“ปลัดคลัง” แจงปม ‘บอร์ดการบินไทย’ ชง 10 ชื่อ ยันไม่ขี้เหร่-ไม่มีใบสั่ง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

“ปลัดคลัง” แจงปมเพิ่ม ‘บอร์ดการบินไทย’ จาก 11 เป็น 15 คน ชง 10 ชื่อ เสนอคณะกรรมการสรรหา ยันไม่ขี้เหร่-ไม่มีใบสั่งใคร

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการสรรหากรรมการชุดใหม่เพิ่มเติม จากจำนวน 11 คน เป็น 15 คน เตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ว่า ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่าในปีนี้ การบินไทยยังไม่เคยประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลย ที่ผ่านมาเป็นการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และครั้งนี้ก็จะเป็นการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งแรก ไม่ได้จัดเป็นครั้งที่ 2 ตามมีสื่อบางสำนักนำเสนอข่าว  นโยบายของกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจแน่นอน ยังเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ ที่มีระบบการตรวจสอบที่โปร่งใส  และในช่วงที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทย ก็จะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน

ถามว่า ทำไมต้องเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 11 คน เป็น 15 คน นายลวรณ ตอบว่า วันนี้การบินไทยมีกรรมการชุดย่อยบางชุดที่ตั้งไม่ได้ เพราะจำนวนกรรมการของบริษัทฯมีจำนวนไม่เพียงพอ อาทิ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ควรจะมี วันนี้ก็ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้ เพราะตามระเบียบข้อบังคับแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องเป็นกรรมการอิสระ เมื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไปแล้ว ก็จะเป็นกรรมการชุดอื่นอีกไม่ได้ เท่ากับกรรมการหายไปแล้ว 3 คน รวมประธานคณะกรรมการแล้ว ก็กลายเป็น 4 คน จากนั้นก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและค่าตอบแทนอีก 3 คน รวมเป็น 7 คน เราใช้กรรมการไปหมดแล้ว ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ตรงนี้คือข้อจำกัดของบริษัท และผู้บริหารของการบินไทยก็ทราบ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 11 เป็น 15 คน

“ผมว่าจำนวนกรรมการไม่ใช่ประเด็น แต่ถ้าเราเลือกกรรมการที่ดี เก่ง มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็น่าจะส่งผลดีต่อองค์กรมีคนเก่งมาช่วยกันบริหารจัดการขององค์กร ฉะนั้นเราอย่าไปตั้งแง่เลยว่าจะต้องมีกรรมการ 11 หรือ 15 คนเลย เพราะตราบใดที่ได้คนที่ดีจริง เก่งจริง ก็ไม่ใช่ปัญหา” นาลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวต่อว่า ล่าสุด ณ วันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังมีรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติ หรือ “Short List” ทั้งหมด 17 คน ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแค่ 10 คน ซึ่งทุกก็สามารถเสนอ Short List ได้ อย่างนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ก็เสนอรายชื่อมา 5 คน รวมทั้งผู้ที่ถือหุ้นเกิน 5% ก็สามารถเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาเป็นกรรมการได้ โดยจะต้องส่งไปให้คณะกรรมการสรรหา ฯของการบินไทยภายในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เพื่อพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม นำมาเปรียบเทียบกับ Skill Matrix ที่การบินไทยเคยทำการศึกษา เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท การบินไทยในวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ  

“วันนี้ก็ต้องให้เครดิตผู้บริหารแผนฟื้นฟู ซึ่งทำได้ดีมาก แต่คนที่ถูกลืม ไม่ได้เครดิต ก็คือ ผู้จัดทำแผน บางทีผมว่าอาจเก่งกว่าผู้บริหารแผนฯด้วยน่ะ เพราะเมื่อเขียนแผนฟื้นฟูกิจการขึ้นมา ก็ส่งให้ผู้บริหารแผนไปดำเนินการตามแผน ทำมากว่าแผนก็ไม่ได้ ทำน้อยกว่าแผนก็ไม่ได้ ต้องทำตามแผน จนทำให้การบินไทยประสบความสำเร็จออกจากแผนฟื้นฟูได้ก่อนกำหนด โดย Short List ที่กระทรวงการคลังส่งไป 10 คน ยืนยันว่าไม่ขี้เหร่ ในจำนวนนี้มีข้าราชการ 1 คน ที่เหลือ 9 คน เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมีความเชี่ยวชาญหลากหลาย บางคนเคยเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูรวมอยู่ในนั้นด้วย ยืนยันไม่มีนักการเมือง และไม่มีใบสั่งจากใคร รายชื่อที่ส่งไปเป็นนักธุรกิจที่มีความรู้ความสามารถมีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถแข่งขันกับสายการบินของต่างประเทศได้ ขอให้เปิดใจดูก่อน แต่สุดท้ายอาจไม่ได้รับคัดเลือกก็ได้ เพราะไม่ทราบว่าคณะกรรมการสรรหา หรือ บอร์ด จะเห็นด้วยหรือไม่” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “กระแสข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ไม่ได้ส่งผลดีต่อองค์กร ซึ่งสะท้อนจากราคาหุ้นที่ลดลง หากรักองค์กรจริงก็ควรจะมาช่วยกันปกป้ององค์กร ในห้องประชุมมีความเห็นแตกต่างกันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี มีความหลากหลาย ถกเถียงกันจนได้ในสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่เออออตามกันไปหมด แต่ไม่ควรนำออกมานอกห้องประชุม เพราะไม่ส่งผลดีกับองค์กร ยืนยันที่ผ่านมาอยู่ด้วยกับอย่างดี ไม่เคยไปล่วงลูกอะไรกับฝ่ายบริหาร”

