาศัยในอาคารที่พักอาศัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2555 บอกว่าhttps://goo.gl/WXO95I “ห้ามประกอบการค้าใดๆ ในที่พักอาศัยซึ่งทางราชการมิได้จัดไว้ หรือผู้ปกครองอาคารที่พักอาศัยไม่ได้อนุญาต”

    ล่าสุด ตามรายงานของเว็บไซต์คมชัดลึก พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่าเมื่อมีผู้มายื่นร้อง (นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือป.ป.ช.ให้ตรวจสอบพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมกับพวก) ก็ต้องทำการตรวจสอบ ระยะเวลาในการตรวจสอบนั้นก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เรื่องกล่าวหามีประเด็นใดบ้าง มีใครบ้างที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ และดูพยานเอกสารด้วยตามขั้นตอน

    ขณะเดียวกัน ทางด้านองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ก็ได้มีการออกแถลงการณ์เร่งให้รัฐบาลทำการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว

    จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่า ความโปร่งใสของผู้พยายามสร้างความโปร่งใสนั้น จะมีหน้าตาออกมาเป็นเช่นไร!!

    “ปาร์คนายเลิศ” ปิดกิจการ “BDMS” ทุ่มซื้อ “หมื่นล้าน”

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/737811)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/737811)

    29 ก.ย. 2559 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 28 ก.ย. 2559 บนโลกสังคมออนไลน์ มีการแชร์ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของ น.ส.ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร หรือ น้องเล็ก หลานสาวของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท โรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงแรมปาร์คนายเลิศ จำกัด โดยภาพเป็นประกาศที่เขียนด้วยลายมือ มีใจความว่า เล็ก ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และลูกหลานของปาร์คนายเลิศ ขอเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ผู้บริหารและครอบครัว แจ้งข่าวสำคัญให้พนักงานทุกคนทราบ

    หลายๆ คนทำงานที่นี่ ตั้งแต่วันแรกที่โรงแรมเปิดได้มีโอกาสรู้จักกับท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงแรมแห่งนี้ หลายๆ คนทำงานในช่วงเวลาที่คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือบางคนเพิ่งจะเข้ามาทำงานในช่วงหลัง แต่ไม่ว่าจะเป็นเวลาช่วงไหนก็ตาม ตลอด 36 ปี ของโรงแรม พวกเราผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาด้วยกันทั้งเรื่องทุกข์และสุข เรื่องง่ายและยาก เราก็สามารถผ่านมาด้วยกันแล้วทุกครั้ง

    แต่ทุกวันนี้ สถานการณ์ธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง มีโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาทุกที่ของมุมถนน คณะผู้บริหารทุกคนอดทนและทำงานหนัก เพื่อประคับประคองสถานการณ์ เพื่อความอยู่รอดของโรงแรมมาตลอด แต่สุดท้ายทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จึงต้องแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบว่า มีความจำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการของโรงแรมอย่างเป็นทางการต้นปี 2560 ซึ่งผู้บริหารจะรับผิดชอบชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนดพร้อมโบนัสอีก 1 เดือน สำหรับพนักงานที่มีสิทธิได้รับโบนัสตามกฎของบริษัท และสินน้ำใจจากครอบครัวอีกจำนวนหนึ่ง

    นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัท ACCOR พันธมิตรที่จะรับพิจารณาพนักงานที่สนใจทำงานต่อไป ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดเป็นระยะๆ กับฝ่ายบุคคล จึงขอความร่วมมือพนักงานทุกคนให้ช่วยกันทำงานในหน้าที่จนวันสุดท้าย ขอขอบคุณพนักงานทุกคนจากใจ ที่ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจมาโดยตลอด ถ้าไม่มีพนักงานทุกคนโรงแรมคงไม่สามารถยืนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ และขอฝากปาร์คนายเลิศให้อยู่ในหัวใจและความทรงจำที่ดีของทุกคนตลอดไป

