ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: ยกเลิกกฎอัยการศึก – ใช้ ม. 44 แทน ต่างชาติชี้ไม่เข้าใกล้ ปชต. และไม่น่าเชื่อถือ / สรุป ” ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 7″ ได้ฉาย เปิดตัว 3 วันแรกอาจพุ่ง 200 ล้านบาท

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 29 มีนาคม – 4 เมษายน 2558

  • ยกเลิกกฎอัยการศึก ใช้ ม. 44 แทน ต่างชาติชี้ไม่เข้าใกล้ประชาธิปไตยและไม่น่าเชื่อถือ
  • สรุป “ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 7” ได้ฉาย เปิดตัว 3 วันแรกอาจพุ่ง 200 ล้านบาท
  • เครื่องบินเหมาลำไม่ได้มาตรฐาน ICAO หวิดอดเข้าญี่ปุ่น
  • รวบพ่อเลี้ยงโหด ซ้อมลูก 2 ขวบ ตายคามือ
  • รองปลัดยุติธรรมตรวจพบโบนันซ่ารุกล้ำป่าสงวน สั่งรื้อทั้งหมด

ยกเลิกกฎอัยการศึก ใช้ ม. 44 แทน ต่างชาติชี้ไม่เข้าใกล้ประชาธิปไตยและไม่น่าเชื่อถือ

Screen Shot 2558-04-04 at 3.00.05 AM

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึก มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เลิกใช้กฎอัยการศึกตามประกาศทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศกองทัพบก ฉบับที่ 1/2557 ลงวันที่ 20 พ.ค. 2557 และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557

ในวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ โดยระบุว่าเนื่องจากมีการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรแล้ว สมควรมีมาตรการในการดําเนินการกับการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ การฝ่าฝืนประกาศหรือคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน ซึ่งคุกคามความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

ดังนั้น หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงเห็นเป็นการจําเป็นเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทําดังกล่าวให้ลดน้อยหรือหมดสิ้นลงโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุจริตชนและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ซึ่งให้ข้าราชการทหารที่มียศต่ำกว่า ชั้นร้อยตรี เรือตรี หรือเรืออากาศตรี ลงมา ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามคําสั่งต่างๆ เช่น ออกคําสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันและปราบปรามการกระทําอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความมั่นคงของรัฐ กฎหมายว่าด้วยอาวุธ ฝืนคำสั่ง คสช. ฯลฯ ให้เกิดผลโดยเร็ว โดยให้ถือเป็นพนักงานสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีประกาศนี้ออกไป เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา สหภาพยุโรปหรืออียูแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกของไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลา 10 เดือนหลังการรัฐประหารของกองทัพตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซึ่งนำโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น แต่กลับแทนที่ด้วยกฎหมายซึ่งเป็นประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

โฆษกของนางเฟเดริกา โมเกรินี หัวหน้านโยบายต่างประเทศ อียู แถลงว่า นางเฟเดริกา โมเกรินี กล่าวในแถลงการณ์ว่า อียูขอเรียกร้องอีกครั้งให้ยกเลิกกฎอัยการศึกและรื้อฟื้นกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย การยกเลิกกฎอัยการศึกและนำคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 3/2558 มาใช้ไม่ได้ทำให้ไทยเข้าใกล้ความเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยและน่าเชื่อถือเลย

สรุป “ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 7” ได้ฉาย เปิดตัว 3 วันแรกอาจพุ่ง 200 ล้านบาท

Screen Shot 2558-04-04 at 3.35.30 AM
ภาพบรรยากาศผู้คนต่อแถวซื้อตั๋ว “ฟาสต์แอนด์ฟิวเรียส 7” วันแรก ที่มาภาพ: http://movie.kapook.com/view116099.html

จากกระแสข่าวดัง เสี่ยเจียงฟ้อง “จา พนม” บอกต้องทำตามสิทธิ์ คนไทยโวยอดดู Fast & Furious 7 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แฟนหนังลุ้นกันตัวโก่งว่า 1 เมษายน จะได้ฉายตามกำหนดหรือไม่ และข้อยุติของกรณีพิพาทนี้จะจบลงอย่างไร โดยเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกการสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ Fast & Furious 7 ที่สั่งเมื่อ 26 มีนาคม 2558 ก่อนวันกำหนดฉายเดิมเพียง 2 วันเท่านั้น

