“ประยุทธ์” รับทำโผปรับ ครม. จบแล้ว รอทูลเกล้าฯ ยังห่วงภัยแล้ง ชี้ฝนตกแต่น้ำเข้าเขื่อนน้อย – ไฟเขียว กม. นำเที่ยวใหม่สกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน

นายกฯ รับปรับ ครม. จบแล้ว – เตรียมตั้งบิ๊ก ขรก. ให้เสร็จ สัปดาห์หน้า

พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมถึงความคืบหน้าในการปรับ ครม. ว่า เตรียมรายชื่อเสร็จนานแล้ว แต่จะทูลเกล้าฯ เมื่อไรเป็นเรื่องของตน ส่วนจะปรับ ครม. กี่ตำแหน่ง ก็ปรับได้ทุกตำแหน่ง อาจจะครบทั้ง 36 ตำแหน่งเลยก็ได้ ทั้งนี้ ไม่อยากให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก เพราะยิ่งไปนำเสนอข่าว คนเก่าก็ไม่อยากทำงาน คนใหม่ก็รอว่าเมื่อไรจะปรับเสียที

ทั้งนี้ ในการประชุม ครม. วันนี้ ได้มีมติแต่งตั้งให้นายอภิชาติ ชินวรรโณ เป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอชื่อมา และภายในสัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งปลัดกระทรวงแทนตำแหน่งที่จะว่างลงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ หรือทหาร โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในวันที่ 14 สิงหาคม 2558 นี้

ชี้ตั้ง ผบ.ทบ. คนใหม่ อำนาจสภากลาโหม ยันไม่เคยคุยกับน้องชาย

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่น้องชาย คือ พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีชื่อเป็นแคนดิเดตที่อาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ทบ. คนใหม่ว่า ถามว่า พล.อ. ปรีชาเป็นน้องตนแล้วผิดหรือ การแต่งตั้งทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภากลาโหม และแม้ พล.อ. ปรีชาจะเป็นน้องชายของตน แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยขออะไร และไม่ได้คุยกันเลย พล.อ. ปรีชาก็เติบโตในเส้นทางของเขาเอง ข้าราชการทหารมีจำนวนกว่า 2 แสนคน จะไปตั้งใครส่งเดชได้ที่ไหน ใครจะทำรัฐประหารซ้อนก็มาเลย มาบอกกัน จะยกให้เพราะตนไม่เคยต้องการอำนาจหรือผลประโยชน์

ส่วนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งนายทหารในกองทัพให้ข้ามห้วยมาเป็น พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเลยว่ามีรายชื่อใครบ้าง นายทหารบางคนเติบโตในกองทัพน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ การแต่งตั้งเลขาฯ สมช. จะต้องเป็นไปตามสถานการณ์ เพราะรัฐบาลชุดนี้ก็เข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ

ชี้ฝนตก แต่น้ำยังเข้าเขื่อนน้อย – ควักช่วยเกษตรแล้ว 5.7 แสนล้าน

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า แม้ว่าฝนจะตกลงมาแล้วแต่ปริมาณน้ำที่เข้าเขื่อนยังมีไม่มากนัก ซึ่งต้องพิจารณาว่าจะมีเพียงพอสำหรับใช้จนถึงปี 2559 หรือไม่ เรื่องน้ำจึงยังไม่ควรประมาท ยังจำเป็นต้องประหยัดกันอยู่ สำหรับมาตรการช่วยเหลือ ระยะเร่งด่วน ครม. เคยมีมติให้กระทรวงมหาดไทยใช้งบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปจ้างงาน และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปปรับเปลี่ยนวิธีปลูกพืช ในการประชุม ครม. วันนี้ ก็ยังมีมติอนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในอัตรา 1,113 บาท/ไร่ สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่ และให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการทำประกันภัยราคาข้าว

ส่วนระยะยาว รัฐบาลจะเปลี่ยนโครงสร้างการทำเกษตรใหม่ทั้งหมด ให้สอดคล้องกับน้ำที่มีอยู่ เช่น การปลูกพืชที่ต้องการน้ำน้อยแทนข้าว หรือปลูกพืชในระบบน้ำหยด แต่ตัวประชาชนเองก็ต้องยอมเปลี่ยนด้วย เพราะงบประมาณที่รัฐบาลจะช่วยเหลือก็มีจำกัด

“ถึงวันนี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะข้าวหรือยางพาราไปแล้ว รวมกว่า 570,000 ล้านบาท คิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งอยู่ที่ 2,575,000 ล้านบาท หากต้องมาช่วยเหลือเกษตรกรทุกปี จะเป็นภาระต่องบประมาณค่อนข้างมาก” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

คุยเบิกจ่ายงบได้เกินเป้า เล็งใช้หมื่นล้านปรับปรุง “คลองด่าน”

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการเบิกจ่ายงบประมาณว่า ถ้าดูจากตัวเลขที่สำนักงบประมาณรวบรวมมา ผลการเบิกจ่ายถือว่าเกินเป้า สามารถทำได้มากกว่าปีก่อนๆ แต่บางโครงการอาจทำสัญญาไม่ทัน ซึ่งเป็นปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้มีโครงการกว่า 7,000 ล้านบาท ทำสัญญาได้ไม่ทันกำหนดเวลา

กรณีที่ต้องจ่ายเงินค่าปรับและดอกเบี้ยให้กับเอกชน ในคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปเจียดงบจากกระทรวงต่างๆ ที่บางฝ่ายเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ไม่จ่ายเงินดังกล่าวนั้น ตนอยากถามว่าจะใช้มาตรา 44 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล มันทำได้ที่ไหน ทั้งนี้ ได้มีการประเมินว่า หากจะปรับปรุงบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ อาจต้องใช้งบประมาณราว 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งต้องไปศึกษาหาวิธีการต่อ

ยันเขต ศก. พิเศษ ช่วยสร้างงานให้คนในท้องถิ่น

นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ คัดค้านการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ จ.เชียงราย ว่า การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ นอกจากไม่สร้างความเสียหายกับใคร ยังจะช่วยให้คนในท้องถิ่นมีงานทำ รวมถึงแก้ไขการขาดแคลนแรงงานด้วยการใช้แรงงานต่างด้าวด้วย ทั้งนี้ ตนต้องดูทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฝ่ายเศรษฐกิจอาจจะคิดอย่าง ฝ่ายความมั่นคงคิดอีกอย่าง ตนในฐานะนายกฯ ก็ต้องนำความคิดแต่ละฝ่ายมารวมกันมาตัดสินใจ เพราะตนเป็นผู้สั่งการในทุกเรื่อง ก็จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องด้วย

พร้อมเดินหน้าปฏิรูปตามพิมพ์เขียว สปช. เริ่มปฏิรูปตำรวจ ปี 59

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เตรียมเสนอพิมพ์เขียวการปฏิรูป 37 ประเด็นให้รัฐบาลสานต่อว่า หลังจากนี้จะมีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จำนวน 200 คน ขึ้นมาสานต่องานของ สปช. ในส่วนของรัฐบาลเองก็จะดูว่าอะไรเป็นประเด็นเร่งด่วน ก็จะเดินหน้าทำทันทีในปี 2559 ซึ่งคาดว่าน่าจะมี 6-7 เรื่อง รวมถึงการปฏิรูปตำรวจ

“แต่การปฏิรูปจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถ้ามัวแต่ไปฟังนักการเมืองบางกลุ่ม ว่าประชาธิปไตยต้องมีแต่การเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธว่าต้องมีการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ผมยังไม่เห็นคนที่ผมสามารถคาดหวังได้เลย นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ก็ยังไม่เห็นจะมี ทุกคนต้องการการปฏิรูปหมด แต่ไม่ยอมมีใครเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย จึงอยากให้นักการเมืองกลุ่มนี้ออกมาพูดว่าจะยอมปฏิรูป เพื่อที่ประชาชนทั่วประเทศจะได้เป็นพยาน” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการถอดยศ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าจำเป็นต้องถอด ก็ถอด แต่ต้องมีเหตุผลรองรับว่าถอดเพราะอะไร ตามขั้นตอน หากต้องถอดยศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องเสนอเรื่องมา ส่วนตนในฐานะนายกฯ มีหน้าที่แค่ทูลเกล้าฯ เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธย รัฐบาลก็จะรับมาดำเนินการ

