ตอนที่ 7 (จบ): บทสรุป “คนเคยรวย”

ไทยพับลิก้า : วันนี้กลับมาเป็นเศรษฐีเหมือนเดิมหรือยัง

ศิริวัฒน์ : ยังครับ เรียนตรงๆ หลายคนคิดว่าผมกลับมาเป็นเศรษฐีเหมือนเดิม คือช่วงล้มผมล้มหนัก เอาเป็นว่าบ้านของคุณแม่ยังต้องเอาไปจำนอง มันล้มหนักเกินกว่าที่คนคนหนึ่งที่ตอนอายุ 48 ถ้าล้มตอนอายุ 28 มันอีกเรื่องหนึ่งนะ วันนี้ 63 แล้ว

ตอนนั้นล้มแบบที่ว่าญาติยังไม่กล้าให้ยืมเงินเลย เพราะกลัวไม่ได้คืน 1-2 แสนเองนะ รวยเป็นพันล้านเลยนะ ยืม 1-2 แสนช่วงวิกฤติตอน 40-41 เขายังไม่กล้าให้ผมยืมเลย ญาติแท้ๆ นะ ไม่ใช่ไม่แท้ กลัวไง กลัวเป็นหนี้สูญ

ดังนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านชีวิตผมมา ผมคิดว่ามันสอนให้ผมรู้อะไรอย่างหนึ่งอย่างที่พระพุทธเจ้าพูดเมื่อ 2500 กว่าปีที่แล้ว อย่าไปยึดติด ทุกสิ่งมันไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกนี้คือความไม่แน่นอน อันนั้นแน่นอนที่สุด

ความไม่แน่นอน คือแน่นอนที่สุด

ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ
ศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ

เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติด พอยึดติดแล้วไม่เป็นไปตามนั้นเราก็เป็นทุกข์ หรือเป็นไปตามนั้นเราก็เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นเราก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ในอดีตนั้นเราแก้ไขมันไม่ได้ เราก็เอามาเป็นบทเรียน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตด้วยตัวเราได้นะครับ

ถ้าเรามีบทเรียนอะไรแล้วเรายัง เช่น สมมติวันนี้ผมบอกว่ากู้มาเลย ดอกเบี้ยเดี๋ยวนี้ถูก 8% 10% โทษทีมันไม่มีเครดิต แต่ถ้ามีโอกาสให้กู้ 8% 10% บอกโอเคครับ ถ้าจะกู้ก็ 10% พอ ไม่กู้ 100% เหรอ โห ลุยแหลก ดอกเบี้ยมันถูกนี่ ก็ไม่เอาแล้ว พอ อะไรอย่างนี้ครับ

พยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด ถึงแม้จะขายของเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำไป ทำไปเรื่อยๆ ผมจะไปคิดได้ไงปี 40 จากคนเคยรวยแล้วเจ๊ง เขาเรียกผมว่า “คนเคยรวย” ผมก็ทำไปขายแซนด์วิช ผมจะไปรู้ได้ยังไงวันนี้ ในประเทศไทยถ้าจะพูดถึงแซนด์วิชต้อง “ศิริวัฒน์แซนด์วิช”

ต่างประเทศเขารู้จัก “โลโกเงินบาทลอยตัวกับลูกบอลลูน” หมดแล้ว จะไปคิดได้ยังไงปี 40 วันนี้ให้สัมภาษณ์ไปทั่วโลก CNN, CNBC, BBC world ในประเทศไทย ถ้าพูดถึงวิกฤติปี 40 ฝรั่งต่างประเทศเขาก็จะนึกถึงคนคนหนึ่ง คนนั้นคือผมที่มันจากอยู่สูงสดแล้วมายืนขายแซนด์วิชข้างถนน แล้วโลโกเป็นเงินบาทลอยตัวรูปบอลลูน ข้างล่างมีไอเอ็มเอฟ ปี 2540 คิดแต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งคนเขาจะรู้จัก

อย่างที่บอก ต่างประเทศเขาเชิญไปบรรยาย “ให้กำลังใจคน” ไม่เคยคิดก็ทำไปๆ เขาเชิญมาก็ไป ไปให้กำลังใจคน