    ลงชื่อ น.ส.ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร

    ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (28 ก.ย. 2559) บริษัทได้เข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และคาดว่าเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้องสำเร็จครบถ้วน บริษัทจะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวประมาณไตรมาส 2/60 โดยการซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีมูลค่าประมาณ 1.08 หมื่นล้านบาท บริษัทได้ชำระเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายแล้วจำนวน 1.08 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือจะชำระในวันที่รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณไตรมาส 2/60

    ภายหลังการรับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว บริษัทกำหนดงบประมาณลงทุนและปรับปรุงทรัพย์สินเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร BDMS Wellness Clinic เป็นจำนวนประมาณ 2 พันล้านบาท รวมเป็นมูลค่าลงทุนครั้งนี้ประมาณ 1.28 หมื่นล้านบาท

    สำหรับมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวมีมูลค่ารวม 1.13 หมื่นล้านบาท ตามรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ทำโดยบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้วิธีเปรียบเทียบตลาด (Market Approach) ในการประเมินมูลค่าที่ดินและวิธีวิเคราะห์มูลค่าต้นทุนทดแทนใหม่ที่หักค่าเสื่อม ในการประเมินมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง

    BDMS ระบุว่าบริษัทมีความเชื่อมั่นว่า BDMS Wellness Clinic จะได้รับการตอบรับที่ดีและประสบความสำเร็จ จากแนวคิดด้านการดูแลรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในด้านเวชศาสตร์ป้องกัน และเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งพบเห็นได้จากการตื่นตัวของกระแสรักษ์สุขภาพ ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเพียงน้อยรายในโลกที่เปิดให้บริการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งสถาบันที่มีชื่อเสียงล้วนตั้งอยู่ในยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นโครงการแรกที่เกิดขึ้นในเอเชีย ประกอบกับพื้นที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่สีเขียวที่โดดเด่นท่ามกลางศูนย์รวมความเจริญสมัยใหม่ในย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ และมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะนำมาพัฒนาโครงการ

    เริ่ม 1 ม.ค. 60 ขึ้นค่าแรง 15 จังหวัด 304-360 บาท

    วันที่ 26 ก.ย. 2559 เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รายงานว่า ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้าง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำซึ่งจะนำมาใช้ในปี 2560 หลังจากก่อนหน้านี้เคยพิจารณาข้อเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำที่อนุกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดรวม 6 จังหวัด แต่ชะลอดำเนินการออกไปเนื่องจากมองว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสม และให้อนุกรรมการทั้ง 6 จังหวัด นำกลับไปทบทวนแล้วเสนอมาใหม่ ล่าสุดจากข้อมูลผลสรุปของอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด 77 จังหวัดทั่วประเทศพบว่า มี 13 จังหวัดเสนอขอปรับค่าแรงขั้นต่ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณา ภายใน 1 เดือนจากนี้ไปจะได้ข้อสรุปชัดเจนว่าจะประกาศปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำในจังหวัดใดบ้าง

    ส่วนจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ หากจังหวัดใดต้องการให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเติม คณะอนุกรรมการค่าจ้างระดับจังหวัดต้องจัดทำข้อมูลรายละเอียดเสนอมายังกระทรวงแรงงาน ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะได้นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน โดยจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด

    สำหรับ 13 จังหวัดที่อนุกรรมการค่าจ้างขอให้ปรับขึ้นค่าจ้าง ประกอบด้วย 1.เพชรบูรณ์ 2.สกลนคร 3.พระนครศรีอยุธยา 4.ฉะเชิงเทรา 5.ปราจีนบุรี 6.ชลบุรี 7.กระบี่ 8.ภูเก็ต 9.นราธิวาส 10.อ่างทอง 11.สระบุรี 12.ปทุมธานี และ 13.สมุทรสาคร ส่วนอีก 64 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) อนุกรรมการระดับจังหวัดไม่ได้เสนอขอปรับขึ้นค่าจ้าง ทั้งนี้ในส่วนของ 11 จังหวัดแรกเสนอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2 อัตรา โดยฝ่ายนายจ้างเสนอปรับค่าจ้างขึ้นวันละ 15 บาท ขณะที่ลูกจ้างเสนอปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 60 บาท ขณะที่ภาพรวมการขอปรับค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 4-60 บาท

