บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ร่วมกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) ต่อยอดวิจัยนวัตกรรมสารสกัดกระชายดำบริสุทธิ์ เป็นผลิตภัณฑ์ B GOLDTM ช่วยชะลอวัย ส่งขายทั่วโลก โดยเตรียมทำสัญญากับผู้ประกอบการเครื่องสำอางจาก ฝรั่งเศส เกาหลี อินโดนีเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย นำสารสกัดกระชายดำพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตอบโจทย์ตลาดผู้สูงวัย
ด้วยปัจจุบันโลกเข้าสู่สัคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยอัตราการเกิดใหม่ของประชากรมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ในปี 2583 คนไทยจะมีอายุเฉลี่ย 70+ เพิ่มขึ้น 11.6 ล้านคน จาก 5.4 ล้านคนในปี 2563 โดยค่าเฉลี่ยอายุคนไทยจะเพิ่มเป็น 90 ปี ด้วยการที่คนไทยอายุยืนมากขึ้นทำให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามกลายเป็นที่ต้องการของทั่วโลก
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) ได้ร่วมกับภาคเอกชน บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS เปิดตัวความสำเร็จ การพัฒนาต่อยอดสมุนไพรไทย “กระชายดำ”จากงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกลุ่ม Active ingredients เพื่อสนับสนุนภาคเอกชน หนุนโมเดลเกษตรกรรมยั่งยืนในการสร้างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยสู่เวทีโลก

เช่น การต่อยอดสารสกัดกระชายดำ, นวัตกรรมชุดตรวจคัดกรอง ติดตามโรคไตเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน รวมไปถึง Digital Healthcare Platform, แพลตฟอร์มสนับสนุนการเข้าถึงสารสนเทศและการสื่อสารของคนพิการและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ สวทช. โดย นาโนเทคเองก็มีกลไกการขับเคลื่อนเพื่อการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐาน (R&D; infrastructure utilization) ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้บทบาท solution partner อีกด้วย
“ สวทช.ถือเป็นกำลังหลักของประเทศ ในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อสร้างการพัฒนาต่อยอดระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม ทำให้ประเทศพัฒนาก้าวกระโดด สอดรับกับวิสัยทัศน์ การเตรียมทัพกำลังคน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต เน้นการตอบโจทย์สำคัญของประเทศ สนับสนุนการวิจัยนวัตกรรมให้ภาคเอกชนสามารถแข่งขันได้” ดร.อุรชากล่าว

สมุนไพรไทยโอกาสการแข่งขันของประเทศ
ขณะที่ ดร.อุดม อัศวาภิรมย์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการห่อหุ้มระดับนาโน นาโนเทค สวทช. กล่าวถึงโอกาสในเชิงธุรกิจของสมุนไพรไทยว่า จากข้อมูลของสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการกรมส่งเสริมสินค้าระหว่างประเทศ สมุนไพรไทยที่พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ปี 2563 มีมูลค่า 45.99 พันล้านบาท ปี 2564 มีมูลค่า 48.10 พันล้านบาท ปี 2565 มีมูลค่า 52.10 พันล้านบาท ปี 2566 มีมูลค่า 56.94 พันล้านบาท และในปี 2567 เพิ่มมากขึ้นถึง 1 แสนล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด คือ อาหารเสริมพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้รักษา อาการไอ หวัด แพ้อากาศ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั่วไป
“แม้ว่ามูลค่าการตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะสูงแต่ไทยยังขาดดุล มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาหาร สารสกัดสมุนไพร น้ำมันหอมระเหยจากต่างประเทศจำนวนมากกว่าเทียบกับการส่งออกสมุนไพรไทย ยังมีจำนวนน้อย ดังนั้นเราเห็นว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยังมีโอกาสการเติบโตอีกจำนวนมาก จึงได้ร่วมกับเอกชนในการพัฒนาพืชสมุนไพรไทยเพื่อพัฒนาไปสู่ ผลิตภัณฑ์ อาหาร ผลิตภัณฑ์ความงาม และยารักษาโรคในอนาคต” ดร.อุดมกล่าว
ดร.อุดม กล่าวว่า ด้วยการมุ่งพัฒนานวัตกรรมการผลิตสารสกัดเพิ่มมูลค่าเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและความงามอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็น 1 ใน BCG Implementation ของ สวทช. โดยได้พัฒนาเพิ่มมูลค่าสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรนำร่อง 3 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ บัวบก และกะเพรา เพื่อตอบโจทย์เกษตรกรผู้ปลูก เอกชนผู้ผลิต-จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และผลักดันให้เกิด “Hub of Thai Herbal Extract” ในการส่งเสริมพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและคว้าโอกาสตลาดสมุนไพรให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

