
‘เดิมพัน’ ชีวิตประชาชน…ที่ลาวต้องนำไปแลกกับ ‘รายได้’ จาก โปแตช…?
เมื่อ “พัก-ลัด” ของลาว ตัดสินใจนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ทั่วประเทศ มาเป็นเดิมพันแลกกับคำว่า “รายได้” และ “การพัฒนาเศรษฐกิจ”
ประเทศลาวย่อมต้องยอมรับกับ “ความเสี่ยง” ที่ตามมา ทั้งความเสี่ยงจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของประชาชน
กระทั่งความเสี่ยงที่เริ่มรุนแรงขึ้น จนไปกระทบถึง “ชีวิต” ของประชาชน!
……
เช้าตรู่ของวันที่ 2 มกราคม 2569 หลังเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลปีใหม่สากลได้เพียงวันเดียว ขณะที่ผู้คนทั่วประเทศกำลังหลับไหลอยู่ใต้ผ้าห่มในคืนที่อากาศหนาวเหน็บ
จู่ๆผืนดินในเขตบ้านทุ่งมั่ง เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ ก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
แม้จุดที่ดินยุบตัวไม่มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ เป็นช่วงถนนข้างท้องนา แต่ริมถนนก็มีเถียงนาที่ชาวบ้านมาสร้างไว้เพื่อใช้เป็นที่นอนเฝ้าต้นข้าว
คืนวันที่ 1 มกราคม ครอบครัวหนึ่งรวม 4 ชีวิต พ่อ แม่ ชักชวนลูกชายเล็กๆอีก 2 คน ให้ไปนอนเฝ้านาของพวกเขาดัวยกันในเถียง ขณะที่ทุกคนกำลังหลับสนิท ฝืนดินใต้เถียงนาของพวกเขาเกิดยุบตัวลง
เหตุดินยุบตัวที่บ้านทุ่งมั่ง เกิดขึ้นในเวลา 02.00 น. ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 20 เมตร ลึก 100 เมตร มีผู้สูญหาย 4 ราย ทั้งหมดหล่นหายลงไปในหลุมลึกพร้อมกับเถียงนา จนถึงวันนี้ ยังไม่มีผู้ใดทราบชะตากรรม
รุ่งเช้า ฝ่ายปกครองบ้านทุ่งมั่งนำสแลนสีเขียวมาขึงปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ทางการมาตรวจสอบหาสาเหตุของดินยุบตัว และค้นหาผู้สูญหาย
ทางการได้สั่งอพยพชาวบ้านกว่า 30 ครอบครัวที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงออกไปเพื่อป้องกันความเสี่ยง รวมถึงห้ามไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้อง และยานพาหนะทุกชนิด เข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ
วันที่ 9 มกราคม 2569 หลังเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ จันสะแหวง บุนยง รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า นำคณะลงพื้นที่บ้านทุ่งมั่ง เพื่อพบปะพูดคุยกับครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา ตลอด 1 สัปดาห์นับแต่เกิดเหตุดินยุบตัว ทางการลาวได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อค้นหาผู้สูญหาย ทั้งการใช้เครื่องจักรขุด เจาะ ใช้โดรนบินสำรวจ ใช้เทคโนโลยีสำรวจพื้นที่ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และวัดแรงสั่นสะเทือน เพื่อตรวจสอบโครงสร้างใต้ผืนดิน มีการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
เบื้องต้น กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้มอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินรวม 50 ล้านกีบ และมอบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้คิดเป็นมูลค่า 21,666,666 กีบ…
เหตุดินยุบตัวที่บ้านทุ่งมั่งในตอนเช้ามืดของวันที่ 2 มกราคม 2569 ไม่ใช่เพิ่งปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก แต่เป็นเหตุซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นมาแล้วถึง 5 ครั้ง ในชั่วระยะเวลาเพียง 8 เดือน
บ้านทุ่งมั่ง เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ เป็นหนึ่งในพื้นที่สำรวจขุดค้นแร่โปแตชของบริษัทหยุ่ยหยวน เกลือโปแตช อุดมสมบูรณ์ จำกัด
บริษัทจากจีนแห่งนี้ได้เซ็นสัญญาสัมปทานกับรัฐบาลลาวตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2547 สัมปทานมีอายุ 30 ปี มีพื้นสำรวจขุดค้น 2 จุด เนื้อที่รวม 7,800 เฮคตา หรือ 48,750 ไร่
จุดแรก เรียกว่าเขตนาตาน มีเนื้อที่ 3,000 เฮคตา หรือ 18,750 ไร่
จุดที่ 2 เรียกว่าเขตทุ่งมั่ง มีเนื้อที่ 4,800 เฮคตา หรือ 30,000 ไร่