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่สำคัญ มีอาทิ

รับทราบความคืบหน้า “ทวาย” – เห็นชอบใช้เงินบาทเป็นสกุลเงินหลักทำธุรกรรม

พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. ได้รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-พม่า เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และโครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 4 โดยมีสาระสำคัญคือ 1. จะมีการลงนามระหว่างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ของไทย กับหน่วยงานของพม่า หลังจาก ITD ได้รับสัมปทานการก่อสร้างระยะแรกในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย มูลค่า 50,000 ล้านบาท 2. ความก้าวหน้าในการยกร่างกฎระเบียบต่างๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และ 3. การใช้เงินบาทเป็นสกุลเงินหลักในการทำธุรกรรมและการค้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งจะช่วยลดภาระนักลงทุนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ

ไฟเขียว กม. นำเที่ยวฉบับใหม่ สกัดทัวร์ศูนย์เหรียญ

ด้าน พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งจะออกมาทดแทนฉบับเดิมที่ใช้ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการนำเที่ยว และช่วยคุ้มครองนักท่องเที่ยวตามมาตรฐานสากล โดยสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ. นี้ มีอาทิ เพิ่มตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้เข้าไปอยู่ในคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ, ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ไม่รับค่าบริหาร หรือคิดค่าบริการที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อป้องกันปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ, กำหนดหลักเกณฑ์และลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการนำเที่ยว ทั้งด้านภาษา รวมถึงความรอบรู้ทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของไทย, หากมีการยกเลิกการเดินทางที่ไม่ใช่ความผิดของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องจ่ายเงินคืนตามอัตราที่กำหนดไว้ ฯลฯ

ขยายเวลานำเงินบริจาคช่วยการกีฬามาลดหย่อนภาษีได้ถึงสิ้นปี 61

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่าง พรฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อเป็นการขยายเวลาการใช้มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการกีฬา ที่เดิมจะหมดอายุสิ้นปี 2558 ออกไปอีก 3 ปี เป็นจนถึงสิ้นปี 2561 โดยสาระสำคัญของร่าง พรฎ. ดังกล่าว คือกำหนดให้ผู้สนับสนุนงบประมาณให้กับองค์กรกีฬาๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กรมพลศึกษา และกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ สามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้จำนวน 2 เท่าของเงินบริจาคแต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ โดยมีการประเมินว่าแม้การลดหย่อนภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ถึง 1,200 ล้านบาท/ปี แต่ในทางกลับกันจะช่วยให้รัฐประหยัดรายได้ที่จะใช้ในการสนับสนุนการกีฬามากกว่า 1,200 ล้านบาท/ปี

ขยายพื้นที่ประกันภัยข้าวนาปีอีก 5 แสนไร่ ใช้งบ 154 ล้านบาท

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบให้ขยายพื้นที่เป้าหมายและวงเงินในการดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 ออกไปอีก 5 แสนไร่ จากมติ ครม. เดิม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 ที่มีอยู่ 1.5 ล้านไร่ ใช้งบประมาณรวม 154 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินโครงการให้เกิดความต่อเนื่องและสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในเรื่องการทำประกันภัย โดยให้ ธ.ก.ส. ทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับเกษตรกรแทนรัฐบาลไปก่อน แล้วเบิกเงินชดเชยตามจำนวนที่จ่ายจริงในปีงบประมาณถัดไป

