ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์:นายกฯ ขอสื่องดเสนอคำด้านลบ/ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ และ ตร. ไทยรวบตัวผู้ก่อตั้งไพเรทเบย์! หลังหลบหนีกว่า 5 ปี

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-8 พฤศจิกายน 2557

  • ดราม่าทอมดี้นัวเนียบนบีทีเอส -ผิดไม่ผิดแจ้งเจ้าหน้าที่เชิญออกได้
  • ตร. ไทยรวบตัวผู้ก่อตั้งไพเรทเบย์! หลังหลบหนีกว่า 5 ปี
  • นายกฯ ขอสื่องดเสนอคำด้านลบ/ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์
  • เทศกาลลอยกระทงบาดเจ็บ 503 ดับ 1
  • ปล่อยโคมลอยสุดโรแมนติก -หากผิดที่ทางอาจถูกโทษประหาร!

ดราม่าทอมดี้นัวเนียบนบีทีเอส -ผิดไม่ผิดแจ้งเจ้าหน้าที่เชิญออกได้

news09-1
ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/1693621

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์สนุก รายงานว่า โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังกล่าวถึงคลิปวิดีโอการโต้เถียงกันของผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าบีทีเอสเนื่องจากไม่พอใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะของหญิงสาวลักษณะคล้ายทอมบอยที่ยืนกอดจูบกับแฟนสาวกลางขบวนรถไฟฟ้า

ตามรายงานระบุว่า คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 2 นาที ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ M-Meor Gotiiux ได้โพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก แสดงให้เห็นภาพของผู้โดยสารหญิงสาวคนหนึ่งกำลังโต้เถียงกับหญิงสาวอีกคนที่มีลักษณะคล้ายทอมบอย ผู้โดยสารหญิงรู้สึกว่าพฤติกรรมการกอดจูบนัวเนียกันระหว่างหญิงสาวคล้ายทอมบอยกับแฟนสาวบนขบวนรถไฟฟ้าเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลก็ตาม แต่ให้เหตุผลว่ารถไฟฟ้าเป็นที่สาธารณะ

จนกระทั่งช่วงท้ายคลิปวิดีโอ เหตุการณ์ดูเริ่มจะบานปลาย เมื่อมีสาวประเภทสองที่โดยสารอยู่บนรถไฟฟ้าขบวนดังกล่าวด้วยเริ่มออกปากพูดปกป้องหญิงสาวที่ออกโรงโต้เถียงตั้งแต่แรก แม้ว่าหญิงสาวคล้ายทอมบอยจะพยายามอธิบายว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลง เหมือนจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน แต่ฝ่ายสาวประเภทสองพูดว่า “ถ้าต่อย..ก็ตบอะ มาสิ!” ทำให้แฟนสาวต้องพาสาวคล้ายทอมบอยลงจากขบวนรถทันทีที่รถไฟฟ้าจอดที่สถานีถัดไป

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บ้างก็เห็นว่าพฤติกรรมกอดจูบนัวเนียกันในที่สาธารณะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมเมืองไทย แต่บางส่วนก็มองว่า ควรจะพูดตักเตือนกันดีๆ และไม่รุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นจนเกินไป

ด้านายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการและผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ชี้แจงผ่านทางทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ถึงกรณีดังกล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าโดยสารของ BTS ทุกท่าน หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้หรือพฤติกรรมอื่น ขอความกรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที โดยผู้โดยสารสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ในชานชาลา นายสถานี และที่สายด่วน 02-617-6000 โดยระบุรายละเอียดขบวนรถว่า กำลังวิ่งจากที่ไหนไปยังที่ไหน ขบวนที่เท่าไร ซึ่งมีเลขแจ้งอยู่ที่ประตู จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งไปยังสถานีต่อไป ให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องเข้าไปเจรจาพูดคุย ขอร้องให้ผู้ก่อเหตุหยุดพฤติกรรมดังกล่าว หากยังไม่ให้ความร่วมมือทาง BTS จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวลงจากสถานีรถไฟฟ้าทันที

