ครม. ปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา ไฟเขียวรถไฟฟ้าสายสีส้ม ผ่านชุด กม.ดิจิทัล 3 ฉบับ – นายกฯ ลั่นน้องชายตั้งลูกเป็นทหารไม่ผิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ: www.thaigov.go.th
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ: www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน โดยเป็นการประชุม ครม. ครั้งแรกหลังหยุดราชการยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีวาระพิจารณาน่าสนใจหลายเรื่อง

“ประยุทธ์” ยันน้องชายตั้งลูกเป็นทหารไม่ผิด – โอด “ต้องย้ายนามสกุล” หรือเปล่า

พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีที่ พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายของ พล.อ. ประยุทธ์ ที่เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่งตั้งให้บุตรชายของตัวเองเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร มียศว่าที่ร้อยตรีโดยไม่ต้องสอบเข้ารับราชการ ว่า เรื่องนี้ทำตามขั้นตอน มีการแต่งตั้งเช่นนี้เป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว เพราะการแต่งตั้งทหารชั้นสัญญาบัตรจะมี 2 ส่วน คือ เปิดสอบแข่งขันและคัดเลือกโดยคณะกรรมการระดับบน ซึ่งกรณีนี้เป็นอย่างหลัง พล.อ. ปรีชา ก็เซ็นไปตามหน้าที่ของปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งจริงๆ พล.อ. ปรีชา ก็ซื่อ ไม่ควรจะไปเซ็นชื่อด้วยซ้ำ แต่ตามกฎหมายจะให้คนอื่นเซ็นก็ไม่ได้

“ผมไม่ได้สนว่ามันเป็นนามสกุลเดียวกับผมหรือเปล่า เพราะผมบอกแล้วว่าเราทำตามกฎหมาย ถ้ามันมีกฎหมายให้ทำได้ทุกอย่างก็จบ ป.ป.ช. จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ก็ว่ากันไป ถ้าไต่สวนแล้วรับเรื่องได้ก็รับไป เรื่องแบบนี้เขาทำกันทุกปี ไม่ใช่เพิ่งมาทำปีนี้ ให้น้อง ให้หลาน เสียเมื่อไร” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวจะขัดกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 ที่ระบุว่า “ญาติหรือบุพการีของคู่กรณีจะพิจารณาทางปกครองไม่ได้” หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน เรื่องนี้เป็นการแต่งตั้งทดแทนผู้ที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นอำนาจการพิจารณาของกระทรวงกลาโหม ขออย่าเอาทั้ง 2 เรื่องมาปะปนกัน ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ขออย่ามองแค่ว่ามีนามสกุลเดียวกับตน

“วันนี้ลูกหลานกำลังพลเขาก็บรรจุเข้ามา แล้วผมต้องย้ายนามสกุลหรืออย่างไร ทุกคนมันมีนามสกุลเดียวกันไม่ได้หรือ ก็ถือว่าเป็นลูกหลาน มีความไว้เนื้อเชื่อใจส่วนหนึ่ง เพราะอย่างไรก็เคยชินกับระบบวินัย เนื่องจากมีพ่อแม่เป็นทหาร อยากให้พิจารณาตรงข้อนี้ด้วย วันนี้ผมมาชี้แจงเฉยๆ ไม่ได้มาตอบโต้หรือแก้ต่างแทนน้องชายหรือหลานชายผม” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

แจงคุมตัว “วัฒนา” เพราะสร้างความวุ่นวาย

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่บุตรสาวของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นคำร้องต่อคณะผู้แทนของสหภาพยุโรป (อียู) กรณีนายวัฒนาถูกทหารควบคุมตัวไปว่า เป็นเรื่องของเขาที่จะยื่นคำร้อง แต่ตนจะให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปชี้แจง หากร้องเรื่องละเมิดสิทธิ ก็จะบอกไปว่านายวัฒนาละเมิดกฎหมาย ตนเคยอนุโลมมาให้หลายครั้งแล้ว แต่เมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เพราะคำสั่งก็ออกมาตั้งแต่วันยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 พออนุโลมให้ก็เอาใหญ่ จนไม่รู้ว่าอะไรผิดกฎหมายหรือไม่ มันไม่ได้หรอก

“ผมพยายามบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ขอให้เข้าใจเสียบ้าง ให้โอกาสมา 4 ครั้งแล้ว อย่างนี้ถือว่าจำเป็นหรือยัง แล้ววันนี้ผมจับตาดูทุกกลุ่ม เดี๋ยวจะหาว่าดูเฉพาะกลุ่มนั้นไม่ดูกลุ่มนี้ ถ้ากลุ่มไหนละเมิดกฎหมายมาก็จะโดนเหมือนกัน” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

หลัง กม.ประชามติใช้ ห้ามรณรงค์ “รับ-ไม่รับ” รธน.

