Zarganar ผู้ยอมแลกคุกกับเล่าเรื่องตลก

วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

“ถ้าผมทำหน้าที่หมอฟัน ผมเปิดได้ทีละปาก แต่ถ้าผมเล่าเรื่องตลกผมเปิดปากพร้อม ๆ กันได้จำนวนมากมาย”

นี่คือคำพูดของตลกคนสำคัญของพม่า ที่เรื่องตลกและคำพูดของเขาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี สั่นสะเทือนบัลลังก์ของผู้นำเผด็จการพม่าและมีส่วนในการช่วยผลักดันให้พม่ามีการเลือกตั้งโดยเปลี่ยนจาก “การปกครองของทหารโดยตรง เป็น “การควบคุมโดยทหาร”

Zarganar คือชื่อศิลปินของเขาซึ่งหมายถึง “แหนบถอนขน” ชื่อจริงคือ Maung Thura ปัจจุบันอายุ 52 ปี พ่อของเขาเป็นนักคิดนักเขียนสำคัญคนหนึ่งของประเทศ

zarganar ที่มาภาพ : http://www.foreignpolicy.com
zarganar ที่มาภาพ : http://www.foreignpolicy.com

เขาเรียนจบทันตแพทย์ แต่แทบไม่เคยรักษาคนไข้เพราะเขาชอบการเป็นศิลปิน นักแสดงสร้างภาพยนตร์ โดยถูกขับเคลื่อนโดยความปรารถนาอยากเห็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและประชาธิปไตยในพม่า เขามีผลงานภาพยนตร์มากพอควรแต่มาดังจากการเป็นตลกเดี่ยวไมโครโฟน จนคนพม่าติดอกติดใจกลายเป็นขวัญใจหมายเลขหนึ่ง

ชีวิตการต่อสู้เผด็จการของเขาเริ่มในปี 1988 เมื่อมีการประท้วงครั้งใหญ่ขับไล่นายพลเนวิน ถึงแม้ฝ่ายประท้วงจะชนะเลือกตั้งแต่ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่กลับถูกจับติดคุกแทน นับตั้งแต่ อองซาน ซูจี ลงมาจนถึง Zarganar

ในเวลา 5-6 ปี หลังปี 1988 เขาติดคุกเข้า ๆ ออก ๆ อยู่หลายครั้งจากการแสดงของเขา ในปี 2006 การแสดงทุกอย่างของเขาถูกแบนด์โดยรัฐบาล เนื่องจากคำพูดตลกของเขามีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลมากขึ้นเป็นลำดับ ที่หนักสุดก็คือในปี 2008 เขาถูกจับข้อหาพูดกับ สื่อต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ในเรื่องโซโคลนนากริสถล่มพม่า ผู้คนตายกว่า 150,000 คน และอีกนับแสน ๆ คนไร้บ้าน เขาทนไม่ได้ที่การช่วยเหลือมีน้อย จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกออกไปช่วยและสื่อสารให้ชาวโลกรู้ โทษของเขาคือจำคุก 59 ปี

ในภายหลังเขาเล่าว่าความผิดกระทงหนึ่งคือการใช้อินเตอร์เน็ต ผู้พิพากษาถามเขาว่า e-mail ของเขาคืออะไร เขาก็ตอบไปว่า zan.61@gmail ผู้พิพากษาโกรธมากบอกว่าผมอยากรู้ e-mail ของคุณแต่คุณกลับเล่นลิ้นบอก gmail

ครั้งหนึ่งเขาติดคุกต่อเนื่องนาน 4 ปี ถูกขังเดี่ยวในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง เขาบอกว่าที่มีชีวิตรอดมาได้ก็เพราะอารมณ์ขัน เขาใช้เวลาคิดมุกตลกและแต่งเพลงในสมองตลอดเวลานั้น จนเขามีมุกตลกในเวลาต่อมามากมาย

เรื่องหนึ่งเขาเล่าว่าเขาโทรไปถามโอเปอเรเตอร์ว่าค่าโทรศัพท์ไปลอนดอนกับนรก ราคาเท่าไหร่ คำตอบก็คือนรกถูกกว่ามาก เขาสงสัยจึงขอเหตุผล คำตอบก็คือการโทรไปนรกนั้นที่พม่าเขาถือว่าเป็นโทรในประเทศ

