ครม. เห็นชอบ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ สร้างความโปร่งใสใช้งบภาครัฐ – ควัก 6.7 พันล้าน อุ้ม 4 โครงการช่วยเกษตรกร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ: www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน

นายกฯตั้ง กก.ขับเคลื่อนการลงทุนชุดใหม่

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงแนวคิดในการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาขับเคลื่อนการลงทุนในระบบน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค ตลอดจนการดูแลป่าไม้ โดยจะนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง ว่า เนื่องจากการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวในช่วงเวลาที่ผ่านมาติดปัญหาข้อกฎหมายบางอย่าง โดยเฉพาะการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะเข้ามาหาวิธีการใหม่ให้โครงการเดินหน้าได้ เช่น อาจจะให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบในการผลักดันบางโครงการ เพื่อให้เกิดผลกระทบและความขัดแย้งน้อยที่สุด

ยังไม่ใช้ ม.44 เรียกคืนที่ สปก.

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เตรียมเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ออก คำสั่งเรียกคืนที่ดิน สปก. ที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ร้อยไร่ ใน 25 จังหวัด รวม 4.2 แสนไร่เพื่อนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้ามา แต่ตามกฎหมายเดิม เจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจในการเรียกคืนที่ดิน สปก. ที่ถูกใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์อยู่แล้ว โดยเฉพาะที่ดิน สปก. ที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ เพราะที่ดิน สปก. ขายต่อไม่ได้

ปัญหา “ช่างกลตีกัน-การพนันบอล” มี กม. อยู่แล้ว

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเยาวชนตีกัน ซึ่งเช้าวันเดียวกัน นักเรียนช่างกลสถาบันหนึ่งได้ไล่ยิงคู่นักเรียนสถาบันคู่อริจนทำให้มีผู้โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน ว่า เรื่องนี้มีกฎหมายอยู่แล้ว แต่เหตุเกิดเพราะคนไม่เคารพกฎหมาย จึงต้องช่วยกันคิดหาทางว่าทำอย่างไร เมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ต้องจับกุมตัวผู้กระทำผิด ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวก็ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึก หรือหาวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด หรือมีผู้เสียประโยชน์และไม่ยอมรับกฎหมาย

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการพนันในช่วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปว่า ก็เช่นเดียวกับปัญหาข้างต้น คือกฎหมายมีอยู่แล้ว และจับกุมผู้กระทำผิดไปแล้วกว่า 2 พันราย หากเจอใครทำผิดกฎหมายก็จับ แต่บางเรื่องก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เช่น การเล่นหวย จะไปห้ามเล่นเลยคงไม่ได้ จึงต้องหาวิธีสร้างการรับรู้ และแก้ปัญหาแบบสันติวิธี สงบสุข และใช้กฎหมายน้อยที่สุด

“อย่าโยนให้ผมสั่งทั้งหมด เพราะถ้าไม่เชื่อฟังก็จะแรงขึ้น หรือถ้านำทหารมาใช้ ก็จะเดือดร้อน” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ไม่ปรับการ รปภ. ภายในทำเนียบ

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุระทึกก่อนการประชุม ครม. กรณีที่มีหญิงสาวบุกเกือบประชิดตัว เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ว่า คงจะไม่ปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยอะไรเพิ่มเติม เพราะหญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่ใช่ผู้ร้าย แค่มาเรียกร้องขอความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็กันไว้ได้ก่อนถึงตน ตนไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยเพราะทุกคนต่างก็เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น หรือหากมีใครคิดจะมาทำร้าย ตนก็มีวิธีการป้องกันตัวในแบบของตน

เตรียมเยือนอินเดีย หารือความมั่นคงทางทะเล – การค้า

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเดินทางไปเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายน 2559 ว่า ประเด็นที่จะไปหารือกับนายนเรนทรา โมดี นายกฯ อินเดีย จะครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การค้าการลงทุน ความมั่นคง ไปจนถึงสังคม โดยไทยจะเสนอให้เปิดการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างไทย-อินเดีย โดยไทยจะเป็นศูนย์กลางสำหรับการเดินทางไปอาเซียน ส่วนปัญหาการอพยพแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ก็จะเน้นย้ำให้ใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ จะหารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล ทั้งการฝึกร่วม ก่อการร้าย และโจรสลัด

พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมที่จะใช้ในการเดินทางเยือนประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการของนายกฯ โดยร่างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวมีสาระสำคัญหลายประการ เช่น สองประเทศจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี, เพิ่มมูลค่าการลงทุนระหว่างกัน, สร้างความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทย-พม่า-อินเดีย, เพิ่มมูลค่าการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ, เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะความมั่นคงทางทะเล, แลกเปลี่ยนความร่วมมือทางเทคโนโลยี นวัตกรรม ไปจนถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฯลฯ เป็นต้น

เล็งคุย “ซูจี” เรื่องแรงงานระหว่างเยือนไทย

พล.ต. วีรชน ยังกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างเอกสารสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือด้านแรงงาน ระหว่างไทย-พม่า รวม 2 ฉบับ ที่จะใช้ในการหารือระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ กับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐพม่า ที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2559 โดยสาระสำคัญของร่างเอกสารดังกล่าวจะครอบคลุมสถานการณ์ด้านแรงงานในปัจจุบัน ทั้งความร่วมมือด้านวิชาการ การพัฒนาฝีมือแรงงาน การนำเข้าแรงงานเข้ามาในไทย ฯลฯ

เห็นชอบ กม.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ เพิ่มความโปร่งใสภาครัฐ

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่สำคัญอื่นๆ มีดังนี้

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. …. โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. นี้ คือจะนำมาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ แทนระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หลังจากที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. ได้ปรับวิธีจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐไปบ้างแล้ว ทั้งการใช้ข้อตกลงคุณธรรมและ e-bidding แต่การมีร่าง พ.ร.บ. นี้ จะทำให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจนมากขึ้น และเป็นแนวทางกลางในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐทั้งหมด ซึ่งสาระสำคัญ มีอาทิ

– ร่าง พ.ร.บ. นี้จะบังคับใช้กับหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง รัฐวิสาหกิจ (ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับพาณิชย์) องค์การมหาชน องค์กรอิสระ (ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบอำนาจรัฐ) มหาวิทยาลัยภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ฯลฯ

– มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ รวม 5 ชุด ขึ้นมาดูแลการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

– กำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐไม่ได้คำนึงถึงราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ให้คำนึงถึงคุณภาพประกอบด้วย นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลไว้บนระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สาธารณชนตรวจสอบได้

“ร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการส่งให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

เห็นชอบ ร่างกม.หนี้สาธารณะฉบับใหม่

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม. ว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้ คือการกำหนดให้ชัดเจนว่า หนี้ของหน่วยงานรัฐใดจะถือเป็น “หนี้สาธารณะ” บ้าง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความว่า หนี้สาธารณะให้รวมถึงหนี้ของหน่วยงานซึ่งอยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐด้วย

ทั้งนี้ ตามร่าง พ.ร.บ. นี้ หนี้สาธารณะจะหมายถึงหนี้ที่กระทรวงการคลังเข้าไปบริหารจัดการได้ ส่วนหนี้ของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐ แม้จะไม่ถือเป็นหนี้สาธารณะ แต่จะถือเป็นหนี้เงินกู้ที่มีความเสี่ยงทางการคลัง ซึ่งจะต้องรายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ ยังจะมีการปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจของคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ โดยให้สามารถลงทุนในตราสารหนี้แห่งประเทศไทยได้ด้วย

“ร่าง พ.ร.บ. นี้จะไม่มีผลทำให้หนี้สาธารณะซึ่งปัจจุบันอยู่ในอัตรา 44% ของจีดีพีลดลง อย่างที่มีคนบางกลุ่มเข้าใจ” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. ยังหารือกันว่า จะดูแลสหกรณ์อย่างไร เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า รับผิดชอบไม่ไหว เพราะหนี้สหกรณ์มีเป็นแสนล้านบาท ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะกระทบกับเสถียรภาพทางการเงิน ที่สุด นายกฯ จึงสั่งการให้กระทรวงการคลังไปดูแนวทางว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เช่น อาจจะตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ

