a เครือข่ายสุขภาพชี้ ใช้ ม.44 ปลด "บอร์ด สสส. 7 คน" มีเงื่อนงำ – นัดประชุมใหญ่ 11 ม.ค. กำหนดแนวทางเคลื่อนไหวค้าน | ThaiPublica
ThaiPublica > เกาะกระแส > เครือข่ายสุขภาพชี้ ใช้ ม.44 ปลด “บอร์ด สสส. 7 คน” มีเงื่อนงำ – นัดประชุมใหญ่ 11 ม.ค. กำหนดแนวทางเคลื่อนไหวค้าน

เครือข่ายสุขภาพชี้ ใช้ ม.44 ปลด “บอร์ด สสส. 7 คน” มีเงื่อนงำ – นัดประชุมใหญ่ 11 ม.ค. กำหนดแนวทางเคลื่อนไหวค้าน

9 มกราคม 2016


581023สสส
(แฟ้มภาพ) ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2558 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน เคยออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวสนับสนุนการทำงานของ สสส. ในระหว่างที่ถูกตรวจสอบเรื่องประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนโดย ศอตช. และ คตง. ที่มาภาพ: http://www.consumerthai.org/

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2559 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (Thai Health Promotion Movement) นำโดยนายคำรณ ชูเดชา และนายวันชัย บุญประชา ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2559 ที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 พักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ รวม 59 คน โดยเฉพาะกรรมการสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นพ.วิชัย โชควิวัฒน์, นายสงกรานต์ ภาคโชคดี, นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ, นายยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, นายสมพร ใช้บางยาง, รองศาสตราจารย์ประภัทร นิยม และนายวิเชียร พงศธร ที่ให้พ้นจากตำแหน่งโดยทันที เพราะเห็นว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว ไม่ชอบธรรม เพราะผลการตรวจสอบโดยศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) พบว่าการดำเนินงานของ สสส.และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมิได้มีการทุจริตแต่ประการใด

“ส่วนกรณีที่คณะกรรมการของ สสส. บางคนดำรงตำแหน่งในองค์กรที่ได้รับทุนด้วยนั้นเกิดขึ้นเนื่องด้วย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ถูกออกแบบให้ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร สสส. ภายใต้ระเบียบการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (COI) ที่เข้มงวด เช่น คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถอนุมัติงบประมาณในองค์กรที่ตนเองเกี่ยวข้อง เป็นต้น”

แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่า อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ทางสังคมปัจจุบัน สสส. และคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งมี พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ทำงานร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมโดยเน้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยได้มีการแก้ไขระเบียบข้อบังคับ สสส. หลายฉบับ เน้นแก้ไขเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการ และผ่านความเห็นชอบของบอร์ด สสส. เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ให้ดำเนินการไปตามระเบียบดังกล่าวภายใน 90 วัน และคณะกรรมการของ สสส. ได้เริ่มทยอยปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวแล้ว แต่กลับมีประกาศ มาตรา 44 ปลดบอร์ดของ สสส. อย่างมีเงื่อนงำดังกล่าว

“ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนเชื่อว่า คำสั่งดังกล่าวจะนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการกรรมการกองทุนและแต่งตั้งผู้จัดการ สสส. คนใหม่ ที่มาจากกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจรัฐ และตัวแทนจากกลุ่มทุนบางกลุ่มเข้ามาเป็นคณะกรรมการและผู้จัดการ สสส. คนใหม่ เพื่อมิให้การดำเนินการของ สสส. ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ยาและอาหาร เป็นต้น สร้างผลกระทบต่อผลประโยชน์ในกิจการของตน รวมทั้งเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากกองทุนของ สสส. ได้โดยปราศจากการตรวจสอบของสังคม”

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า ในวันที่ 11 มกราคม 2559 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ของตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อประกาศแนวทางและมาตรการในการเคลื่อนไหวในกรณีดังกล่าว