แต่งตั้งใหญ่ข้าราชการ ยุคสีน้ำเงิน ‘อนุทิน’ ปักผังอำนาจ C10- 11 อยู่ยาวถึงรัฐบาลหน้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ตรวจแถว ข้าราชการ จังหวะก้าวทางการเมืองของรัฐบาลอนุทิน สมัยที่ 2 มีลมใต้ปีกที่แข็งแกร่ง ข้าราชการพลเรือน-ตำรวจ ระดับสูงเปลี่ยนถ่ายอำนาจ หลายตำแหน่งอายุราชการ ยาวกว่าอายุรัฐบาล นานสุด 10 ปี ร่วมเคลื่อนเครือข่าย “ยุคสีน้ำเงิน”

ปีนี้การแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการระดับสูง ถูกชงเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ก่อนฤดูเปลี่ยนปีปฏิทินงบประมาณใหม่ ล่วงหน้าราว 3 เดือน

ตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ต่อเนื่องสิงหาคม 2569 มีวาระ “ลับที่สุด” เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ต้องเปิดกับไอแพด สเป็กของ สลค.เท่านั้น เพื่อ “รับทราบ” หากไม่มีข้อทักท้วง ให้ถือเป็นเรื่อง ที่ ครม.เห็นชอบ และอนุมัติ

เป็นจังหวะอำนาจ ให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ที่มีสัญญลักษณ์สีน้ำเงิน นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล คุมกำลัง สส. 292 เสียง เป็นปึกแผ่นด้วย 5 พรรค รวมกับพรรคจิ๋วอีก 11 พรรค

ครม.สีน้ำเงิน ปักหมุดข้าราชอยู่ยาว

ก่อนการขึ้นปีงบประมาณใหม่ (ตุลาคม 2569) วงจรอายุราชการ ถึงคราวผลัดใบ-เกษียณ มีทั้งฝ่ายความมั่นคง-นักปกครอง และกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ราว 90 ตำแหน่ง

การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงสุดของกระทรวง ระดับ C-11 ปลัดกระทรวง อธิบดี C-10 ถูกทยอยจัดส่งรายชื่อเข้าชิงในระดับกระทรวง และส่งตรงเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

การพิจารณา นอกจากความรู้ความสามารถ วาระ-อายุราชการที่เหลือ ก็เป็นหัวใจในการอนุมัติ-เห็นชอบ ดังนั้นสถิติข้าราชการที่ได้รับการแต่งตั้งในปีนี้ จึงมีตั้งแต่วาระดำรงตำแหน่งสูงสุด 4 ปี ต่ออายุได้คราวละ 1 ปี 2 รอบ หลายตำแหน่ง

สำหรับข้าราชการระดับ ปลัด C-11 ที่คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบ เพื่อมีผล 1 ตุลาคม 2569 มีดังนี้

1.ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร มีอายุราชการคงเหลือประมาณ 8 ปี

2. ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล เหลืออายุราชการเกือบ 10 ปี

3. ปลัดกระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เหลืออายุราชการอีก 7 ปี

4. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ เหลืออายุราชการ 3 ปี 

5. ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ เหลืออายุราชการ 1 ปี

ส่วนข้าราชการ ระดับปลัด  ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ มีวาระในตำแหน่งเหลือไม่น้อยกว่า 4 ปี อาทิ

1. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เหลืออายุราชการ 4-5 ปี

2. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เหลืออายุราชการ 5 ปี

3.นายพัชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เหลืออายุราชการ 5 ปี

ยังมี C-11 อีกตำแหน่ง ที่จะเกษียณในปีนี้ คือ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์อำนาจทำเนียบรัฐบาลอยู่ระหว่างการวางตำแหน่ง จะดันคนใน-หรือโยก ผู้พลาดหวังจากกระทรวงใหญ่ เข้าประจำการ

ไม่นับรวมข้าราชการสูงสุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ส.ตช.) ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ มีมติให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 มีอายุราชการเหลือยาวนานที่สุด จนถึงปี 2576  

ขณะที่เมื่อมีการโยก-ย้าย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลง อยู่ในระหว่างการจัดกำลังคนจากกระทรวงมหาดไทย ลงไปนั่งหัวโต๊ะแทน

ต่ออายุ-ต่อเนื่อง 2 รัฐบาล

ในห้วงที่ข้าราชการระดับข้อต่อ ที่สำคัญในการบริหาราชการแผ่นดิน ถึงคราวดำรงตำแหน่ง C-11 ครบวาระ 4 ปี ตากกฎกติกา จะได้รับการต่ออายุคราวละ 1 ปี ได้ 2 ครั้ง

ในปีนี้ จะมีข้าราชการระดับสูง ครบวาระ และได้รับการต่ออายุ 2 ราย คือ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบการต่อเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ได้รับการต่ออายุไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไปอีก 1 ปี ต่ออายุ ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570