เหตุดินยุบตัวที่บ้านทุ่งมั่งเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 โดยปรากฏขึ้นพร้อมกันวันเดียว 2 จุด จุดแรกมีลักษณะที่ผิวดินแตกตัวเป็นร่องลึกยาว 70 เมตร จุดที่ 2 ผิวดินกลางท้องนาเกิดทรุดเอียงตัวลงมากินบริเวณกว้าง แต่ยังไม่ถึงกับเป็นหลุม สร้างความเสียหายแก่บ่อปลา ฟาร์มเลี้ยงไก่ และบ้านเรือนประชาชน
ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2568 ในจุดที่ผิวดินกลางท้องนาทรุดเอียงตัวลงมา หรือจุดที่ 2 ของเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม แต่คราวนี้ผืนดินตรงจุดนั้นได้ยุบลงเป็นหลุมลึก 3.5 เมตร ปากหลุมกว้าง 10 เมตร
ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เกิดดินยุบตัวกลางท้องนาอีกแห่งหนึ่งเป็นหลุมลึก 5 เมตร ปากหลุมกว้าง 10 เมตร หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำดินไปเทกลบหลุมเอาไว้
ครั้งที่ 4 เกิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ตรงจุดเดิมที่ดินเพิ่งยุบตัวลงไปเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ทำให้ดินที่เจ้าหน้าที่นำเพิ่งไปกลบ เกิดยุบตัวซ้ำลงไปอีก กลายเป็นหลุมลึก 5 เมตร ปากหลุมกว้าง 8 เมตร
หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนารายงานว่า ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า นำตัวแทนจากบริษัทหยุ่ยหยวน เกลือโปแตช อุดมสมบูรณ์ ไปเจรจากับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเรื่องการชดเชยความเสียหายจากดินยุบตัว
ตามข่าวของหนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา เหตุดินยุบตัวที่บ้านทุ่งมั่ง 4 ครั้งแรก มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบรวม 19 ครอบครัว
หลังดินยุบตัวปรากฏขึ้นที่บ้านทุ่งมั่งครั้งแรกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2568 คณะประจำสภาแห่งชาติได้มีมติเลขที่ 182/คปจ. ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ให้ยุติโครงการสำรวจ ขุดค้น แร่โปแตช ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ไว้ก่อน
ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หลังดินยุบตัวไปแล้ว 4 ครั้ง ทางการลาวได้ออกตกลงฉบับที่ 043/คลท. ว่าด้วยการแต่งตั้งคณะเฉพาะกิจ ตรวจตราและประเมินผลโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ได้รับอนุญาตในนครหลวงเวียงจันทน์
ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ มีบริษัทที่ได้รับอนุมัติสัมปทานพัฒนาแร่โปแตชจากรัฐบาล 9 บริษัท รวม 11 โครงการ แบ่งเป็นอยู่ในขั้นการสำรวจ 4 บริษัท 4 โครงการ ในขั้นศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ-เทคนิค 1 บริษัท 1 โครงการ และอยู่ในขั้นขุดค้น-แปรรูปอีก 4 บริษัท 6 โครงการ
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 คำเปิ่น วอละเดด รองหัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้า นครหลวงเวียงจันทน์ ได้รายงานต่อที่ประชุมสภาประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์ ว่า หลังมีมติเลขที่ 182/คปจ. และข้อตกลงฉบับที่ 043/คลท. ออกมา มีบริษัทที่ได้รับสัมปทานโครงการเหมืองแร่โปแตชในนครหลวงเวียงจันทน์อย่างน้อย 2 แห่ง คือบริษัทหยุ่ยหยวน เกลือโปแตช อุดมสมบูรณ์ และบริษัทบ่อแร่ ปุยกาลี ลาว-จีน จำกัด ที่ได้หยุดการขุดเจาะอุโมงค์ใต้ดิน
หน่วยงานรัฐในนครหลวงเวียงจันทน์รวมถึงกรมธรณีศาสตร์และบ่อแร่ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และบริษัทผู้ได้รับสัมปทาน ได้ร่วมมือกับบริษัท ERCOSPLAN จากเยอรมนี เพื่อสำรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดดินยุบตัว และวางมาตรการป้องกันอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านทุ่งมั่ง
