ปปง. ถอนอายัดทรัพย์คดีโกง VAT 100 ล้าน หลังผู้ต้องหานำหลักฐานยันได้มาโดยสุจริต อธิบดีสรรพากรโอด “2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว”

นอกจากคดีอดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยักยอกเงินสมาชิก 16,000 ล้านบาทแล้ว คดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็เป็นอีกคดีหนึ่งที่สื่อมวลชนให้ความสนใจนำเสนอเป็นข่าวใหญ่เมื่อปี 2556 หลังจากที่มีหนังสือร้องเรียนส่งถึงรัฐมนตรี, ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่สรรพากรสังกัดภาค 3, สรรพากรพื้นที่ 22 และอีกหลายพื้นที่ คืน VAT เป็นเท็จให้กับกลุ่มผู้ส่งออกเศษเหล็กกว่า 30 บริษัท ทำให้ปลัดกระทรวงการคลังต้องออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าเรื่องนี้มีมูลความผิดจริงตามข้อร้องเรียน และพบข้าราชการกรมสรรพากรเข้าไปพัวพันกับขบวนการโกง VAT ประมาณ 18 คน คืน VAT ให้กลุ่มบริษัทส่งออกเทียมคิดเป็นมูลค่า 4,100 ล้านบาท

หลังจากที่ผลการสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูลความผิดจริง กระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเด้งอธิบดีสรรพากรมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 และส่งสำนวนการสอบสวนส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขยายผลการสอบสวน และหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการปล้นเงินจากคลังหลวงมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน
พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน

จากนั้น เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ประกอบด้วย 1. บ้านพักย่านแจ้งวัฒนะ ซอย 10 2. บ้านพักในหมู่บ้านแกรนด์บางกอกบูเลอวาร์ด นนทบุรี 3. ห้องชุดเกรสไอวอรี่ สาทร และ 4. โรงแรมเดอะฮิลล์ ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ น.ส.พัชรี ศิริโชติ ผู้ต้องหาคดีนี้ และยึดอายัดทรัพย์สิน น.ส.พัชรี 62 รายการ รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท อาทิ ห้องชุด ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บัญชีเงินฝาก และหน่วยลงทุนในหลักทรัพย์จัดการกองทุน เป็นต้น

ต่อมา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2557 ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้ง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน พร้อมกับมีมติอายัดทรัพย์สินนายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ (ชื่อเดิมนายศุภกิจ ริยะการ) อดีตสรรพากรพื้นที่ 22 และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว รวมเป็นมูลค่า 48 ล้านบาท เนื่องจากนายสิริพงศ์และผู้ที่เกี่ยวข้องร่ำรวยผิดปกติ และมีพฤติการณ์โอนย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน

ล่าสุด สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ได้สอบถามความคืบหน้าของคดีโกง VAT กับ พ.ต.อ. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. พบว่า ขณะนี้ทาง ปปง. ถอนอายัดทรัพย์สินบางส่วนของผู้ต้องหาคดีโกง VAT แล้วประมาณ 100 ล้านบาท หลังจากผู้ต้องหานำพยานหลักฐานมาแสดงกับ ปปง. ยืนยันได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยสุจริต ทำให้ ปปง. ต้องคืนทรัพย์สินบางส่วนให้ผู้ต้องหา

“คดีนี้ไม่ใช่คดีเดียวที่ ปปง. สั่งถอนอายัดทรัพย์สิน ที่ผ่านมามีหลายคดีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเอาไว้ก่อนในเบื้องต้น ต่อมาหากตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้วปรากฏว่าทรัพย์นั้นไม่มีความสัมพันธ์กับการกระทำความผิด ผู้ต้องหานำหลักฐานมายืนยันต่อ ปปง. ได้ กรณีนี้ ปปง. ก็ต้องคืนทรัพย์สินบางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้ผู้ต้องหา” พ.ต.อ. สีหนาทกล่าว

พ.ต.อ. สีหนาทกล่าวต่อว่า การดำเนินคดีโกง VAT มูลค่า 4,000 ล้านบาท มี 2 กรณี คือ กรณีแรก เป็นทรัพย์สินที่ยึดอายัดมาในช่วงแรกมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ปปง. ได้ส่งเรื่องให้ศาลสั่งยึดทรัพย์สินที่ฉ้อโกงตกเป็นของแผ่นดิน และกรณีที่ 2 เป็นทรัพย์สินที่ถูกอายัดเพิ่มเติม และมีทรัพย์สินบางส่วนที่ผู้ต้องหานำหลักฐานมายืนยันได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจ ปปง. จึงสั่งถอนอายัดทรัพย์สินส่วนนี้

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินขบวนการโกง VAT มูลค่า 4,000 ล้านบาท ปปง. จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ พ.ต.อ. สีหนาทกล่าวว่า ปปง. กำลังตรวจสอบอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้กระทำผิดได้จนกว่าคณะกรรมการธุรกรรมจะมีคำสั่งยึดทรัพย์ เพราะถ้าเปิดเผยชื่อออกมาก่อนจะทำให้ผู้กระทำความผิดรู้ตัวและเคลื่อนย้ายทรัพย์ ยืนยันว่ายังดำเนินการอยู่ ไม่ได้หยุด อย่างเช่น คดีธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ผ่านมา 30 ปี ปปง. ก็ยังดำเนินการ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2558 คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด มหาชน กับพวก เพิ่มเติมอีก 207 ล้านบาท

ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ให้สัมภาษณ์ว่า “คดี VAT มูลค่า 4,100 ล้านบาท เป็นคดีใหญ่เมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงขณะนี้กรมสรรพากรยังไม่ได้รับเงินภาษีกลับคืนมาแม้แต่บาทเดียว เพราะกลุ่มผู้กระทำผิดรู้ตัว หลบหนี และถ่ายเททรัพย์สินไปจนเกือบหมดแล้ว ในอนาคต หากกรมสรรพากรมีอำนาจในการสอบสวนและอายัดบัญชีได้ น่าจะช่วยปิดช่องโหว่ตามเงินภาษีที่ถูกโกงไปกลับมาได้เร็วขึ้น ทำให้รัฐเสียหายน้อยลง”