เลขาฯ สปสช.ขอความเป็นธรรม หลังถูก ม.44 สั่งพักงาน ไม่รู้ถูกสอบเรื่องอะไร – รมว.ยุติธรรม ยันทุกชื่อมีเอี่ยวทุจริต พร้อมปลดล็อกถ้ามีหลักฐานแย้ง

“นพ.วินัย สวัสดิวร” เลขาฯ สปสช.เปิดแถลงข่าวขอความเป็นธรรม หลังถูกหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจ ม.44 พักราชการ อ้างยังไม่รู้ถูกสอบเรื่องอะไร – “ไพบูลย์” ยันทุกชื่อมีเอี่ยวโกง พร้อมปลดล็อกใน 1-2 วัน ถ้ามีหลักฐานโต้แย้งได้

580626วินัย
นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. เปิดแถลงข่าว ภายหลังมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2558 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขาฯ สปสช. และให้ไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไร ก็ยินดีปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แต่องค์กรของเราก็ต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชน 48 ล้านคน และบริหารเงินกองทุนที่มีมูลค่านับแสนล้านบาท ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ต่อไป ต้องให้เวลากับรัฐบาลในการตรวจสอบ ที่ผ่านมา สปสช.ก็ถูกตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ (คตร.) อยู่แล้ว ทุกกลไกที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบก็เข้ามาตรวจสอบ สปสช.อยู่อย่างต่อเนื่อง ตนยังรอหนังสืออยู่ว่าถูกตรวจสอบในเรื่องอะไร และได้เรียนกับ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ไปแล้วว่า ให้ไปทำอะไรก็ได้

“พวกเราไม่ต้องไปเสียกำลังใจ ทีมงานของเรา ไม่ว่าจะรองเลขาฯ ประธานกลุ่ม ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการสำนักก็ยังทำหน้าที่อยู่ และช่วงนี้เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการทำกติกาการบริหารงบประมาณของ สปสช.ในปี 2559 ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ สปสช.ทำงานร่วมกับ สธ.เป็นอย่างดี” นพ.วินัยกล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลได้แจ้งมาว่าจะใช้เวลาตรวจสอบนานแค่ไหน นพ.วินัย กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ ต้องให้เวลารัฐบาลตรวจสอบ ที่ผ่านมา สปสช.ก็ถูกตรวจสอบเรื่องการใช้อำนาจ แต่คราวนี้ไม่รู้จริงๆ ว่ามาจากประเด็นอะไร เนื่องจากมันมีหลายแหล่งเหลือเกิน แต่ประเด็นก็จะคล้ายๆ กัน ส่วนใหญ่เริ่มจากการทักท้วงของ สตง. เมื่อปี 2554-2555 เรื่องการใช้เงินของ สปสช.

เมื่อถามว่าคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ นพ.วินัย กล่าวว่า ส่วนตัวก็รู้สึกไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ก็เลยมีความสงสัย แค่นั้นเอง

“แต่คงไม่ได้ท้ออะไร เพราะผมก็เป็นเลขาฯ สปสช.มา 7-8 ปีแล้ว แต่ช่วงๆ หลังจะรู้สึกว่าความเข้าใจระหว่าง สปสช. กับฝั่งผู้ให้บริการบางส่วน มันมีช่องว่าง โดย สปสช.ในอดีตมันจะยืนข้างประชาชน เวลามีประเด็นอะไรขึ้นมา แต่เราสนใจน้อยในการไปคุยกับผู้ให้บริการ ว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้น สิ่งที่เราทำส่วนใหญ่ก็เน้นเรื่องทำอย่างไรถึงจะประหยัด ทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนเข้าถึงการให้บริการ หลายคนก็บอกว่าในอนาคตต้องทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการ จะได้ไม่เกิดช่องว่าง”

เมื่อถามว่าการถูกพักงานจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสะดุดหรือไม่ นพ.วินัย กล่าวว่า ถึงไม่มีตนอยู่ บอร์ดก็ยังทำงานได้ เพราะตัวเลขาฯ โดยหลักคือถูกจ้างโดยบอร์ด ไม่ใช่ข้าราชการ และขณะนี้ก็มีการวางตัวผู้รักษาราชการแทนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะอุทธรณ์คำสั่งหัวหน้า คสช.หรือไม่ นพ.วินัย กล่าวว่า ยังไม่คิดถึงขั้นตอนนั้น เพราะยังไม่รู้สาเหตุ ไม่เป็นไร ถือว่าได้พักผ่อน ทั้งนี้ต้องขอดูเหตุผลจากรัฐบาลก่อน ซึ่งอาจต้องให้เวลาในการตรวจสอบ คงไม่ใช้เวลานานจนขนาดตนหมดวาระในกลางปี 2559

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีฝ่ายตรงข้ามให้ข้อมูลรัฐบาลมาเล่นงาน นพ.วินัยหัวเราะก่อนกล่าวว่า รัฐบาลคงจะมีข้อมูลหลายด้าน แต่เราไม่รู้ว่ากลไกในการเสนอเรื่องและตัดสินใจเป็นอย่างไร แต่เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ก็ต้องยอมรับ

