ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 9-15 ก.ค. 2559 : “ ให้ตายผมก็ไม่ยอม” บวรศักดิ์ ต้าน “พร้อมเพย์” แบงก์ชาติตอบ 10 คำถามคาใจ – “ว่างงาน 7 หมื่น ‘บิ๊กตู่’ โบ้ยรัฐบาลก่อนผลิตคนไม่ตรงความต้องการ

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 9-15 ก.ค. 2559

  • หมอประเสริฐ ยัน ประกันสุขภาพไม่ทำโรงพยาบาลขาดทุน
  • “ให้ตายผมก็ไม่ยอม” บวรศักดิ์ ต้าน “พร้อมเพย์” แบงก์ชาติตอบ 10 คำถามคาใจ
  • ชายหมูยัน “ไม่หยุดทำงาน” ปมอุโมงค์ไฟ
  • สยองรับวันชาติฝรั่งเศส พุ่งรถบรรทุกใส่ฝูงชน-กราดยิง
  • ว่างงาน 7 หมื่น “บิ๊กตู่”โบ้ยรัฐบาลก่อนผลิตคนไม่ตรงความต้องการ โตโยต้าแย้ง “ยอดขายตก”
  • หมอประเสริฐ ยัน ประกันสุขภาพไม่ทำโรงพยาบาลขาดทุน

    นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ที่มาภาพ: เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1468123125)
    นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1468123125)

    ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนจากไม่ต้องจ่ายเลยมาเป็น “co-pay” หรือการ “ร่วมจ่าย” ระหว่างประชาชนกับรัฐบาลในเรื่องของระบบประกันสุขภาพ ที่ตั้งท่าว่าอาจจะมาถึงได้ในวันใดวันหนึ่ง เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจได้รายงานถึงข้อเขียนของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ที่โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของตัวเอง ซึ่งมีใจความว่า หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่มักเรียกกันว่า “30 บาทรักษาทุกโรคนั้น” อาจจะทำให้แพทย์ต้องทำงานหนักขึ้นจริงแต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด และถึงอย่างไรแพทย์ก็เรียนมาเพื่อการนี้อยู่แล้ว และไม่ใช่สิ่งที่ทำให้โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกขาดทุน เนื่องจาก “ชนชั้นมีอยู่จริง” ย่อมมีคนที่มีกำลังจ่ายเลือกจะไปโรงพยาบาลเอกชน ในขณะที่ประกันสุขภาพก็จะเป็นทางเลือกให้คนยากคนจนหรือคนที่ไม่สะดวกไปคลินอกหรือโรงพยาบาลเอกชน เพื่อจะได้ไม่ต้องนำเงินอันจำเป็นต่อการพัฒนาตนเองและลูกหลานมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลจนหมด

    นอกจากนี้ นายแพทย์ประเสริฐยังบอกว่า ที่ผู้ป่วยล้นเกินนั้นไม่ใช่เพราะมีประกันสุขภาพถ้วนหน้า “แต่เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง โรงพยาบาล ศูนย์ และ โรงพยาบาล ชุมชน และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ล้มเหลวหมดทั้งระบบ ส่วนกลางทั้งระดับกระทรวงและกรมไร้สมรรถนะ” รวมทั้งย้ำเตือนว่า “ข้าราชการและครอบครัวไม่ถึง 10 ล้านคน ใช้งบประมาณสูงกว่าประชาชนในระบบหลักประกัน 50 ล้านคน”

    ส่วในเรื่องของการร่วมจ่ายนั้น นายแพทย์ประเสริฐบอกว่าอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ แต่ควรเป็นการจ่ายไว้ก่อนจะเกิดเรื่องให้ต้องรับบริการ ไม่ใช่ไปจ่าย ณ จุดบริการ เพราะ “การจ่ายที่จุดบริการเป็นจุดที่ผู้ป่วยและญาติไร้อำนาจสิ้นเชิง หมดทางต่อรอง” และ “การจ่ายที่จุดบริการทำให้บริษัทยาและบริษัทวัสดุอุปกรณ์การแพทย์ทำการค้าเบื้องหลังได้ง่าย”

    และท้ายที่สุด นายแพทย์ประเสริฐยืนยันว่าประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการระบบสุขภาพแบบไหน

    “ให้ตายผมก็ไม่ยอม” บวรศักดิ์ ต้าน “พร้อมเพย์”

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์เนชั่นทีวี
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์เนชั่นทีวี (http://www.nationtv.tv/main/content/economy-business/378508679/)