    ม.ล.ปุณฑริกกล่าวว่า การพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้นอกจากจะมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานร่วมพิจารณา ในรูปของอนุกรรมการเฉพาะกิจ เช่น ผู้แทนกระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงพาณิชย์ นักวิชาการ รวมทั้งตัวแทนลูกจ้างและนายจ้างแล้ว สูตรที่นำมาใช้ประกอบการพิจารณายังเป็นสูตรใหม่ โดยนำปัจจัยต่างๆ รวม 10 ปัจจัย มาชั่งน้ำหนัก ได้แก่ 1. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ 2. ข้อเท็จจริงอื่นโดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ 3. อัตราเงินเฟ้อ 4. มาตรฐานการครองชีพ 5. ต้นทุนการผลิต 6. ราคาสินค้าและบริการ 7. ความสามารถของธุรกิจ 8. ผลิตภาพแรงงาน 9. ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และ 10. สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

    ดังนั้นนอกจาก 13 จังหวัดที่อนุกรรมการระดับจังหวัดเสนอขอปรับขึ้นค่าแรงแล้ว หากอนุกรรมการเฉพาะกิจเห็นว่ามีจังหวัดอื่นๆ ที่เห็นควรให้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำด้วย โดยนำ 10 ปัจจัยดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่าย อนุกรรมการเฉพาะกิจอาจเสนอให้ปรับขึ้นค่าแรงพร้อม 13 จังหวัดแรกด้วยก็ได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นอาจประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 300 บาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิมรวมทั้งหมด 15 จังหวัด โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ขณะที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดิมประกาศใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 ที่ผ่านมา

    ส่วนแต่ละจังหวัดจะปรับขึ้นเท่าใดนั้นพิจารณาตามสภาพพื้นที่ สภาพข้อเท็จจริงของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ความสามารถของนายจ้าง ฯลฯ อาจปรับขึ้นแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน เนื่องจากองค์ประกอบหลายๆ ปัจจัยแตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ เพราะโดยหลักการเมื่อนำปัจจัยต่างๆ มาพิจารณาตามสูตรตัวเลขจะออกมาว่าควรปรับขึ้นมากน้อยแค่ไหน เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ อนุกรรมการเฉพาะกิจจึงต้องพิจารณาด้วยว่า ทั้ง 15 จังหวัดที่มีแนวโน้มว่าจะให้ปรับขึ้นค่าแรงควรปรับขึ้นในอัตราเท่าๆ กันจาก 300 บาทต่อวัน เป็น 360 บาทต่อวันทั้งหมด หรือปรับขึ้นมากน้อยตามความเหมาะสมและสภาพความเป็นจริงแต่ละจังหวัด

    สำหรับข้อเสนอของฝ่ายลูกจ้างก่อนหน้านี้ที่ขอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก60 บาท เป็น 360 บาทต่อวัน โดยหยิบยกเหตุผลสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้นมาก อยู่ที่อนุกรรมการเฉพาะกิจจะพิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอหรือไม่ จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดไตรภาคี) พิจารณาก่อนนำไปออกประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่ต่อไป

    ชัยนาทท่วมแล้ว 70 หลัง แต่ยังไม่ต้องอพยพ

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1475140933)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1475140933)