เมื่อถามว่าแต่ในแวดวงสาธารณะเองก็มีหลายกลุ่มที่ผลประโยชน์หรือแนวคิดไม่ตรงกัน นพ.วินัย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามันไม่มีอะไรตรงกันในแง่การจัดการ แต่ สปสช.ก็บริหารโดยบอร์ด

580626วินัย2
เจ้าหน้าที่ สปสช. นำดอกกุหลาบมาให้กำลังใจ นพ.วินัย สวัสดิวร

ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลัง นพ.วินัยแถลงข่าวจบ เจ้าหน้าที่ สปสช.ก็ทยอยเดินนำดอกกุหลาบมาให้กำลังใจ โดยมีการบรรเลงเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา ขณะเดียวกันยังมีปิดไปสำนักงาน สปสช.บางชั้น แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2558

ออกแถลงการณ์ยันบริสุทธิ์ – ไม่เคยถูกตรวจสอบทุจริต

ทั้งนี้ มีการแจกจ่ายแถลงการณ์ของ นพ.วินัย ซึ่งใจความสำคัญระบุว่า “จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุของการถูกสั่งช่วยราชการครั้งนี้คืออะไร ไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบว่าเกิดจากอะไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยถูกกล่าวหาว่าทุจริต การตรวจสอบที่เกิดขึ้นเป็นการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจในการใช้อำนาจของบอร์ด สปสช. ในการกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารกองทุน เช่น การใช้อำนาจตามมาตรา 18(4) กรณีจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการ ไม่มีปัญหาการตรวจสอบการทำหน้าที่ของเลขาธิการ หลังจากได้รับหนังสือจาก ป.ป.ท.ให้ส่งข้อมูลเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่ คตร.ทำหนังสือลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ถึง รมว.สธ.ให้แก้ไขความบกพร่องในการบริหารกองทุน โดยให้เวลาดำเนินการ 1 เดือน ก็ได้ส่งผลการดำเนินการให้แก่ รมว.สธ.ได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ตนไม่ได้คัดค้านคำสั่งหัวหน้า คสช. ยินดีปฏิบัติตามที่สั่ง แต่ไม่เข้าใจว่าเป้นเพราะเหตุใด จึงต้องขอความเป็นธรรมตรงนี้”

“…ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ทำหน้าที่เลขาฯ สปสช. ผมได้ทุ่มเททำงานเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานในระดับดีเยี่ยม หรือ A ติดต่อกันทุกปี ทำให้ สปสช.ได้รับรางวัลการบริหารกองทุนหมุนเวียนดีเด่นจากกรมบัญชีกลางติต่อกันถึง 6 ปี และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาการทำหน้าที่เลขาธิการแต่อย่างใด ผมเคารพในคำสั่งโยกย้าย แต่การใช้มาตรา 44 นี้เป็นการย้ายด้วยวิธีพิเศษ ที่ควรจะเป็นไปเพราะบุคคลมีปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบ หากปล่อยไปจะเกิดความเสียหาย หรือไร้ความสามารถ แต่เมื่อไม่มีเหตุเช่นนั้น เพราะไม่ถูกกล่าวหา จึงไม่ทราบว่ามีสาเหตุจากอะไร จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรม” แถลงการณ์ของ นพ.วินัย ระบุ

“ไพบูลย์” ชี้ทุกรายชื่อเอี่ยวโกง พร้อมคืนความเป็นธรรมเลขาฯ สปสช.ถ้ามีหลักฐานโต้แย้ง

วันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงกรณีหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งโยกย้ายหรือพักงานข้าราชการและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 71 รายชื่อ โดยยืนยันว่า รายชื่อทั้งหมดมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับทุจริต ซึ่งผ่านการตรวจสอบแล้วจึงได้เสนอรายชื่อให้นายกฯ พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่เคยระบุว่าใครเป็นผิดหรือถูกเนื่องจากเป็นหน้าที่ของศาล เพราะเข้าใจถึงสภาพสังคมและครอบครัวของตัวบุคคลที่ไม่ต้องการให้มีผลกระทบ และตนก็เคยไม่ออกมาพูดล่วงหน้าถึงชื่อผู้เกี่ยวข้อง

กรณีที่ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาฯ สปสช. เปิดแถลงข่าวขอความเป็นธรรม หลังถูกคำสั่งโยกย้าย พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่า ผู้มีรายชื่อโยกย้ายรายใดที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมต้องการจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์สามารถทำได้ ขอให้ยื่นหนังสือร้องเรียนมาที่ตน ซึ่งการพิสูจน์ความบริสุทธิ์สามารถทำได้ทั้งการนำข้อมูลมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผย หรือนำข้อมูลมาพบเจ้าหน้าที่แล้วปิดห้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์

“หากชี้แจงได้ชัดว่าไม่เกี่ยวข้องก็มีขั้นตอนการคืนความเป็นธรรมได้ภายใน 1-2 วัน” รัฐมนตรีว่าการ ยธ.กล่าว