    ต่อแนวคิดของกระทรวงการคลั่งเรื่อง “พร้อมเพย์” (Promt Pay) ที่จะหันมาส่งเสริมให้ประชาชนยืนยันการใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโน ได้แสดงความเห็นว่าหากไม่ใช่ออกเป็นกฎหมายบังคับ ตัวเองก็จะไม่ยอมทำ โดยอ้างกลุ่มประเทศในยุโรปหรือสหรัฐอเมริการว่ามีกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ซึ่งห้ามเชื่อมโยงและ/หรือขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยเจ้าตัวไม่อนุญาต และไม่ยอมให้ใช้เลขยืนยันตัวบุคคลในสถานะต่างๆ ชุดเดียวในการทำทุกเรื่อง

    “ของเรา กม. ข้อมูลส่วนบุคคลออกไม่ได้ ใครมีข้อมูลเราก็เอาไปขายได้ตามสบายแล้วมาบังคับให้ใช้เลข 13 หลักเดียวกันจะไปเหลืออะไร เหมือนเราไม่มีเสื้อผ้าเหลือปกปิดกาย ให้ตายผมก็ไม่ยอม” ข้อเขียนของ ดร.บวรศักดิ์ระบุ

    นอกจากนี้ ดร.บวรศักดิ์ยังได้โพสต์ถึงข้อมูลที่สมาคมธนาคารไทยให้ไว้เกี่ยวกับพร้อมเพย์ ดังนี้

    1. ควรจะลงทะเบียนพร้อมเพย์หรือไม่

    คำตอบคือ ควรจะลงทะเบียนพร้อมเพย์ทั้งเลขที่บัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์เนื่องจากการลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนจะสามารถรับเงินค่าสวัสดิการ เงินจากภาครัฐอื่นๆ รวมทั้งเงินคืนภาษีจากกระทรวงการคลังด้วย

    การลงทะเบียนด้วยมือถือทำให้เราสามารถบอกเพียงแค่เบอร์มือถือให้ใครก็ได้โอนเงินให้เรา และจะทำให้ธุรกรรม ecommerce สามารถเติบโตได้ง่าย การบอกแค่เบอร์มือถือมีความปลอดภัยกว่าการบอกเบอร์บัญชีแน่นอน

    2. ควรจะลงทะเบียนกับธนาคารไหน

    คำตอบ ธนาคารไหนก็ได้ที่เราเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยทาง IT และความสะดวกในการใช้งานระบบพร้อมเพย์ และการเปลี่ยนแปลงคู่บัญชีในอนาคต โดยเฉพาะระบบ mobile banking ซึ่งจะเป็นตัวหลักของการใช้งานพร้อมเพย์ในอนาคตในรูปแบบต่างๆ ที่ล้ำสมัย

    3. ระบบพร้อมเพย์มีความปลอดภัยหรือไม่

    คำตอบ ความปลอดภัยของระบบพร้อมเพย์ขอแยกเป็นสามส่วน ดังนี้

    3.1 การเก็บรักษาข้อมูลและโครงสร้างของระบบ การเก็บข้อมูลสำคัญเช่นเบอร์บัญชียังคงเก็บไว้ที่ธนาคารเช่นเดิม ITMX เพียงเก็บว่าเบอร์พร้อมเพย์อยู่ที่ธนาคารไหน แล้วส่งให้ธนาคารนั้นไปหาเบอร์บัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งลูกค้าสามารถเปลี่ยนเบอร์บัญชีสลับไปมาภายในธนาคารเดียวกันโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ (ขึ้นกับ app ของแต่ละธนาคาร)

    เพราะฉะนั้นระบบพร้อมเพย์ยังคงความปลอดภัยเท่าระบบธนาคารเดิม ถึงต้องบอกว่าการเลือกธนาคารที่ลงทะเบียนก็เลือกจากความมั่นใจส่วนนี้ด้วย

    3.2 ขั้นตอนการลงทะเบียนพร้อมเพย์ เป็นความรับผิดชอบของแต่ละธนาคารที่จะต้องหาวิธีที่มั่นใจได้ว่า เบอร์โทรศัพท์ และเลขที่บัตรประชาชน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ ธนาคารอาจตรวจสอบกับฐานข้อมูลของตัวเอง ฐานข้อมูลหน่วยงานราชการ ฐานข้อมูลบริษัทมือถือ ขั้นตอนนี้ขึ้นกับความเข้มงวดและวิธีที่ใช้ตรวจสอบ แต่หากเราลงทะเบียนไปแล้ว ผู้อื่นก็ไม่สามารถแอบอ้างได้อีก ยกเว้นว่าเราเป็นผู้ยกเลิกเอง

    3.3 ตอนใช้งานเวลาโอนเงินโดยใช้รหัสพร้อมเพย์ ผู้โอนจะเห็นชื่อผู้รับโอนจากธนาคารปลายทาง และสามารถยกเลิกรายการที่จะทำได้หากชื่อที่ปรากฎไม่ตรงกับคนที่เราจะโอนไป