เมื่อถามว่า แต่ที่นายวัฒนาออกมาเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นการแสดงความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. ที่จะมีการจัดทำประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องไปดูว่าความเคลื่อนไหวของนายวัฒนาเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ ถ้าให้นายวัฒนาพูด เดี๋ยวก็จะมีคนอื่นออกมาพูดอีก

“อีกหน่อยจะห้ามพูดทั้งหมด ถ้ามันจำเป็นก็ต้องทำ บ้านเมืองต้องการความสงบ เลิกถามเรื่องนายวัฒนาได้แล้ว ให้ค่ากันอยู่นั่นแหละ ผมไม่ให้ค่าคนพวกนี้ เขาไม่เคยให้เกียรติผม ทำไมผมจะต้องให้เกียรติเขาล่ะ มาเป็นประเด็นอยู่นั่นแหละ ผมจะไม่พูดอะไรอีกต่อไป จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ใครอยากจะลองก็เอาสิ” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการกลุ่มหนึ่งออกมารณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฯ ทำได้หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ…ซึ่งที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่ถ้ามีผลบังคับใช้เมื่อไร ก็โดนหมด เพราะมีบทลงโทษถึง 10 ปี ถ้าไม่กลัวก็ตาม จะรณรงค์ให้รับ-ไม่รับ ไม่ได้ทั้งนั้น สื่อมวลชนเองก็จะโดนด้วย

ปัดเด้ง ผบ.ตร. – ไม่เชื่อ “จักรทิพย์” ขัดแย้งกับ “ศานิตย์”

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่าอาจมีการโยกย้าย พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกจากตำแหน่งว่า ยังไม่ย้าย จะไปย้ายเขาเรื่องอะไร เรื่องนี้เป็นแค่ข่าวลือ ทั้งที่มีข่าวว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ขัดแย้งกับ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) รักษาราชการแทน ผบช.น. ก็ไม่มีอะไร ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน ส่วนเรื่องการบังคับบัญชาเป็นคนละเรื่องกัน ก็ต้องยอมรับในกติกา ตามที่ได้รับรายงานมาก็ไม่มีปัญหาอะไร การแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจกลางปี 2559 ในเดือนเมษายนก็จบไปแล้ว

ครม. ปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา – ลดหย่อนภาษีส่งเสริมการมีบุตร

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่น่าสนใจอื่นๆ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. ปรับปรุงการหัก “ค่าใช้จ่าย” ของเงินเดือน จากเดิมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ 40% ของเงินเดือนไม่เกิน 60,000 บาท เป็น 50% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึง “ค่าลิขสิทธิ์” ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้

2. การปรับปรุงค่าลดหย่อน

  • ค่าลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ จากเดิม 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนสำหรับคู่สมรส จากเดิม 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนบุตรจากเดิมคนละ 15,000 บาท และจำกัดจำนวน 3 คน เป็นคนละ 30,000 บาท และไม่จำกัดจำนวนบุตร
  • ยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร ในกรณีที่คู่สมรสต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 120,000 บาท
  • กองมรดกเดิมให้หักลดหย่อนได้ 30,000 บาท เป็น 60,000 บาท
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล เปลี่ยนจากหักลดหย่อนคนละ 30,000 บาท รวมกันไม่เกิน 60,000 บาท เป็นคนละ 60,000 บาท รวมกันไม่เกิน 120,000 บาท

3. ปรับปรุงขั้นเงินได้ และบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในอัตราภาษี ร้อยละ 30 จาก เงินได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท เปลี่ยนเป็น 2,000,001-5,000,0000 บาท กับอัตราภาษี ร้อยละ 35 จากเงินได้สุทธิ 4,000,001 บาท เป็น 5,000,001 บาท

“การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานี้ เป็นการบรรเทาภาระภาษีโดยผู้ที่จะเสียภาษีจะเริ่มเสียภาษีเมื่อได้เงินเดือน 26,000 บาท ทั้งนี้ การปรับปรุงดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี 2560 เป็นต้นไป” นายอภิศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาออกไปอีก 3 ปี (ปี 2559-2561) จากเดิมที่หมดอายุเมื่อปลายปี 2558

ผุด “บ้านประชารัฐ 2” ให้ จนท.รัฐ เช่าบ้านบนที่ราชพัสดุ

นายอภิศักดิ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ รุ่น 2 ภายใต้ชื่อโครงการ “บ้านธนารักษ์ประชารัฐ” โดยดำเนินโครงการบนที่ดินราชพัสดุ ดำเนินนำร่องในพื้นที่เขตพญาไท กทม. จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

โดยพื้นที่ใน กทม. จะดำเนินการให้เช่า 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ครั้งละ 5 ปี กำหนดให้ผู้เช่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาท/เดือนในวันยื่นขอรับสิทธิ์ ค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท/หน่วย (ปรับปรุงค่าเช่าไม่เกิน 15% ทุก 5 ปี) และระยะยาว จะได้กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยและสิทธิการเช่า 30 ปี ราคาที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 1 ล้านบาท/หน่วย กำหนดให้ผู้เช่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน

เห็นชอบ กม.เศรษฐกิจดิจิทัล 3 ฉบับ ส่ง สนช. พิจารณาสัปดาห์หน้า

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล จำนวน 3 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย

  1. ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. …. ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยการตั้งหน่วยงานใหม่ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจขึ้นมาดำเนินการ
  2. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่เป็นการแก้ไขกฎหมายเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้น
  3. ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่เป็นการแก้ไขกฎหมายเดิม โดยการเปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งลดองค์คณะจากปัจจุบัน 11 คน ให้เหลือ 7 คน โดยยุบเลิกคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มารวมกัน และให้คณะกรรมการ กสทช. มีอำนาจในการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วให้กลับคืนมาได้

รับลูกยูเอ็นคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

พ.อ. อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบรับรองการดำเนินงานตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ จากกรณีที่เกาหลีเหนือทดลองระเบิดไฮโดรเจน และการทดลองขีปนาวุธระยะไกล โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนปรับปรุงข้อมูลในเรื่องดังกล่าว พร้อมแจ้งการดำเนินงานให้กระทรวงการต่างประเทศทราบ เนื่องจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนไทยมีส่วนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง จากการตรวจพบว่าเกาหลีเหนือเปิดเส้นทางการบินมายังไทย และพบว่าหน่วยงานเอกชนของไทยมีการติดต่อลงทุนกับเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการคว่ำบาตรทางอาวุธ การอายัดทรัพย์สิน และการห้ามเดินทาง การป้องกันเครือข่ายการแพร่กระจายอาวุธ การสกัดกั้นและการขนส่งสิ่งของ มาตรการทางการเงินการธนาคาร สินค้าฟุ่มเฟือยห้ามถ่ายโอนไปเกาหลีเหนือ และการคว่ำบาตรอื่นๆ

อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม วงเงิน 8.2 หมื่นล้าน

พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินงานก่อสร้างโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ในกรอบวงเงิน 82,907 ล้านบาท (ไม่รวมค่างานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ ครม. อนุมัติไว้แล้ว) ซึ่งลดลงจากกรอบวงเงินเดิม คือ 95,108 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. ค่างานก่อสร้างงานโยธา 80,118 ล้านบาท (รวมค่า provisional sum) และ 2. ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง 2,789 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้จัดหาแหล่งเงินกู้ด้วยวิธีการให้กู้ต่อหรือค้ำประกันภายใต้กรอบวงเงินค่าก่อสร้างงานโยธาและค่าที่ปรึกษา และให้ รฟม. ทยอยกู้เงินเป็นงวดๆ

ผ่านแผนคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับ 2 สกัดนักสูบหน้าใหม่

พล.ต. วีรชน กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559-2562 เพราะฉบับที่ 1 (พ.ศ. 555-2557) ยังมีข้อจำกัดในการดำเนินการ และบริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป กลยุทธ์การตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบใหม่ๆ ทำให้มีผู้สูบหน้าใหม่เพิ่มจำนวนขึ้น

โดยแผนยุทธศาสตร์ฯ นี้ มีสาระสำคัญ คือ 1. วิสัยทัศน์ มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่ 2. พันธกิจ เฝ้าระวังและดำเนินการควบคุมยาสูบให้ทันการเปลี่ยนแปลง 3. เป้าประสงค์ ลดความชุกของการสูบบุหรี่ของคนไทย และคุ้มครองสุขภาพจากควันบุหรี่ 4. ยุทธศาสตร์ มี 6 ข้อ ประกอบด้วย สร้างเสริมความเข้มแข็งและพัฒนาขีดความสามารถการควบคุมยาสูบของประเทศ ป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ ช่วยผู้เสพให้เลิกสูบ ควบคุมและเปิดเผยส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่ มาตรการทางภาษีควบคุมการสูบบุหรี่

ทั้งนี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแผนยุทธศาสตร์ฯ นี้ รวม 412 ล้านบาท

ไฟเขียวโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยการเคหะ วงเงิน 3 หมื่นล้าน

พล.ต. วีรชน กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบแผนการลงทุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติปี 2558-2560 จำนวน 116 โครงการ (35,342 หน่วย) วงเงินลงทุนรวม 23,234 ล้านบาท มีเป้าหมายส่วนหนึ่ง คือ รองรับการรื้อย้ายของผู้อยู่อาศัยเดิมตามแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง และจากโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง รวม 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการลำลูกกา โครงการเคหะร่มเกล้า โครงการประชานิเวศน์ และโครงการเคหะบางปู

นอกจากนั้น ยังอนุมัติการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี 2558 จำนวน 43 โครงการ (11,485 หน่วย) วงเงินลงทุนรวม 7,792 ล้านบาท

“ทั้ง 2 โครงการ มีแหล่งเงินทุน ประกอบด้วย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล, เงินกู้ภายในประเทศ และเงินรายได้ของการเคหะแห่งชาติ” พล.ต. วีรชน กล่าว