ภายหลังมีข่าวคำสั่งศาลนี้ออกไป เว็บไซต์กะปุกรายงานสถานการณ์การเข้าฉายวันแรกว่า คนแน่นโรงหนังและเว็บไซต์สำหรับจองตั๋วล่ม ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กของ United International Pictures Thailand หรือ ยูไอพี โพสต์ว่า “Fast & Furious 7 ทุบสถิติ!!! ทำรายได้เปิดตัวสูงตลอดกาล (วันธรรมดา) เหยียบมิดไมล์มุ่งสู่ 200 ล้านบาท”

ทั้งนี้ เว็บไซต์ผู้จัดการ รายงานว่า ในการเข้าฉายเฉพาะกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หนังเรื่องนี้สามารถทำรายได้ไปถึง 42 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาหนังต่างประเทศที่ทำรายได้ในการเปิดตัวสูงสุดก็คือภาพยนตร์เรื่อง Iron Man 3 ที่เก็บรายได้ในการเข้าฉาย 3 วันแรกที่ 92.7 ล้านบาท ซึ่งดูจากตัวเลขแล้วเป็นไปได้ว่า Fast & Furious 7 มีโอกาสจะทุบสถิติดังกล่างลงอย่างแน่นอน

เครื่องบินเหมาลำไม่ได้มาตรฐาน ICAO หวิดอดเข้าญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานข่าวสะเทือนวงการท่องเที่ยวของไทยว่า เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว รุดเข้าชี้แจงทางการญี่ปุ่น กรณีห้ามสายการบินของไทยหลายแห่ง เพิ่มเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำเข้าประเทศ

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีประเทศญี่ปุ่นห้ามเพิ่มเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำจากไทยเข้าประเทศ เนื่องจากได้รับรายงานขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ระบุ สายการบินของไทยหลายแห่งปฏิบัติไม่ได้มาตรฐานของไอซีเอโอ กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เข้าชี้แจงกับทางการญี่ปุ่นแล้ว ทั้งนี้ เชื่อว่าในระหว่างที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีศพนายลี กวน ยู ที่ประเทศสิงคโปร์ จะมีโอกาสหารือกับตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วย

ล่าสุด เว็บไซต์ครอบครัวข่าวรายงานความคืบหน้าว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุการลงนาม MOU ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เพื่อให้เครื่องบินเช่าเหมาลำของไทย สามารถบินเข้าไปในญี่ปุ่นได้แล้ว เริ่ม 11 เมษายนนี้ พร้อมตรวจเข้มเที่ยวบินของไทยลงญี่ปุ่นทุกเที่ยวทุกลำ จนกว่าไทยจะส่งแผนปลดล็อกมาตรฐานการบินได้สิ้นเดือนพฤษภาคม

รวบพ่อเลี้ยงโหด ซ้อมลูก 2 ขวบ ตายคามือ

fil
ที่มาภาพ: http://goo.gl/XeQepD

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2558 หลังจากชาวเน็ตบนโลกออนไลน์ ได้ช่วยกันแชร์คลิปประณามการกระทำสุดป่าเถื่อน ของพ่อเลี้ยงรายหนึ่งที่ทำร้ายลูกเลี้ยงอย่างทารุณ ซึ่งเพจเฟซบุ๊ก Show Clip ได้โพสต์คลิปดังกล่าว เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณบันไดของอาคารแห่งหนึ่ง โดยจากคลิปเผยให้เห็นพฤติกรรมสุดเถื่อนของพ่อเลี้ยงรายนี้ ที่กำลังทุบตีลูกเลี้ยงซึ่งเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ อย่างทารุณ ทั้งนี้ แม้จะมีคนผ่านมาเห็นเหตุการณ์ แต่กลับยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่เข้าช่วยเหลือเด็ก จนกระทั่งล่าสุดมีรายงานระบุว่า เด็กในคลิปได้เสียชีวิตลงแล้ว

ทั้งนี้ หลังโพสต์ดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปนั้น ก็ทำให้ชาวเน็ตที่ได้ชมคลิปต่างเข้ามาร่วมกันรุมประณามพ่อเลี้ยงรายนี้ พร้อมทั้งเตือนว่าหากหญิงที่มีลูกแล้วคิดจะมีสามีใหม่ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า “เหตุใดกลับยืนนิ่งเฉยไม่เข้าช่วยเหลือเด็กที่โดนทำร้าย” โดยชาวเน็ตได้เสนอแนะให้แจ้งความต่อตำรวจ เพื่อจับตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดี ขณะที่บางคนยังหวังว่าน่าจะมีการปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่ ให้กำหนดบทลงโทษที่หนักขึ้นแก่ผู้ที่ทารุณกรรมเด็กด้วย เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ชวนหดหู่มาก เป็นการทำร้ายเด็กที่ไร้เดียงสา และเป็นผู้ที่ไม่มีทางต่อสู้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว โดยชาวเน็ตบางรายชี้ว่า หลังจากที่พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยงจนเสียชีวิตแล้ว แทนที่แม่เด็กจะแจ้งความหรือปกป้องลูก แต่เธอกลับพากันหนีไปกับพ่อเลี้ยงรายนี้แทนด้วย

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับและเร่งล่าตัวพ่อเลี้ยงโหดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ล่าสุด พ.ต.อ. ชนะชัย อุตสาหกิจ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมพ่อเลี้ยงโหดรายนี้แล้ว โดยจากการสอบสวน ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือทำร้ายเด็กจริง เนื่องจากโมโหที่เด็กร้องไห้เสียงดัง ประกอบกับดื่มสุรามาด้วยเล็กน้อย ซึ่งอ้างว่าลงมือทำร้ายเด็กเป็นครั้งแรก แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนแม่ของเด็กถูกจับกุม เนื่องจากก่อนหน้านี้ให้การเท็จว่าเด็กเสียชีวิตเนื่องจากพลัดตกบันไดเอง จากนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาคู่นี้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองปลัดยุติธรรมตรวจพบโบนันซ่ารุกล้ำป่าสงวน สั่งรื้อทั้งหมด

patamon1
น.ส.พัทธมน เตชะณรงค์ บุตรสาวของนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ เจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า รายงานว่า พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.อ. สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ได้ลงพื้นที่ “โบนันซ่า เขาใหญ่” ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบว่ามีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเสียดอ้า-ป่าเขานกยูง-ป่าเขาอ่างหิน หรือไม่

พ.ต.อ. ดุษฎีกล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้นพบว่า โบนันซ่า เขาใหญ่ อาจรุกล้ำไปทำประโยชน์ในพื้นที่เกินกว่าที่ระบุไว้ในเอกสารสิทธิ์ โดยเฉพาะบริเวณสนามแข่งรถ ซึ่งมีเนื้อที่รวมกว่า 150 ไร่ แต่มีเอกสารสิทธิ์เป็น น.ส.3 ก. มีเนื้อที่เพียง 47 ไร่ ที่เหลือเป็นเขตป่าสงวนและที่ดินของ ส.ป.ก. ขณะที่สนามกอล์ฟอาจสร้างทับลำรางสาธารณะ อย่างไรก็ตาม จะเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองได้นำหลักฐานเข้าชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่

คณะทำงานและสื่อมวลชนได้เดินทางไปที่โบนันซ่า เขาใหญ่ เพื่อตรวจสอบพื้นที่เปรียบเทียบกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเรียกผู้จัดการของโบนันซ่า เขาใหญ่ ได้แก่ นายนิธิศเชษฐ์ สุทธิเจริญกุล ผู้ดูแลสนามแข่งรถของโบนันซ่า เขาใหญ่ และ น.ส.พัทธมน เตชะณรงค์ บุตรสาวของนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ เจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่ ให้นำเอกสารการครอบครองที่ดินที่มีอยู่มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พร้อมกับชี้แนวเขต ซึ่งทั้ง 2 คนอ้างว่าเอกสารฉบับจริงอยู่ที่สำนักงานในกรุงเทพมหานคร ส่วนที่มีอยู่ก็เป็นเพียงแผนผังเท่านั้น แต่ยืนยันว่าการขอเอกสารสิทธิ์และการขออนุญาตก่อสร้างเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจวัดจีพีเอสมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางอากาศ ก็พบว่าบริเวณบ้านพักของสนามแข่งรถ น่าจะอยู่ในเขตป่าสงวน ป่าเขาเสียดอ้า เช่นเดียวกับที่ดินอีก 3-4 จุด รอบสนามแข่งรถที่อาจรุกล้ำป่าสงวน

ภายหลังมีการนำตัวผู้แทนของโบนันซ่าเขาใหญ่ คือ นายนิธิศเชษฐ์ มาทำสำนวน ก่อนส่งแจ้งความดำเนินคดี ฐานกระทำผิดข้อหาบุกรุกแผ้วถางก่นสร้างครอบครองป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยนายคเชนทร์ ใยสุ่น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ระบุว่า หากพื้นที่ใดในโบนันซ่า เขาใหญ่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็จะสั่งให้รื้อถอนต่อไป