“ประธานบอร์ดสลาก” ลาออก เปิดทาง “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ตั้งผู้มีบารมี ยึดโควตาหวยคืน

จากปัญหาคนขายหวยตัวจริงไม่ได้รับจัดสรรโควตาสลาก คนมีโควตาสลากไม่ใช่คนขายหวยตัวจริง ออกจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลคู่ละ 72-74 บาท ผ่านยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ราคาที่ถึงมือผู้บริโภคกลายเป็นคู่ละ 110-120 บาท

หลังจากที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ได้รับรายงานจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่ามีกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังตัวแทนจำหน่ายสลาก รวมทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊ว รับผลประโยชน์จากการขายสลากเกินราคา คิดเป็นมูลกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี ใกล้เคียงกับเม็ดเงินที่สำนักานสลากฯ นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จึงประกาศนโยบายตรึงราคาสลากไม่เกินคู่ละ 80 บาท

จากนั้นสำนักงานสลากฯ ทยอยออกมาตรการมาแก้ปัญหาสลากเกินราคา ปรากฏว่าทุกมาตรการใช้ไม่ได้ผล วันที่ 17 เมษายน 2558 พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เตรียมใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 แก้ปัญหาสลากเกินราคา

ทั้งนี้ระหว่างที่สำนักงานสลากฯ กำลังศึกษารายละเอียดของมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคาที่จะบรรจุอยู่ใน ม.44 วันที่ 25 เมษายน 2558 นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ประกาศลาออกจากการเป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยโทรศัพท์ไปแจ้ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ, นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง รับทราบแล้ว ซึ่งการลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2558 เป็นต้นไป

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะอดีตประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะอดีตประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล

นายสมชัยเปิดเผยสาเหตุการลาออกจากตำแหน่งครั้งนี้ว่า สำนักงานสลากฯ ออกมาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคามาอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากสลากเกินราคาเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่งสมมานาน มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลายกลุ่มได้รับประโยชน์จากการขายสลากเกินราคาปีละ 10,000 ล้านบาท หากต้องการแก้ปัญหานี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ จำเป็นต้องใช้ผู้ที่มีบารมี โดยเฉพาะทหาร เข้ามาทำหน้าที่แทนตน ยืนยันว่าการลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดสลากครั้งนี้ไม่ได้ถูกกดดันจากรัฐบาลหรือกระทรวงการคลัง แต่อย่างใด

นายสมชัยกล่าวต่อว่า ต้นเหตุของปัญหาสลากเกินราคาเกิดจากผู้ที่ได้รับการจัดสรรโควตาส่วนใหญ่ไม่ใช่คนขายสลากตัวจริง ขณะที่คนขายสลากตัวจริงไม่มีโควตาสลากขาย ตามนโยบายของ พล.อ. ประยุทธ์ ต้องยึดโควตาสลากกลับคืนมาก่อน เพื่อนำไปจัดสรรให้ผู้ที่ต้องการขายสลากจริงๆ โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคนพิการและผู้ค้าสลากรายย่อย หลังจากที่มีการใช้ ม.44 ยึดสลากกลับคืนมาแล้ว จากนั้นนำมาจัดสรรโควตากันใหม่ โดยผู้ค้าสลากรายย่อยที่ได้รับการจัดสรรโควตาใหม่ต้องมาทำหนังสือยืนยันกับสำนักงานสลากฯ ว่าจะนำสลากที่ได้รับการจัดสรรไปขายจริงๆ หากต่อมาสำนักงานสลากฯ ตรวจสอบพบว่าผู้ค้าสลากฯ นำโควตาสลากไปขายให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรือไม่ได้ขายเอง ต้องถูกยึดโควตาคืน และไม่สามารถมาขอโควตาสลากได้อีกต่อไป ขณะนี้สำนักงานสลากฯ กำลังเร่งศึกษาในรายละเอียด เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้ ม.44 แก้ปัญหาสลากเกินราคา