อย่างไรก็ตาม รองหัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้า นครหลวงเวียงจันทน์ กล่าวว่า เนื่องจากมีการแบ่งขั้นสิทธิและภาระบทบาทในการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ ทำให้เกิดข้อยุ่งยากในการปฏิบัติ กล่าวคือ ทั้ง 9 บริษัท ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล การกำกับดูแลเป็นบทบาทของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ส่วนนครหลวงเวียงจันทน์มีหน้าที่เพียงการประสานงาน ดังนั้นการดำเนินการบางเรื่องจึงเกิดความล่าช้า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
หลังการประชุมสภาประชาชนนครหลวงเวียงจันทน์ในวันที่ 16 ธันวาคม อีก 2 สัปดาห์ถัดมา ท้องนาที่บ้านทุ่งมั่งก็ปรากฏเหตุดินยุบตัวเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 คราวนี้ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงขึ้นถึงขั้นทำให้มีผู้สูญหาย…
ใต้ผืนดินทั่วพื้นที่ภาคกลางของลาว ทั้งนครหลวงเวียงจันทน์ แขวงเวียงจันทน์ แขวงคำม่วน แขวงสะหวันนะเขต เป็นแหล่งแร่โปแตชที่อุดมสมบูรณ์ ข้อมูลอย่างเป็นทางการของลาว มีปริมาณสำรองของแร่โปแตชในธรรมชาติมากถึง 133.62 พันล้านตัน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ได้มีการจัดประชุมหัวข้อ “การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกลือโปแตชของจีนในต่างประเทศ” ขึ้นในนครหลวงเวียงจันทน์ จันสะแหวง บุนยง ซึ่งขณะนั้นเป็นรองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ เป็นวิทยากร ร่วมด้วยเย่าปิ่น ประธานสภาการค้าชาวจีนต่างด้าว ประจำลาว
เย่าปิ่นกล่าวว่า ที่ผ่านมา จีนเป็นประเทศที่ใช้ปุ๋ยโปแตชมากที่สุดในโลก ปี 2566 จีนใช้ปุ๋ยโปแตชในภาคการเกษตรมากถึง 1,878.66 ล้านตัน โดยมีการนำเข้าโพแทสเซียมคลอไรด์จำนวน 1,157 ล้านตัน ขณะที่ลาวเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่โปแตช มีปริมาณสำรองโพแทสเซียมคลอไรด์ในธรรมชาติมากถึง 133.62 พันล้านตัน
ประธานสภาการค้าชาวจีนต่างด้าว ประจำลาว กล่าวว่า ในอนาคต ลาวจะกลายเป็นศูนย์กลางตลาดปุ๋ยโปแตชในอาเซียน อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยโปแตชของลาวจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและแคนาดา โดยปุ๋ยโปแตชที่ผลิตได้จากลาว สามารถส่งขายโดยตรงไปได้ยังหลายประเทศในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิกผ่านโครงข่ายเส้นทางรถไฟ
จันสะแหวง บุนยง ให้ข้อมูลว่า แหล่งแร่โปแตชของลาว มีอยู่ในแขวงคำม่วน แขวงสะหวันนะเขต แขวงเวียงจันทน์ และนครหลวงเวียงจันทน์ ตามวิสัยทัศน์ของลาวจนถึงปี 2583 และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแร่ธาตุ จนถึงปี 2573 กำหนดว่าให้มีการสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยเคมี (NPK) 3 แห่ง โดยจะสร้างในแขวงคำม่วน 2 แห่ง และในนครหลวงเวียงจันทน์อีก 1 แห่ง
รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ กล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลลาวได้อนุญาตการขุดค้นและทำเหมืองแร่โปแตชให้แก่ 18 บริษัท รวม 20 โครงการ แบ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในขั้นตอนสำรวจและขุดค้น 5 บริษัท 5 โครงการ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ-เทคนิค 4 บริษัท 4 โครงการ ได้เซ็นสัญญาขุดค้นและแปรรูปแร่โปแตชแล้ว 9 บริษัท 11 โครงการ คิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมด 162,260 เฮคตา หรือ 1,014,125 ไร่ และจนถึงเดือนกันยายน 2567 ลาวสามารถผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแร่โปแตช คุณภาพ 95% ได้ 12.22 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ…
นครหลวงเวียงจันทน์ไม่ใช่พื้นที่แรกที่เคยเกิดเหตุดินยุบตัว ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่บ้านปากเป่ง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน เคยเกิดเหตุดินยุบตัวมาก่อนแล้ว
บริเวณที่เกิดดินยุบตัว อยู่ในเขตขุดค้นและทำเหมืองแร่โปแตช ของบริษัทซิโน-อะกรี โปแตช จากจีน
ตามข้อมูลที่เคยนำเสนอไว้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เหตุดินยุบตัวที่บ้านปากเป่งเริ่มปรากฏขึ้นในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม และดินยังคงยุบตัวต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม ก่อให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถึง 25 เมตร ลึก 15 เมตร