แต่งตั้งระดับบิ๊ก แทนตำแหน่งว่าง-เกษียณ

ข้าราชการระดับ 10 และ 11 ที่อยู่ในช่วงระทึก จัดทำโผใหม่-ครั้งใหญ่ อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งการจัดการส่วนใหญ่อยู่ในมือของบ้านบุรีรัมย์ ที่คาดว่าจะมีชื่อเข้าชิงตำแหน่งเกษียณ ราว 18 ตำแหน่ง และระดับรองปลัด, อธิบดี, ผู้ว่าราชการจังหวัด 15 ตำแหน่ง และรองผู้ว่าฯ อีก 23 ตำแหน่ง

กระทรวงการคลัง แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับ C-11 แต่ระดับ C-10 นับว่าสำคัญไม่แพ้กัน รอบเดือนกันยายน 2569 มีตำแหน่งครบเกษียณอายุราชการ และมีผู้ลาออกย้ายไปสังกัดอื่น รวม 5 ตำแหน่ง  ประกอบด้วย

1.นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร

2.นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์

3.นางสาวศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน

4. นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)

5. นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ลาออกไปรับตำแหน่งผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตำแหน่งในกระทรวงนี้มีลักษณะเฉพาะ เพราะนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการ เป็น “โควต้ากลาง” ดังนั้นโผรายชือ จะหารือ-พิจารณาร่วมกับทีมตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โควต้ากลาง-อีกกระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รอบใหม่นี้นอกจากปลัดกระทรวงแล้ว มีข้าราชการระดับสูง เกษียณถึง 33 ตำแหน่ง

ระดับ C-10 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งรายชื่อให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปแล้ว 9 ตำแหน่ง อีกตำแหน่งอธิบดีกรมประมง รอลุ้นข้ามกระทรวง ภายใต้อำนาจโควต้ารัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย

ตำแหน่งที่ยังเงื้อง่าราคาแพง อยู่ในระหว่างการนำเสนอให้ ครม.พิจารณา คือปลัดกระทรวงพลังงาน และอุตสาหกรรม ที่คาดหมายกันว่า หลังจากนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดพลังงานถึงวาระเกษียณ จะมีการย้าย ดร.ณัฐพล รังสิตพล ข้ามมาจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทำงานเข้าขากับ นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ มาตั้งแต่ยุคอนุทิน 1

และตำแหน่งในกระทรวงอุตสาหกรรม ยุคนายวราวุธ ศิลปอาชา ต้องตั้งใหม่ คาดว่าจะผลักดันบุคลากรลูกหม้อในกระทรวงขึ้นเสียบแทน อาทิ นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นคู่ท้าชิง 

สว.สีน้ำเงิน ดันผู้มีอำนาจองค์กรอิสระ

ไม่เพียงข้าราชการระดับสูงที่ถึงคราวเปลี่ยนหัวใหม่ ร่วมขับเคลื่อนรัฐบาลยุคสีน้ำเงิน แต่ยังมีโครงสร้างอำนาจในฝ่ายนิติบัญญัติที่ผนึกแน่นกับวุฒิสภาเครือข่ายสีน้ำเงิน สร้างผลงาน 2 ปี (2567-2569) ลงมติกำหนดเส้นทางเข้าสู่อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ องค์กรผู้อำนวยความยุติธรรม ไปแล้วแทบทุกผังอำนาจ   

1.ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 9 ตำแหน่ง

2. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ตำแหน่ง

3. คณะกรรมการการเลือกตั้ง 4 ตำแหน่ง

4. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 4 ตำแหน่ง

5. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 5 ตำแหน่ง

6. ผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 ตำแหน่ง

7. เลขาธิการกฤษฎีกา 1 ตำแหน่ง

8. อัยการสูงสุด 1 ตำแหน่ง

แม้ปัจจุบันการเดินหน้าตรวจสอบคดี “ฮั้วเลือก สว” จะกำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น มีข้อมูลระบุถึง จำนวนผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นนักการเมือง และผู้ที่เป็นบุคลากรการเมือง มี-ไม่มีตำแหน่งทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ กว่า 427 ราย

ทั้งหมดนี้เป็นวาระ “เทพีแห่งโชค” ของยุครัฐบาลอนุทิน 2 ที่ถึงคราวได้ใช้อำนาจแต่งตั้ง เต็มไม้เต็มมือ ปักธงคนของเครือข่ายค่ายสีน้ำเงิน ไว้ในทุกผังโครงสร้างอำนาจ ยาวไปถึงรัฐบาลหน้า

คู่ขนานกับการปฏิรูประบบราชการ ที่ทำให้เกิดการวางคน-วางแผนบุคลากรในวงราชการใหม่ทั้งหมด ตามไทม์ไลน์ คาดการณ์ว่าจะใช้เวลา 8 ปี จึงจะเปลี่ยนผ่านสำเร็จ นับอายุรัฐบาล 2 สมัยพอดี

อ่านเพิ่มเติม