ควัก 6.7 พันล้าน อนุมัติ 4 โครงการช่วยเหลือเกษตรกร

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบโครงการตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2559-2560 จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 6,764 ล้านบาท โดยหลักการของโครงการนี้เป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. ธ.ก.ส. รับผิดชอบ 3 โครงการ ได้แก่

  • โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม เป้าหมายคือสถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าวเปลือกให้ได้ 2.5 ล้านตัน โดยรัฐจะรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ส่วนสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2559 – 30 กันยายน 2560
  • โครงการให้สินเชื่อกับเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เป้าหมายคือเกษตรกรเก็บข้าวเปลือกไว้จำนวน 2 ล้านตัน พื้นที่คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกฉียงเหนือ โดยรัฐช่วยค่าเก็บรักษาและค่าขนส่ง สำหรับเกษตรกรรายย่อย ให้กู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนสหกรณ์การเกษตร เงินกู้สูงสุด 300 ล้านบาท
  • โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้อัตราร้อยละ 3  คนละไม่เกิน 80,000 บาท ระยะเวลาโครงการ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2559 ยกเว้นภาคใต้ที่มีฤดูทำนาไม่เหมือนภาคอื่น ให้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560

2. กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบ 1 โครงการ คือ โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวที่เก็บสต็อก เป้าหมายเพื่อดูดซับข้าวที่เป็นส่วนเกินของตลาดให้ได้ 8 ล้านตัน ระยะเวลา 2-6 เดือน รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้อัตราร้อยละ 3 ต่อปี

ยืดเวลายื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล หลัง “บีโอไอ-สรรพากร” เห็นต่าง

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งจะต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากนิติบุคคลเหล่านั้นบางบริษัท ทำตามคำแนะนำของบีโอไอซึ่งไม่ตรงกับกรมสรรพากร เกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ตามมาตรา 31 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ที่สุดจึงต้องอาศัยศาลยุติธรรมมาตัดสิน ผลปรากฏว่า ศาลเห็นชอบตามกรมสรรพากร รัฐบาลจึงต้องขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ให้กับนิติบุคคลกลุ่มนั้น ซึ่งบางบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างชาติ ที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของบีโอไอ และไม่ได้มีเจตนาจะหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับเนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ล่าช้ากว่ากำหนด

เปิดลงทะเบียน “ผู้มีรายได้น้อย” รับสิทธิรัฐสวัสดิการ

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมและการใช้เงินช่วยเหลือของรัฐให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนรัฐสวัสดิการเป็น “กลุ่มผู้มีรายได้น้อย” คือ 1. เป็นผู้ว่างงานหรือรายได้รวมต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท 2. อายุ 18 ปีขึ้นไป 3. สัญชาติไทย โดยผู้ลงทะเบียนจะเป็นไปในรูปแบบสมัครใจ และต้องเปิดเผยการถือครองทรัพย์ เจ้าหนี้ และจำนวนหนี้สิน ทั้งนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2559 สำหรับปีต่อๆไปให้ลงทะเบียนช่วงวันที่ 1-30 กันยายน ของแต่ละปี

“การลงทะเบียนดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจ ทั้งนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นไปตามกลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยตรง จากโครงการอื่นๆ ในอดีต เช่น รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ที่ไม่รู้ว่าผู้มาใช้บริการเป็นผู้มีรายได้น้อยหรือไม่ นอกจากนี้ รัฐบาลจะได้มีฐานข้อมูลในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไป” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

แต่งตั้ง “ปฏิคม วงษ์สุวรรณ” เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งให้นายปฏิคม วงษ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป และยังมีมติเห็นชอบให้นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ผู้ว่า กฝผ.) มีผลตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป โดยได้ค่าตอบแทนเดือนละ 650,000 บาท