นายสมชัยกล่าวว่า ส่วนการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสลากผ่านเครื่องออนไลน์ ขณะนี้สำนักงานสลากฯ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำเรื่องนี้บรรจุใน ม.44 ด้วยหรือไม่ แต่ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ได้มีการหารือกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด แล้ว ได้ข้อสรุปว่า หากสำนักงานสลากฯ อนุมัติให้บริษัทล็อกซเล่ย์ดำเนินการจำหน่ายสลากผ่านเครื่องออนไลน์ ทางบริษัทล็อกซเล่ย์ ยืนยันว่าจะถอนคดีออกจากศาลปกครอง และไม่มีการเรียกค่าเสียกับสำนักงานสลากฯ แต่ทั้งนี้สำนักงานสลากฯ ต้องแจ้งให้บริษัทล็อกซเล่ย์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้บริษัทมีเวลาในการติดตั้งเครื่องออนไลน์และอัปเดตโปแกรม

“ปัญหาสลากเกินราคาอยู่ที่คนได้โควตาสลากไม่ใช่คนขายหวยตัวจริง คนขายหวยตัวจริงส่วนใหญ่ไม่มีโควตาสลาก รวมทั้งองค์กรนิติบุคคลต่างๆ ก็ไม่ใช่คนขายหวยตัวจริงทั้งนั้น เรื่องการจัดสรรโควตาหวยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก จัดสรรโควตาไม่ดีก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในระยะเริ่มต้น โควตาสลากที่ยึดคืนมาต้องจัดสรรให้คนพิการและผู้ค้าสลากรายย่อยก่อน และก็มีบางส่วนนำไปขายผ่านเครื่องออนไลน์ ซึ่งในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า คงต้องขายสลากผ่านเครื่องออนไลน์ทั้งหมด ส่วนการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการสลากเพื่อรับซื้อคืนสลากเลขไม่สวยผมไม่ขอตอบ เพราะ ม.44 ยังไม่ได้เริ่มนำมาใช้เลย” นายสมชัยกล่าว

เงินรายได้สลากกินแบ่งรัฐบาล

ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ข้อเสนอของกระทรวงการคลังที่จะให้นายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 แก้ปัญหาสลากเกินราคาไม่ได้มีแค่ยกเลิกโควตาสลากเพียงอย่างเดียว หลังจากที่ใช้ยกเลิกโควตาสลาก ก็ต้องนำโควตามาจัดสรรกันใหม่ โดยจะมอบให้กับผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการขายสลากจริงเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานสลากฯ ก็จะเพิ่มส่วนลดให้กับผู้ค้าสลากจากคู่ละ 5.60 บาท เป็นคู่ละ 10 บาท พร้อมกับมีการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการสลากขึ้นมารับซื้อคืนเลขไม่สวย จากนั้นทางสำนักงานสลากฯ ออกมาตรการควบคุมราคาสลากไม่ให้ขายเกินราคา 80 บาท มีหลักการดังนี้

1. มาตรการป้องกันไม่ให้มีการนำสลากฯ มารวมเป็นเลขชุดขาย (หวยชุด)
2. มาตรการป้องกันไม่ให้มีการนำสลากที่จัดสรรไปยังภูมิภาควนกลับมาขายให้ส่วนกลาง
3. โควตาที่จัดสรรให้กับผู้ค้าสลากรายย่อยไปแล้ว หากพบว่าขายเกินราคาจะถูกลงโทษโดยการยึดโควตาคืน และไม่สามารถมาขอรับการจัดสรรโควตาได้อีกต่อไป
4. เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจัดสรรโควตาบางส่วนขายผ่านเครื่องออนไลน์และร้านสะดวกซื้อที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ

“ม.44 ไม่ได้มีแค่ยกเลิกโควตาเท่านั้น ยังมีมาตรการอื่นๆ อีก เช่น มาตรการเพิ่มส่วนลดและตั้งกองทุนมาซื้อคืนเลขไม่สวย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ค้าสลาก หากผู้ค้าสลากยังเกเร ขายเกินราคากันอีก ก็ต้องยึดโควตาสลากคืน และถูกทำโทษห้ามขายอีกต่อไป ขณะเดียวกัน สำนักงานสลากฯ ก็จะนำสลากมาขายผ่านเครื่องออนไลน์ ซึ่งการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านเครื่องออนไลน์จะเป็นการการันตีว่าถ้าประชาชนหาซื้อสลากคู่ละ 80 บาท จากที่ไหนไม่ได้ ก็สามารถมาซื้อผ่านเครื่องออนไลน์ได้อีกช่องทางหนึ่ง” นายวิสุทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีร้านสะดวกซื้อขายสลากเหลือ ต้องการให้สำนักงานสลากฯ ซื้อสลากคืนกลับไปทั้งหมด นายวิสุทธิ์ตอบว่า “กองทุนบริหารจัดการสลากจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับซื้อคืนเลขไม่สวยเท่านั้น เช่น เลขที่เคยถูกรางวัลแล้วในงวดที่ผ่านมา เลขซ้ำ เลขดับเบิล เป็นต้น กองทุนบริหารจัดการสลากไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับซื้อคืนสลากที่ตัวแทนจำหน่ายขายไม่หมด กรณีขายผ่านเครื่องออนไลน์ พิมพ์แค่ไหนก็แค่นั้น ส่วนกรณีการจำหน่ายสลากใบ ก็ต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน กล่าวคือกองทุนบริหารจัดการสลากจะรับซื้อคืนสลากเฉพาะเลขไม่สวยเท่านั้น นอกจากจะช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ค้าสลากแล้ว ทางสำนักงานสลากฯ ยังเพิ่มส่วนลดให้กับผู้ค้าสลากฯ อีก ผู้ค้าสลากฯ จะไม่ยอมรับความเสี่ยงกรณีขายสลากเหลือหรือขายไม่หมดบ้างเลยหรือ”

การจัดสรรรายได้สลากกินแบ่ง

“ส่วนโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลภายใต้ร่าง พ.ร.บ.สลากกินรัฐบาลฉบับใหม่ รายได้จากการจำหน่ายสลาก 60% จัดสรรเป็นเงินรางวัลเหมือนเดิม ส่วนที่เหลืออีก 40% นำมาจัดสรรกันใหม่ กล่าวคือในส่วนที่ต้องนำส่งรัฐ 28% ลดลงเหลือ 20% ของรายได้จากการจำหน่ายสลาก ไม่ได้หมายความว่างานนี้รัฐจะสูญเสียรายได้ทั้งหมด 8% ในจำนวนนี้สำนักงานสลากฯ นำมาจัดสรรให้กองทุนบริหารจัดการสลาก 5% เพื่อรับซื้อคืนเลขไม่สวย ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้เงินเลย หรือใช้น้อยมาก สรุปร่างกฎหมายสลากฉบับใหม่ รัฐจะขาดรายได้จริงๆ แค่ 3% คือ รายได้จากการจำหน่ายสลากส่วนที่นำไปจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายให้กับสำนักงานสลากฯ จากเดิม 12% เพิ่มเป็น 15% เท่านั้น” นายวิสุทธิ์กล่าว

นายวิสุทธิ์กล่าวถึงประเด็นที่นักวิชาการแสดงความเป็นห่วง เกรงว่าในอนาคตอาจจะมีนักการเมืองนำเงินจากกองทุนบริหารจัดการสลากไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ว่าไม่ต้องห่วงประเด็นนี้ เพราะกระทรวงการคลังคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงกำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินไว้ในร่าง พ.ร.บ.สลากฉบับใหม่ หากกองทุนบริหารจัดการสลากมีเงินสะสมเกินกว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ต้องส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดินเท่านั้น นำเงินไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ กำลังคำนวณยอดเงินที่คาดว่าจะใช้รับซื้อคืนสลากเลขไม่สวย และบวกค่าเผื่อเหลือเผื่อขาดอีกเล็กน้อย เพื่อส่งให้นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อนุมัติ ทันทีที่กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้

โครงสร้างรายได้สลากกินแบ่ง

“ส่วนกรณีนายสมชัยลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ดสลากฯ นายสมชัยโทรศัพท์มาแจ้งทางโทรศัพท์ ยังไม่เห็นจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการ แต่ทราบว่ามีผลบังคับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2558 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อเปิดทางให้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาแก้ปัญหาสลากเกินราคา ซึ่งในสัปดาห์นี้ตนก็จะนำเรื่องนี้หารือกับนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทนนายสมชัยต่อไป” นายวิสุทธิ์กล่าว