“ส่วนตัวผมมองว่าการแสดงออกในลักษณะแบบนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารที่พบเห็นช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ในทันที อย่าไปตำหนิเอง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและการทำร้ายร่างกาย หลังจากนี้จะขอดูเหตุการณ์อีกสักระยะหนึ่ง หากยังมีผู้โดยสารแสดงพฤติกรรมในทำนองนี้อีก ทางบริษัทฯ อาจจำเป็นต้องออกมาตรการมาป้องกัน” นายสุรพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด นักพูด นักบรรยาย และพิธีกรชื่อดัง กล่าวว่า ตนเห็นคลิปดังกล่าวแล้วบอกตรงๆ ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เราเป็นคนไทยมีขนบธรรมเนียมที่ดีงาม ก็ควรรักษาไว้ หากเป็นผู้ชายกับผู้หญิงเรายังว่าไม่สมควร นี่ยิ่งเป็นทอมกับดี้อีก มองแล้วหนักกว่าผู้หญิงและผู้ชายด้วยซ้ำไป ภาพที่ออกมาทำให้สังคมรับไม่ได้ ส่วนที่ทอมเถียงว่า พ่อแม่ตัวเองไม่เคยต่อว่า นั่นคือเป็นการทำลายตัวเอง เนื่องจากคนจะมองว่าพ่อแม่ไม่ได้สั่งไม่ได้สอน ก็คงฝากเตือนเยาวชนไทยในปัจจุบัน หากจะทำอะไรต้องอยู่ในความเหมาะสม และถูกกาลเทศะ จะมาอ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัวไม่ได้เสมอไป

ตร. ไทยรวบตัวผู้ก่อตั้งไพเรทเบย์! หลังหลบหนีกว่า 5 ปี

bbc
ที่มาภาพ: รอยเตอร์ส

เมื่อ พ.ย. เฟซบุ๊กสำนักข่าวบีบีซีไทยรายงานว่า ตำรวจไทยรวบตัวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ไพเรทเบย์ เว็บไซต์ดาวน์โหลดภาพยนตร์และเกมโดยผิดกฎหมาย ได้ที่จังหวัดหนองคาย นายฮาน เฟรดริก เลนนาร์ด เนย์ วัย 36 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงแฮคเกอร์ ว่า TiAMO เป็นบุคคลที่ตำรวจสากลออกหมายจับ หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2552 ฐานช่วยเหลือให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเว็บไซต์ ไพเรทเบย์เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการลิงค์เชื่อมโยงให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ และเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าใช้มากที่สุดในโลก เมื่อห้าปีที่แล้วศาลในสวีเดนตัดสินจำคุกนายเนย์กับพรรคพวกอีกสามคนเป็นเวลาหนึ่งปี และสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 3.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เขาหลบหนีออกจากสวีเดน ระหว่างที่ได้รับการประกันตัว ตำรวจไทยบอกว่าเขาอาศัยอยู่ในประเทศลาวมาตั้งแต่ปี 2555 และเดินทางมาไทยเกือบ 30 ครั้ง โดยมีบ้านพักอยู่ที่ภูเก็ตด้วย

ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ไพเรทเบย์อีกคนหนึ่ง คือนายกอตต์ฟริด วาร์ก ถูกจับที่กัมพูชาเมื่อสองปีที่แล้ว และถูกส่งตัวกลับไปสวีเดน เพื่อรับโทษจากการกระทำความผิดเดียวกัน และถูกดำเนินคดีที่เดนมาร์กด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลเดนมาร์กตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ฐานเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ และดาวน์โหลดไฟล์ของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ CSC โดยผิดกฎหมาย

นายกฯ ขอสื่องดเสนอคำด้านลบ/ภาพทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

news_img_615024_1
ที่มาภาพ: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1415090194

เมื่อ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงาน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ที่ผ่านมายังมีภาพการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มที่สนับสนุนยังมีการเคลื่อนไหว โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า

“สื่อก็อย่าไปเสนอข่าวซิ ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็อย่าเสนอภาพคนที่ผิดกฎหมาย ก็จบแล้ว แล้วเสนอกันทำไมวันนี้ก็อยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนว่าอะไรที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็อย่าเพิ่งนำเสนอ และจะเห็นได้ว่าผมไม่ได้ไปห้ามปรามใคร เพราะยังไม่มีการตัดสินอย่างชัดเจน แต่ถ้ามันมีคดีความอยู่แล้วก็ขอให้สื่อช่วยลดการนำเสนอลงหน่อยได้มั้ย เพราะเมื่อมีการนำเสนอขึ้นมาอย่างนี้มันก็มีคนมาเปรียบเทียบอย่างนั้นอย่างนี้ ว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไร ถ้าช่วยกันไม่เสนอข่าวก็เบาลง”

พล.อ. ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในสังคมออนไลน์ที่มีการเสนอก็ปล่อยไป หนังสือพิมพ์ก็เป็นส่วนหนังสือพิมพ์ แต่ในสังคมออนไลน์ก็มีการติดตามอยู่ ซึ่งบางคนก็เขียนไม่ดีนัก ถ้าเขียนในทางสร้างสรรค์ก็ไม่ได้มีการปิดกั้น อะไรที่รับได้ก็รับได้ แต่ที่เขียนเสียหายมันไม่ได้ อย่างน้อยก็เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคน มันไม่ได้ ก็ขอร้องกัน ซึ่งทุกประเทศเขาก็มีมาตรการทั้งหมด มีแต่ของเราที่ยังคุมกันไม่ได้ ทุกคนต่างก็เป็นเสรีภาพของสื่อ เสรีภาพของประชาชน แต่ถ้าเสรีภาพเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้งหรือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่นก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะฉะนั้น อย่าต้องให้ใช้กฎหมายทุกอันเลย อย่าให้ต้องใช้กฎหมายหรืออำนาจหรือกำลังกันเลย วันนี้ขอให้พูดจากันและหาทางออกให้ได้ก่อนดีกว่า ว่าทำอย่างไรจะทำให้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นมาอีกวนไปวนมาไม่รู้จบ ประเทศไทยก็จะถอยหลังลงเรื่อยๆ แล้วจะอยู่อย่างไร เพราะเศรษฐกิจของโลกเกิดการชะลอตัว แต่ของเรามีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายและไตรมาสแรกของปี 2558 ดังนั้นต้องให้เวลาในการแก้ไขปัญหาเพราะบางอย่างไม่ได้แก้ได้ในวันเดียว อย่างปัญหาเศรษฐกิจก็เกิดก่อนที่ตนจะเข้ามา รัฐบาลก็พยายามจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

เมื่อถามความเห็นถึงกรณีที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังแห่งสำนักสุขิโต เจ้าของฉายา โหร คมช. ระบุว่ารัฐบาลจะมีอายุ 2-3 ปี พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ให้กลับไปถามโหรวารินทร์ดู ตนไม่รู้

“วันนี้ประเทศมีปัญหามากก็ต้องขอเวลาและขอโอกาส อยากให้ทุกคนช่วยกัน แต่ถ้ายังมามัวตีกันอีกผมก็คงไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น เรื่องข้างหน้าก็เดินต่อไปไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าใครจะอยู่ซ้ายหรืออยู่ขวาก็อยากให้มาคุยกันหรือเข้าสู่กระบวนการเพื่อหาข้อยุติ และผมคิดว่าปัญหาและการเดินหน้าประเทศอยู่ที่พวกเราทุกคน และอยากขอร้องสื่อด้วยว่า วันนี้ผมพยายามอย่างเต็มที่และพูดกับพวกเราอย่างใจเย็นที่สุด เพราะผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นคนที่ข้อนข้างที่โมโหเร็ว วันนี้ก็เย็นลงไปเยอะแล้ว เพราะผมมองประเทศชาติเป็นหลัก ก็ขอให้เห็นใจผมหน่อย และเห็นใจประเทศไทยและคนไทยด้วย อย่าซ้ำเติมกันอีกเลย

ประเทศไทยถอยหลังมามากแล้ว วันนี้ต้องเดินไปข้างหน้า ขอบคุณแรงใจและการสนับสนุนจากทุกคน ซึ่งมีทั้งสนับสนุนมาก สนับสนุนน้อย ใครยังสนับสนุนน้อยอยู่ ก็ให้เข้าใจเราก็น่าจะดีขึ้น ถ้าใครไม่สนับสนุนเลย ก็ขอให้ฟังเราบ้างนิดหน่อยก็ยังดี ถ้าไม่ฟังเลยเอาแต่ความเกลียดชัง เอาผลประโยชน์ขึ้นมาก็จะมีปัญหาตลอด คนไทยมีปัญหาเรื่องเดียว หวังดีทุกคน เก่งทุกคน แต่คุยกันไม่ค่อยได้ นี่ละคือปัญหา ที่ผ่านมาต้องขอบคุณในคำตักเตือนและข้อแนะนำ และผมก็คงไม่ได้เปลี่ยนบุคลิกเพราะมีหลายบุคลิกอยู่แล้ว” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ต่อมา 4 พ.ย. เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ยังได้สั่งกำชับสื่อสิ่งพิมพ์อีกว่าอย่าใช้คำว่า “โว-ฟุ้ง-ปัด” เสนอด้านลบการทำงานรัฐบาล โดย พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่าง คสช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการทำงานของสื่อมวลชน โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงประเด็นการทำงานของสื่อ โดยให้ติดตามข่าวสารที่สื่อนำเสนอทั้งส่วนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และส่วนที่กระทบพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับ ที่ยังคงเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทั้งที่ได้มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานชี้แจงไปแล้ว

พล.ต. สรรเสริญกล่าวเพิ่มเติมว่า นายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่าให้ สปช. ทำงานติดตามการปฏิรูปสื่อในอนาคตด้วย พร้อมทั้งวิงวอนให้สื่อมีความเข้มแข็ง สร้างความน่าเชื่อถือให้องค์กรตน โดยนายกฯ ได้ยกตัวอย่างคำบางคำในเชิงลบ ที่ใช้ในการนำเสนอข่าวนายกฯ และ รมว.กระทรวงต่างๆ ที่ชี้แจงเกี่ยวกับงานที่ตนทำ เช่น โว, ฟุ้ง และ ปัด ซึ่งคำเหล่านี้เป็นคำเชิงลบ ไม่สร้างสรรค์ จึงไม่ควรใช้

เทศกาลลอยกระทงบาดเจ็บ 503 ดับ 1

574660-01
ที่มาภาพ: http://news.sanook.com/1688321

เมื่อ 7 พ.ย. หลังคืนลอยกระทงไทยรัฐออนไลน์รายงาน ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน (กรุงเทพมหานคร) หรือศูนย์เอราวัณ รายงานสถิติการให้บริการผู้เจ็บป่วยในสถานที่จัดงานลอยกระทง ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ 508 ราย เสียชีวิต 1 ศพ

โดยมีการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเล็กน้อยจำนวน 176 ราย เช่น เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ มีบาดแผล เช่น ประทัดโดนมือ ถูกดอกไม้ไฟ จำนวน 29 ราย และเสียชีวิตจำนวน 1 ศพ (สะพานพระราม 8) และให้บริการทางการแพทย์อื่นๆ เช่น วัดความดัน จำนวน 302 ราย รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์ลอยกระทงมีทั้งสิ้น 508 ราย

ปล่อยโคมลอยสุดโรแมนติก -หากผิดที่ทางอาจถูกโทษประหาร!

บรรยากาศการลอยกระทงปร
ที่มาภาพ: http://www.posttoday.com/326901

ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่อาคารสำนักงาน AOB ชั้น 5 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 นายประพนธ์ ปัทมกิจสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนายทินกร ชูวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อชี้แจงการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุที่อาจเกิดกับอากาศยาน และขอความร่วมมือให้ชุมชนโดยรอบงดปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง หรือจุดดอกไม้ไฟ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ภายในเขตพื้นที่ปลอดภัยในการเดินอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอันตรายต่ออากาศยาน

นายประพนธ์เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินงานในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นั้น ได้เร่งดำเนินการโดยการจัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ภัยอันตรายที่มีต่อการเดินอากาศจากการปล่อยโคมลอย รวมไปถึงลูกโป่งสวรรค์ การจุดพลุ การยิงลำแสงเลเซอร์ฯลฯ ให้เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ของ ทสภ. นำไปเผยแพร่ให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ โดยรอบ ทสภ. อาทิ ชุมชนร่วมใจพัฒนา ชุมชนประชาร่วมใจ หมู่ 3 ตำบลบางโฉลง เทศบาลตำบลบางพลี เป็นต้น มีหนังสือไปยังกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขอความร่วมมือให้แจ้งประชาชน งดการปล่อยโคมลอยหรือลูกโป่ง จุดประทัด บั้งไฟหรือการฉายลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเทศกาลลอยกระทงภายในเขตพื้นที่ความปลอดภัยในการเดินอากาศด้วย

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ติดตาม เฝ้าระวัง ตรวจสอบการปล่อยโคมลอยลูกโป่งในช่วงเทศกาลลอยกระทงโดยเฉพาะ หากพบซากโคมลอยหรือลูกโป่งลอยเข้ามาตกในเขตพื้นที่การบิน ทสภ. จะดำเนินการเร่งเก็บกู้ซากดังกล่าวโดยทันที เพื่อไม่ให้กลายเป็นวัตถุแปลกปลอมในเขตการบิน ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่ออากาศยาน ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722

ด้าน พล.ต.ต. อำนวยกล่าวว่า การจุดพลุการเล่นดอกไม้ไฟนั้นในเทศกาลลอยกระทงเป็นการสร้างความเดือดร้อน และเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน หากเป็นการจุดบริเวณในละแวกใกล้เคียงท่าอากาศยาน อาจจะมีความผิดบางประการ ในการเดินอากาศยานตาม พ.ร.บ. 2521 มาตรา 6 ว่าด้วยการกระทำใดๆ ทั้งโคมลอย ทั้งลูกโป่ง ลำแสงเลเซอร์ ที่จะไปทำให้เกิดการรบกวน กระทำให้เป็นอันตรายต่ออากาศยาน หรือน่าจะเป็นอันตราย โดยอัตราโทษถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกระหว่าง 5 ปี ถึง 20 ปี เพราะกฎหมายเห็นว่าเป็นภัยสาธารณะที่เกิดกับอากาศยานที่เป็นภัยที่มีความเสียหายร้ายแรงกฎหมายจึงลงโทษหนัก โดยทั้งนี้ตำรวจภูธรภาค 1 กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน จึงได้ร่วมกันจัดโครงการขึ้นมาเป็นโครงการเร่งด่วน และจะเป็นโมเดลต่อไปในอนาคตทุกท่าอากาศยานต่อไป