ทั้งนี้ ในเวลา 12.55 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2568 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงข่าวตามที่ปรากฎในสื่อสาธารณะเกี่ยวกับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ดังนี้

สืบเนื่องจากกรณีที่มีข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ซึ่งเผยแพร่ในสื่อสาธารณะในช่วงที่ผ่านมานั้น บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงดังนี้

1. เพื่อเป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมาย และข้อบังคับกำหนดไว้ให้ครบถ้วน บริษัทฯ อยู่ในระหว่างการ เตรียมการสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ตามรูปแบบที่กำหนดในมาตรา 98 ของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัดฯ) และตามข้อ 32. ของข้อบังคับของบริษัทฯ ซึ่งจะต้องมีการเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งกรรมการ แทนกรรมการที่ออกตามวาระตามที่กำหนดไว้ในข้อ 39. ของข้อบังคับของบริษัทฯ ในการนี้ เพื่อให้เป็นไปตาม หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอ ระเบียบวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่บริษัทฯ กำหนด เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการของบริษัทฯ ในการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ รายละเอียดปรากฏตาม สารสนเทศซึ่งบริษัทฯ ได้เปิดเผยผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

2. ปัจจุบัน บริษัทฯ จึงอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาและสรรหาบุคคลที่มีความเหมาะสม เพื่อเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งอาจเป็นกรณีการเลือกตั้งกรรมการ ซึ่งครบวาระกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง หรือ อาจเป็นการเลือกตั้งบุคคลอื่น เพื่อเข้าเป็นกรรมการเข้าใหม่แทนที่กรรมการที่ครบวาระก็ได้

3. โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นสำคัญ บริษัทฯ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาด้วยว่า ควรจะมีระเบียบวาระการประชุมในเรื่องใดเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาด้วยหรือไม่

4. ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ ประจำปี 2568 และมีมติอนุมัติระเบียบวาระการประชุม สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จึงจะดำเนินการเปิดเผยวันประชุมผู้ถือหุ้น และระเบียบวาระการประชุมพร้อมกันผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามที่ข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยเรื่องการเปิดเผยสารสนเทศ และการปฏิบัติการใด ๆ ของบริษัทจดทะเบียนกำหนด ตลอดจนจัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้า ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดต่อไป

นอกจากนี้บริษัท ฯขอเรียนชี้แจงว่า ในการดำเนินการเตรียมการสำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 นั้น บริษัท ฯได้คำนึงถึงการปฏิบัติตามที่กฎหมาย (ทั้งในส่วน พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัดฯ และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม)) และข้อบังคับของบริษัท ฯกำหนดอย่างเคร่งครัด ตลอดจนคำนึงถึงหลักการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกรายตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และเพื่อไม่ให้เกิดการรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ กล่าวคือ เมื่อบริษัท ฯ ยังไม่ได้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ตามรูปแบบที่กำหนดใน พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดฯ และข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้มีสิทธิตัดสินใจในการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ครบวาระไปแล้ว โดยเป็นกรรมการบริษัท ฯ จำนวน 1 ใน 3 ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด และเป็นกรรมการบริษัท ฯ ครบ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ 6.ของกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งพิจารณาได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น และ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดฯ

ตลอดจนข้อบังคับของบริษัท ฯ จึงได้บัญญัติให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ครบวาระในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นด้วย ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีการดำเนินการเตรียมการสำหรับประชุมผู้ถือหุ้น ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้มีสิทธิตัดสินใจในการเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ครบวาระ ซึ่งเป็นเรื่องที่พึงต้องกระทำในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทฯ ตามข้อ 39. ของข้อบังคับของบริษัทฯ ประกอบกับมาตรา 71 และประกอบมาตรา 30 (3) ของ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดฯ โดยการดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับการหารือของบริษัท ฯ กับทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในเรื่องดังกล่าวที่ว่า ในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ฯ เป็นเรื่องการบริหารกิจการซึ่งเป็นดุลยพินิจของบริษัท ฯ ที่จะดำเนินการ โดยจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับกิจการที่พึงกระทำในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นว่าได้ดำเนินการครบถ้วนตามที่กฎหมาย และข้อบังคับของบริษัท ฯ กำหนดไว้แล้วหรือไม่ ตลอดจนคณะกรรมการบริษัท ฯจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และความระมัดระวัง รวมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับของบริษัทฯ ตามมาตรา 89/7 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ด้วย ลงชื่อนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)