    โดยในตอนท้าย ดร.บวรศักดิ์สรุปว่า “ตัวระบบเองมีความปลอดภัยเท่าของเดิม การลงทะเบียนและการใช้งานก็ขึ้นกับแต่ละธนาคารและลูกค้าต้องตรวจสอบด้วยตนเอง ซึ่งก็เหมือนการเปิดบัญชีและการใช้งานทั่วไปในการโอนเงินนั่นเอง”

    13690849_10208778003201580_4403095120656147170_n

    ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ชี้แจงดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโน เป็นที่เรียบร้อย พร้อมทำข้อมูลถามตอบ 10 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับพร้อมเพย์เพื่ออธิบายต่อสาธารณะ(ดูกราฟฟฟิกประกอบ คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

    ชายหมูยัน “ไม่หยุดทำงาน” ปมอุโมงค์ไฟ

    เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานครให้ดำเนินคดีอาญาผู้ว่าฯ กทม. ข้าราชการ เอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการไฟประดับ 39.5 ล้านบาท พร้อมให้ดำเนินการสอบวินัยข้าราชการ กทม. ที่เกี่ยวข้องว่า ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะยังเป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้นของ สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) จึงยังไม่ถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิด เพราะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ชี้มูลความผิด

    ส่วนกรณีที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่า สตง. เสนอให้ผู้ว่าฯกทม.หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะ สตง. ได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีแล้ว ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของ ป.ช.ช.

    “หยุดทำไม ป.ป.ช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด ผมถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเลือกตั้งมาแล้วจะให้เสียเวลาไปอีกกี่เดือน มันไม่สมเหตุสมผล ผมยืนยันจะไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดูแลคน กทม. ต่อไปจนกว่า ป.ป.ช. จะชี้มูลความผิด” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าผู้ว่า สตง. ไม่ควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และควรเคารพความเห็นของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องการให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอน

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ (http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1468393706)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ (http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1468393706)

    สยองรับวันชาติฝรั่งเศส พุ่งรถบรรทุกใส่ฝูงชน

    วันที่ 15 ก.ค. 2559 บีบีซีไทยรายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุกพุ่งชนกลุ่มคนบริเวณถนนเดส์ ซ็องเกลส์ ในเมืองนีซ ทางใต้ของฝรั่งเศส ช่วงค่ำวานนี้ (14 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 77 ราย และผู้บาดเจ็บอีกราว 50 ราย แต่คาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิต และเมื่อตรวจค้นภายในรถพบว่ามีปืนและระเบิดมือจำนวนหนึ่งด้วย

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่ารถบรรทุกคันก่อเหตุแล่นมาด้วยความเร็วสูง และพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังเดินกลับจากงานแสดงพลุฉลองวันชาติฝรั่งเศส โดยรถยังแล่นต่อไปอีกราว 2 กม. ทำให้ผู้ถูกชนล้มลงไปบนถนน และกลุ่มคนอื่นๆ วิ่งหนีออกจากที่เกิดเหตุกันอย่างชุลมุน ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานด้วยว่ามีผู้ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดหลังเกิดเหตุรถบรรทุกพุ่งชนคน แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลคนใดยืนยันข้อเท็จจริง

    นายฟรองซัวส์ โอลล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แถลงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการก่อการร้าย และฝรั่งเศสยังตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย พร้อมทั้งขยายเวลาประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศต่อไปอีก 3 เดือน หลังประกาศภาวะฉุกเฉินก่อนหน้านี้มีกำหนดสิ้นสุดวาระในวันที่ 26 ก.ค. และนายโอลล็องด์ระบุด้วยว่ากองทัพฝรั่งเศสจะเพิ่มระดับปฏิบัติการทางทหารในอิรักและซีเรียด้วย

    ด้านนายปิแอร์ อองรี บรองเดต์ โฆษกกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ยืนยันว่าไม่มีการจับตัวประกันตามที่สื่อบางสำนักรายงานข่าว แต่ยังระบุไม่ได้ว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือมีผู้สมรู้ร่วมคิด ขณะที่นายแบร์นาร์ด กัซเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส เดินทางไปยังเมืองนีซทันทีเพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนคดี และรายงานข่าวระบุว่าวันก่อเหตุมีนัยสำคัญ เพราะเป็นวันชาติและวันทลายคุกบัสตีญ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2332