“จากการตรวจสอบในเดือนกรกฎาคม 2558 พบว่า จากพื้นที่เป้าหมายเดิม 1.5 ล้านไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วถึง 1.47 ล้านไร่ เหลือพื้นที่ให้เข้าร่วมโครงการอีกเพียง 30,000 ไร่ ทำให้ที่ประชุม ครม. ต้องมีมติขยายพื้นที่เป้าหมายออกไปอีก 5 แสนไร่ เพื่อให้เพียงพอต่อเกษตรกรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ โดยมีการประมาณการณ์ว่า หากสามารถทำได้เต็มพื้นที่ 2 ล้านไร่ จะช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรถึง 30,000 ล้านบาท/ปี” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ระหว่างพิจารณาวาระนี้ นายกฯ ได้สอบถามว่ามีโครงการที่รัฐบาลชดเชยให้เลย โดยที่เกษตรกรไม่ต้องจ่ายเงินสมทบหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการคลังก็ตอบว่า มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรกรณีประสบภัยพิบัติ 1,113 บาท/ไร่ สูงสุดไม่เกิน 30 ไร่อยู่แล้ว ดังนั้น หากเกษตรกรจะเข้าร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี แล้วได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง ก็ได้รับช่วยเหลือเพิ่มเติม

ใช้มาตรการภาษีจูงใจเอกชนลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พรฎ.ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ. …. เพื่อยกเว้นภาษีสำหรับนิติบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีสาระสำคัญคือ กรณีนิติบุคคลนั้นมีรายได้/ยอดขาย ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 60% ของรายได้/ยอดขาย ถ้ามีรายได้/ยอดขาย ระหว่าง 50-200 ล้านบาท ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 9% ของรายได้/ยอดขาย ถ้ามีรายได้/ยอดขาย เกินกว่า 200 ล้านบาท ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 6% ของรายได้/ยอดขาย

“ร่าง พรฎ. นี้ จะเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” พล.ต. สรรเสริญกล่าว

เรียกคืนงบลงทุนเกือบ 8,000 ล้าน หลังทำสัญญาไม่ทันเส้นตาย

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในการประชุม ครม. วันนี้ สำนักงบประมาณได้รายงานผลการตรวจสอบตามข้อสั่งการของนายกฯ กรณีโครงการลงทุนใดไม่สามารถลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณี 1. กรณีโครงการที่ต้องเรียกคืนงบประมาณ มีวงเงินรวม 7,917 ล้านบาท แบ่งเป็นลงนามไม่ทันส่งคืน 6,640 ล้านบาท ยกเลิกและส่งคืน 527 ล้านบาท และเหลือจ่ายแล้วส่งคืน 750 ล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้จะนำมาทำเป็นร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายซึ่งจะเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในโอกาสต่อไป เพื่อนำมาใช้ในโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และ 2. กรณีโครงการที่ลงนามในสัญญาไม่ทัน แต่มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องดำเนินการต่อ จึงขอไม่โอนงบประมาณกลับมาส่วนกลาง มี 3,469 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงที่มีการเรียกคืนงบประมาณสูงสุด 5 ลำดับแรก ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย รวมวงเงิน 2,741 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ รวมวงเงิน 2,287 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมวงเงิน 523 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจต่างๆ รวมวงเงิน 509 ล้านบาท และสำนักนากยรัฐมนตรี รวมวงเงิน 482 ล้านบาท

ตีกลับ ก.ท่องเที่ยว ขอใช้งบ 500 ล้าน จูงใจต่างชาติถ่ายหนังในไทย

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบในหลักการเรื่องมาตรการจูงใจให้ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ แต่มีข้อท้วงติงเรื่องงบประมาณที่ขอมาถึง 500 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี ที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์คืนมาเพียง 3-4 เท่า หรือราว 1,500-2,000 ล้านบาท โดยที่ประชุม ครม. เห็นว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินมากเกินไป และอาจขัดกับข้อกติกาอื่นๆ อีก จึงตีกลับไปให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดรับฟังความคิดเห็นจากส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม