ครม. ประยุทธ์ 1 “ดร.สมคิด” ปะทะ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร” ชื่อ รมว.คลัง พลิกเพราะพิษ”ทักษิณ” ลุ้น 22 ชื่อ ร่วมคณะรัฐมนตรี

ปัจจัยชี้ขาด เสถียรภาพของรัฐบาล “ประยุทธ์ 1” อาจไม่ใช่ปมปัญหาการเมือง-ความมั่นคง แต่เป็นประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ วาระร้อน ที่รอชงขึ้นโต๊ะคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในอีกไม่เกิน 7 วัน ข้างหน้านี้

ทั้งปมปัญหาการบริหารสต็อกสินค้าเกษตร บุกตลาดการส่งออก การสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนต่างประเทศ และฟื้นฟูการท่องเที่ยว บริหารฐานะการเงิน-การคลังของประเทศ และการออกแบบนโยบายประชานิยม ให้สอดคล้องกับบริบททางการเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปี 2558 และมีรัฐบาลใหม่ในภาวะประเทศคืนสู่ความปกติ ในช่วงต้นปี 2559

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “คณะรัฐมนตรี” จำนวน 35 คน ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับหน้าตา-ภาพลักษณ์ และสไตล์การบริหารประเทศ ในนามของ “ทีมเศรษฐกิจ” ทั้งองคาพยพ ซึ่งเข้าร่วมเป็นทั้งบุคคลเบื้องหน้า-เบื้องหลัง ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงต้องเร่งแปรรูปขบวน บริหารงานบุคคล สับเปลี่ยนโยกย้ายกำลังคนใหม่อีกครั้ง นอกจากขยับบรรดาคณะนายพล คสช. พาเหรดเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ยังมีการขยายฐานจากทีมก่อตั้ง ที่มีคณะที่ปรึกษา คสช. 10 คน เปลี่ยนถ่ายอำนาจสู่การเป็นคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วยประธาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, นายณรงค์ชัย อัครเศรณี, นายวิษณุ เครืองาม, นายยงยุทธ ยุทธวงศ์, พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์, พล.อ.นพดล อินทปัญญา และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์(ซ้าย)-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (ขวา)
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์(ซ้าย)-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (ขวา)

นอกจากนี้ยังมี “ทีมเศรษฐกิจ” ที่เป็น “แบ็คอัพ” ให้กับ “ครม. ประยุทธ์ 1” ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซูเปอร์บอร์ด 17 คน ซึ่งในองค์คณะนี้ มีชื่อระดับ นายบัณฑูร ล่ำซำ, นายบรรยง พงษ์พานิช, นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล, นายรพี สุจริตกุล และนายวิรไท สันติประภพ และปลัดกระทรวงด้านเศรษฐกิจ รวมทั้ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ในฐานะฝ่ายเสนาธิการด้านเศรษฐกิจ จากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ฯ ซึ่งทีมนี้ มีการประชุมอย่างใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เปล่งวาจาต่อสาธารณะว่า จะทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี ตามโรดแมปเดิม คือภายในเดือนกันยายน และจัดทีมทหารเข้าร่วม “ตรวจสอบคุณสมบัติ” ว่าที่รัฐมนตรี ร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำให้บุคคลเบื้องหลังที่มีบทบาทการบริหารประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจรัฐประหารในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมี 2 ทีม 2 แนวคิด ชัดเจน เป็น 2 ขั้ว มาโดยตลอด จึงเร่งเครื่องในการเดินหน้า ผลักดันคนของฝ่ายตนเองเข้าไปนั่งในคณะรัฐมนตรี

ชื่อในโผคณะรัฐมนตรีที่ผันผวนมากที่สุด จึงเป็น “ทีมเศรษฐกิจ” ที่ฝ่ายหนึ่งผลักดันโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้มีเครือข่ายหนาแน่นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และอีกฝ่ายหนึ่งผลักดันนำเสนอโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่แนบแน่นกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ขุนพลคู่ใจ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี

โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จะเคลื่อนตัวจากที่ปรึกษา คสช. เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะปักหลักเป็น 1 ใน 15 คณะ คสช. ที่ทำงานควบคู่กับคณะรัฐมนตรี

ตำแหน่งที่ชัดเจนที่สุด และเป็นความขัดแย้งแบบคลื่นใต้น้ำมากที่สุด ระหว่างฝ่าย “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร” กับฝ่าย “นายสมคิด” คือ เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ฝ่าย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ต้องการผลักดัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในยุค “ยิ่งลักษณ์ 1” ที่เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ได้มีการวิจารณ์รัฐบาลเพื่อไทยอย่างเข้มข้น ฝ่ายนายสมคิดต้องการผลักดันนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์และอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

เบื้องหลังชื่อของบุคคลทั้งสอง จึงผลัดกันพลิกขึ้นพาดหัวหนังสือพิมพ์ในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวร้าวลึก เมื่อมีอีเมลฉบับหนึ่งส่งตรงถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีข้อความทำนองว่า ในช่วงที่ผ่านมา นายอภิศักดิ์และเจ้าสัวหมายเลขต้นๆ ของเมืองไทย ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง ทำให้ชื่อ”อภิศักดิ์”หลุดจากโผไป 2 วัน แต่หลังจากนั้นมี “ข้อมูลใหม่” พิสูจน์ว่าอีเมลลึกลับดังกล่าวเป็นอีเมลที่ถูกเซ็ตขึ้นและเป็นเรื่องที่ไม่มีมูล ชื่อ”อภิศักดิ์”จึงกลับมาอยู่ในโผอีกครั้ง พร้อมข่าวที่ว่า นายพลคนสำคัญได้โทรศัพท์ไปขอโทษนายอภิศักดิ์ และชักชวนให้กลับเข้าสู่ตำแหน่ง แต่”อภิศักดิ์”ซึ่งไม่ปราถนาตำแหน่งตั้งแต่ต้นได้ตอบปฏิเสธ

ชื่อนายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในยุค พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงมาปรากฏในโผคณะรัฐมนตรีล่าสุด แทนที่ทั้ง 2 ชื่อ

ข้อมูล ณ วันที่ 28 สิงหาคม 57 รายชื่อบุคคล ที่อยู่ในโผคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์ 1” จึงประกอบด้วย

1. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ควบกระทรวงการต่างประเทศ
2. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี
3. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ควบกระทรวงคมนาคม
4. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองนายกรัฐมนตรี
5. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ
6. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
7.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
8. นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
9. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
10. นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
11. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
12. นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
13. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
14. นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
15. นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
16. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
17. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์
18. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
19. นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ในเช้าวันที่ 28 สิงหาคม 2557 มีข้าราชการและนักธุรกิจ ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) ถึง 4 คน ประกอบด้วย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายณรงค์ชัย อัครเศรณี นางกอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร และ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน

ขณะที่ นายพรชัย รุจิประภา ผู้มีชื่ออยู่ในโผ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก้ มีผลวันที่ 28 สิงหาคม 2557

และมีข้าราชการระดับปลัดกระทรวง ลาออกจากบอร์ดรัฐวิสาหกิจ 1 คน คือ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานกรรมการบริหาร อสมท ได้ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) อสมท แล้ว

โดยจะมีการแต่งตั้ง นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) มาทำหน้าที่แทน

รายชื่อที่อยู่ในโผคณะรัฐมนตรีทั้ง 19 ชื่อ และข้าราชการระดับปลัดกระทรวง ที่ลาออกจาก สนช. และลาออกจากบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ลาออกจากองค์กรธุรกิจ วันที่ 28 สิงหาคม 2557 ทั้ง 22 ชื่อ ต้องลุ้นการปรากฏเป็นชื่อจริง-ตัวจริง ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้…โปรดรออีกครั้งหนึ่ง!