    นอกจากนี้ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงประณามผู้ก่อเหตุขับรถบรรทุกชนคนในเมืองนีซ โดยระบุว่าเป็นเหตุก่อการร้ายที่สะเทือนขวัญ และนายโอบามาได้หารือกับคณะที่ปรึกษาประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เพื่อรับทราบข้อมูล รวมถึงประเมินสถานการณ์เพิ่มเติม

    ว่างงาน 7 หมื่น โตโยต้าแย้ง “ยอดขายตก”

    11 ก.ค. 2559 เว็บไซต์สำนักข่าวประชาไทรายงานว่า กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่าสถิติผู้ประกันตนที่มาขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเดือนพฤษภาคม 2559 มีจำนวน 71,036 คน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าเพิ่มขึ้น จำนวน 10,537 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.42 โดยผู้ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจำนวน 2,467 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.67 และผู้ที่ลาออกเพิ่มขึ้น จำนวน 8,070 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.74

    ทั้งนี้ ในส่วนของการถูกเลิกจ้างนั้น สาเหตุเนื่องมาจากนายจ้างลดจำนวนพนักงานมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.50 ในขณะที่ในด้านของผู้ที่ลาออกจากงานนั้น สาเหตุเนื่องมาจากต้องการเปลี่ยนงานมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 87.09

    ในเวลาต่อมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงเรื่องคนตกงานว่า

    “แรงงานถูกปลด 4,000 ตำแหน่ง มันจะต้องถูกถอดไปเรื่อยๆ เพราะเขาเปลี่ยนเครื่องมือ เปลี่ยนเครื่องจักร เปลี่ยนเทคโนโลยีเข้ามา จะให้ทำยังไงอะ ผมถามรัฐบาลผ่านมาเตรียมความพร้อมแบบนี้ไว้ไหม วันนี้เราขาดแรงงานเท่าไหร่ แสนกว่าคน เรามีแรงงานที่จบจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ ล้านกว่าคน ผมถามมันน่าขาดไหมแบบนี้ แต่มันขาดเพราะอะไร มันผลิตคนที่ไม่ได้ต้องการตรงกับแสนกว่าคนตรงนี้ จบมานี่ วันนี้สถิติมีสถาบัน 11 แห่งเท่านั้น ในประเทศไทยที่บริษัทอยากจ้างงาน ไปหาดูนะ ในยูทูบในอะไรมี มี 11 สถาบันเท่านั้น แล้วที่เหลืออยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่อยากจ้าง นั่นล่ะคืออันตราย เขาขาดอะไรล่ะ วิศวกร เทคนิเชียนนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผลิตออกมาเท่าไหร่พวกนี้ โน้นกระทรวงศึกษาไปรื้ออยู่โน้น วง ดร. ไปทะเลาะกันอยู่โน้น ดร. ยังต้องมาขอผมใช้ ม.44 เลย แล้วมันยังไงกัน แล้ววันหน้าไม่มี ม.44 แล้วจะทำกันยังไง จะอยู่กันยังไง ฝากคิดด้วยแล้วกัน”

    ในวันที่ 14 ก.ค. 2559 เว็บไซต์ประชาติธุรกิจรายงาน ว่านายสุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ทวีสกุลวัชระ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการเลิกจ้างลูกจ้างรับเหมาค่าแรง โครงการจากกันด้วยใจ

    นายสุเมธกล่าวว่า บริษัทโตโยต้ายืนยันว่า การจัดโครงการนี้ขึ้นไม่ได้เกิดจากผลกระทบเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เกิดจากจำนวนยอดส่งออกรถยนต์ลดลงจาก 370,000 คัน เหลือเพียง 310,000 คัน เนื่องจากประเทศในตะวันออกกลางลดการสั่งซื้อและราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ส่วนกระแสข่าวการนำหุ่นยนต์มาทำงานทดแทนคนนั้นไม่เป็นความจริง บริษัทยังยืนยันที่จะทำงานร่วมกับพนักงานต่อไป และหวังว่าจะเป็นสถานการณ์ชั่วคราว ซึ่งกระทรวงแรงงานรู้สึกไม่กังวลใจเมื่อได้รับการยืนยันเช่นนี้ ทั้งนี้ กระแสข่าวว่าพนักงานเข้าร่วมโครงการฯ 4,000-5,000 คน ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงมีพนักงานแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการฯ 1,200 คน อีกทั้ง การปรับลดพนักงานรับเหมาค่าแรง (ซับคอนแทรค) ของบริษัทโตโยต้านั้นรับเพียงกว่า 900 คนเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่มีพนักงานสมัครเข้าร่วมโครงการมากกว่าจำนวนรับ เพราะทราบว่าเป็นการเลิกจ้างระยะสั้น และอนาคตจะรับกลับเข้าทำงานใหม่ในตำแหน่งเดิม