    วันที่ 29 ก.ย. 2559 เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า นายประภาส วันเดีย นายอำเภอสรรพยา กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก นายกเทศมนตรี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขณะนี้มีน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าบ้านเรือนประชาชนประมาณ 70 หลังคาเรือน ประกอบด้วย ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ตำบลโพนางดำออก จำนวน 32 หลังคาเรือน และที่หมู่ 1 ตำบลตลุก จำนวน 38 หลังคาเรือน ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทได้มอบหมายให้นายอำเภอ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พร้อมด้วยชุดรักษาความสงบเรียบร้อยฝ่ายทหาร ลงไปเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เบื้องต้น เป็นถุงยังชีพจากรัฐบาลมอบให้แล้ว อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนชาวสรรพยาคุ้นเคยกับวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แล้วได้เตรียมเก็บของขึ้นที่สูงแล้วก่อนหน้านี้ คาดว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงกับต้องขนย้ายหรืออพยพพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ หากเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำผ่านถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าต้องมีการอพยพแน่นอน ซึ่งในส่วนของเขตตำบลโพนางดำออกได้เตรียมสถานที่อพยพไว้ที่โรงเรียนชยานุกิจพิทยาคม ตั้งอยู่ฝั่งถนนสายเอเชีย ส่วนทางตำบลตลุกเตรียมสถานที่ไว้ริมถนนสายเอเชียซึ่งเตรียมพื้นที่รองรับประชาชนไว้แล้ว ซึ่งไม่อยากให้ประชาชนไปอาศัยบนถนนเนื่องจากกีดขวางการจราจรและอาจเกิดอันตรายได้ สำหรับสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท วันนี้ (29 ก.ย.59) เมื่อเวลา 10.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อน 16.47 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณน้ำไหลผ่าน 1,998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณทรงตัวมาตั้งแต่เวลา 05.00 น.

    พบเด็กแอฟริกันมีภูมิต้านทานเอดส์คล้ายลิง

    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กบีบีซีไทย (https://goo.gl/rgGxGq)
    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กบีบีซีไทย (https://goo.gl/rgGxGq)

    29 ก.ย. 2559 เฟซบุ๊กบีบีซีไทยรายงานว่า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร เผยผลการค้นพบล่าสุดหลังศึกษาตัวอย่างเลือดของเด็กชาวแอฟริกาใต้ 170 คนที่ติดเชื้อเอชไอวีว่า เด็กในจำนวนนี้ 10% จะไม่พัฒนาไปมีอาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ในภายหลัง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนิ่งเฉยไม่พยายามโจมตีไวรัสเอชไอวี

    ทั้งนี้ ปฏิกิริยาตอบโต้เพื่อพยายามทำลายไวรัสเอชไอวีอย่างรุนแรงของร่างกาย เป็นสาเหตุให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเกินขีดจำกัด และเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายจนเกิดอาการของโรคเอดส์ในที่สุด การที่ค้นพบว่าภูมิคุ้มกันของเด็กชาวแอฟริกันบางกลุ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อเอชไอวีต่างออกไป อาจเป็นแนวทางไปสู่การรักษาการติดเชื้อเอชไอวีโดยอาศัยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัดได้

    ศาสตราจารย์ฟิลิป กูลเดอร์ หนึ่งในทีมนักวิจัยระบุว่า การที่คนเราป่วยด้วยโรคเอดส์นั้น ไม่ได้มาจากการติดเชื้อเอชไอวีโดยตรง แต่มาจากปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มีต่อเชื้อเอชไอวีในแต่ละคนมากกว่า โดยระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก 10% จากกลุ่มตัวอย่างหลีกเลี่ยงที่จะเข้าทำลายเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นวิธีป้องกันตนเองที่ถูกต้อง และเป็นกลไกเดียวกับที่พบในลิงกว่า 40 ชนิดซึ่งมีเชื้อภูมิคุ้มกันบกพร่องในลิงหรือ SIV อยู่ แต่ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด

    นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังสันนิษฐานว่า การที่ภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่ทำงานอย่างแข็งขันรุนแรงเช่นในผู้ใหญ่ ทำให้ไม่เกิดอาการของโรคเอดส์ในวัยเด็ก แต่ก็ไม่แน่ว่าเด็กบางคนอาจเริ่มมีอาการของโรคเอดส์เมื่อเติบโตขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เด็กบางคนที่ติดเชื้อเอชไอวีไม่เกิดอาการของโรคเอดส์ตลอดชีวิต ซึ่งอาจเป็นหลักฐานของวิวัฒนาการขั้นต้นในการอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในมนุษย์ก็เป็นได้