เมื่อครั้งพม่าจะเป็นสมาชิกอาเซียน ตอนนั้นข้าวของในพม่าแพงมาก เขาบอกว่าควรเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Bar- May-Sia คือคล้ายกับอินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่มันมีความนัยจากการเล่นคำเพราะเมื่อออกเสียงแล้วหมายถึงการหาของที่ต้องการไม่ได้เพราะอะไร ๆ ก็แพงหมด

Zarganar ได้รับการปล่อยตัวในปลายปี 2011 เมื่อพม่าจะมีการเลือกตั้ง คนต่างชาติก็เชิญเขาไปต่างประเทศ สถานที่แรกที่มาคือประเทศไทย เขาให้สัมภาษณ์ว่าเขาช็อกเมื่อเห็นเครื่องบิน สนามบิน ตึกซึ่งล้วนใหญ่มาก และช็อกมากเมื่อเห็นถนนดี ๆ เขาเห็นว่าเยาวชนไทยหน้าตาไม่มีความกังวล เต็มไปด้วยเสรีภาพและความมั่นใจในตนเอง ซึ่งเขามองไม่เห็นในเยาวชนพม่าในวัยเดียวกัน

Maung Thura ที่มาภาพ : http://www.thetimes.co.uk/
Maung Thura ที่มาภาพ : http://www.thetimes.co.uk/

เขาเดินทางต่อไปสหรัฐอเมริกาเพื่อพบลูกและภรรยาซึ่งอพยพไปตั้งแต่ปี 2008 เมื่อเขาติดคุกครั้งสุดท้าย เขาปฏิเสธที่จะไปอยู่กับครอบครัวถาวร เขาบอกว่าเขามีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำอีกมากในประเทศพม่าที่เขารัก

Zarganar พิสูจน์ว่าคำพูดสั่นสะเทือนระบบการปกครองได้โดยทำให้ผู้นำเผด็จการและระบอบเป็นตัวตลก ผู้คนชอบใจเพราะเห็นอย่างเดียวกันแต่ไม่กล้าพูด และเป็นการระบายอารมณ์ที่อึดอัด เรื่องตลกและคำพูดเสียดสีเหล่านี้มันโดนใจอย่างขำขัน ว่ากันว่าเหล่าผู้คุมก็ชอบเขามาก หัวเราะกับเรื่องตลกที่เขาเล่า

นักแสดงตลกที่มีหลักการเช่น Zarganar จึงเป็นที่ชื่นชอบของคนพม่า คำพูดสองความหมายของเขาเจ็บ ๆ คัน ๆ เหมือนถูกแหนบถอนขน

เราเล่าเรื่องตลกกันอย่างเสรีและหัวเราะขำขัน แต่มีบางคนที่ยอมแลกคุกกับการเล่าเรื่องตลก คน ๆ นั้นก็คือ Zarganar ผู้รักเสรีภาพและรับรางวัลมากมายจากต่างประเทศ และยืนยันว่าไม่คิดจะเป็นนักการเมือง

Zarganar เล่าว่า “ประธานาธิบดีบุช หูจิ่นเทา และนายพลตันส่วย ผู้นำพม่าไปหา God บุชถาม God ว่าเมื่อไหร่สหรัฐอเมริกาจะมีอำนาจมากสุดในโลก God ตอบว่า “Not in your life” จนทำให้บุชน้ำตานองหน้า หูจิ่นเทา ถามว่า “เมื่อไหร่จีนจะรวยสุดในโลก” “Not in your life” แต่ในขณะที่หูจิ่นเทาเช็ดน้ำตา นายพลตันส่วยก็ถามว่า “เมื่อไหร่พม่าจะมีน้ำและไฟฟ้าใช้กันพอเพียง” ทันใดนั้น God ก็ร้องไห้โฮและตอบว่า “Not in my life”

หมายเหตุ : ตีพิพม์ครั้งแรก คอลัมน์อาหารสมอง น.ส.พ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับอังคารที่ 2 เมษายน 2556