วันที่ 21 ธันวาคม 2567 ดินท้องนาที่บ้านปากเบ่งก็เกิดยุบตัวลงไปอีกครั้ง ห่างจากจุดเดิมเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมประมาณ 7 เมตร ห่างจากบ้านเรือนประชาชน 800 เมตร จุดที่ดินยุบตัวใหม่ทำให้เกิดเป็นหลุมกว้างประมาณ 10 เมตร
แนวสำรวจด้วยคลื่นไหวสะเทือนแบบหักเห 2 แนว ยาวแนวละ 500 เมตร ลึก 500 เมตร เพื่อหาโครงสร้างของชั้นดินและหิน ในบริเวณที่ดินยุบตัวที่บ้านปากเป่ง เมืองท่าแขก ที่มาภาพ : หนังสือพิมพ์ลาวพัฒนา
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 คำเปี่ยน มะนีคำ หัวหน้าแผนกพลังงานและบ่อแร่ แขวงคำม่วน และจู เซียงลี่ รองผู้อำนวยการ บริษัทซิโน-อะกรี โปแตช นำคณะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าหาสาเหตุที่เกิดดินยุบตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2567
ทางการลาวและบริษัทซิโน-อะกรี โปแตช ได้จัดทีมเข้าไปเจาะสำรวจทางธรณีฟิสิกส์บริเวณที่เกิดดินยุบตัว ทำแนววัดค่าความต้านทานไฟฟ้า(Electrical Resistivity) วางเป็นตาข่ายไขว้กันผ่านจุดที่ดินยุบตัว รวม 6 แนว ยาวแนวละ 1,000 เมตร ลึกจากหน้าดิน 200 เมตร รวมถึงทำแนวสำรวจด้วยคลื่นไหวสะเทือนแบบหักเห(Seismic Refraction) 2 แนว ยาวแนวละ 500 เมตร ลึก 500 เมตร เพื่อหาโครงสร้างของชั้นดินและหิน
ต่อมาวันที่ 25 มีนาคม คำเปี่ยน มะนีคำ หัวหน้าแผนกพลังงานและบ่อแร่ แขวงคำม่วน ได้นำตัวแทนของบริษัทซิโน-อะกรี โปแตช ไปยังพื้นที่ซึ่งเกิดเหตุดินยุบตัวอีกครั้ง เพื่อดูความคืบหน้าการปรับผิวดินที่ยุบตัวให้กลับคืนสภาพเดิม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบเหตุยุบตัวของดินที่บ้านปากเป่งในวันที่ 3 และ 21 ธันวาคม 2567 ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร…
วันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่นครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการลงทุนแบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ อาเซียน-โปแตช สากล ขึ้น เพื่อดึงดูดนักลงทุนจีนให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้
นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ อาเซียน-โปแตช สากล เป็นกิจการในเครือบริษัทซิโน-อะกรี โปแตช ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,000 เฮคตา หรือ 12,500 ไร่ ที่บ้านดงใต้ เมืองท่าแขก ภายในตั้งเป้าให้เป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจากแร่โปแตชแบบครบวงจร รวมถึงโรงงานผลิตปุ๋ยเคมี
ในที่ประชุม มะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ได้ขึ้นกล่าวบนเวที มีเนื้อหาโดยสรุปว่า โปแตชไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรแร่ธาตุเท่านั้น แต่ยังเป็นสิทธิที่รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่ลำดับต้น และเป็นพื้นฐานของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของประเทศ
เป้าหมายของลาวไม่ได้ต้องการเพียงขุดค้นและส่งออกโปแตช แต่ยังต้องการเปลี่ยนทรัพยากรที่สำคัญ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สร้างการจ้างงาน เพิ่มรายรับ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และปรับปรุงสวัสดิการทางสังคมให้แก่ประเทศ
เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้กลายเป็นความจริง รัฐบาลลาวจึงได้ประกาศดำรัสว่าด้วยนิคมอุตสาหกรรมอาเซียน โปแตช ขึ้น โดยมอบสิทธิประโยชน์หลากหลายประการ แก่ผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้
…..
แต่ถัดมาเพียงไม่ถึง 1 เดือน เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่ลาวจะได้รับจากอุตสาหกรรมโปแตช ประชาชนลาว 4 ชีวิต ต้องสูญหายลงไปใต้ผืนดิน จากเหตุดินยุบตัวที่บ้านทุ่งมั่ง เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์…