“กระชายดำ” (Kaempferia parviflora) ถูกนำมาเป็นยาบำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะทำให้แข็งแรง แก้ปวดเมื่อย และอาการเหนื่อยล้า และยังมีฤทธิ์ทางเภสัชกรรมมากมาย เช่น ฤทธิ์ต้านการอักเสบ สมานแผลในกระเพาะอาหาร ขยายหลอดเลือดและต้านจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร และยังเพิ่มการไหลเวียนในโลหิตได้ด้วย การเติบโตจากแนวโน้มของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น จึงนำมาสู่แนวคิดในการวิจัยพัฒนาสารสกัดกระชายดำมาตรฐาน (Standardized Extract) รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสุขภาพ เพื่อการยับยั้งกระบวนการแก่ของเซลล์ (anti-aging) เพื่อการผลักดันเป็น Thailand herbal champion อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากบัวบก มีสารที่เรียกว่าลดการอักเสบ และช่วยชะลอการอักเสบ และ มีสารที่ชะความแก่ได้ จึงสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ ลดการอักเสบ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงช่องปาก และผลิตภัณฑ์ ความงาม และผลิตภัณฑ์ชะลอวัยได้
ส่วนสารสกัดจากกะเพรา สามารถพัฒนาเป็นสารแต่งกลิ่นกะเพราเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารสุขและในกะเพรามีสารที่ช่วยลดความเครียด สามารถพัฒนามาเป็นอาหารเสริมลดเครียดได้

จากงานวิจัยสารสกัดกระชายดำ สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ด้าน รศ. ดร. พรรณวิภา กฤษฎาพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS กล่าวว่า บริษัทฯได้ร่วมมือกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) ในการพัฒนา “B GOLDTM” สารสกัดกระชายดำบริสุทธิ์ที่มีปริมาณฟลาโวนอยด์สูงสุดในรูปแบบอนุภาคขนาดนาโน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
สำหรับ B GOLDTM เป็นสารออกฤทธิ์สีเหลืองทอง (Liquid gold particles) ที่ได้จากกระบวนการสกัดแบบพิเศษโดยใช้เทคโนโลยีนาโน เพื่อช่วยคงคุณค่าของสารออกฤทธิ์สำคัญกลุ่มฟลาโวนอยด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน และอนุภาคขนาดนาโนของ B GOLDTM ยังช่วยทำให้สารออกฤทธิ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่าสารสกัดทั่วไป

B GOLDTM ที่เป็นสารสกัดจากกระขายดำ ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกที่มีความปลอดภัย และพบมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ป้องกันเซลล์ผิวจากความเสียหาย 35.3-56.9% ปกป้องการทำลาย DNA อันเป็นสาเหตุนำมาสู่อนุมูลอิสระซึ่งทำให้เกิดความชราได้ 44.6% และช่วยลดเลือนริ้วรอยหมองคล้ำ รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน 48-50%
นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีนาโนขั้นสูง ทำให้ B GOLDTM มีความเสถียรสูง ทำให้สามารถเก็บรักษาได้นาน รวมทั้งยังมีปริมาณฟลาโวนอยด์สูงสุด ส่งผลให้ B GOLDTM มีประสิทธิภาพสูงกว่าสารสกัดทั่วไป ผ่านการวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากศูนย์นาโนเทค ทำให้สามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัยและคุณภาพ รวมถึงยังมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับมูลค่าของกระชายดำไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของประเทศอีกด้วย

ยกกระชายดำไทยเทียบเท่าโสมเกาหลี
ขณะที่ ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SNPS กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกนำเอากระชายดำมาวิจัยต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ B GOLDTM เนื่องจากสารสกัดของกระชายดำในประเทศไทย มีความเข้มข้นสูงในการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ เทียบเท่ากับโสมเกาหลี
นอกจากนี้ กระชายดำยังเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรมูลค่าสูง ส่งผลถึงการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และในปัจจุบัน SNPS อยู่ระหว่างลงนามสัญญาทางการค้ากับบริษัทชั้นนำระดับโลกในหลากหลายประเทศเพื่อส่งมอบ B GOLDTM สู่ผู้ผลิตเครื่องสำอางและเวชสำอาง อาทิ ประเทศฝรั่งเศส เกาหลี อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย สหราชอาณาจักร เยอรมัน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ทั้งนี้จากการขยายตลาด B GOLDTM ไปในต่างประเทศ ทำให้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งการพัฒนา B GOLDTM ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ BCG ของประเทศ ที่เน้นถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติคุณภาพสูง

สำหรับ บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้วิจัย และส่งมอบสารออกฤทธิ์มาตรฐานจากธรรมชาติและสมุนไพรไทย (API:Active Phyto-Innovention) กว่า 24 ปีสำหรับอุตสาหกรรมเวชสำอาง (Cosmeceuticals) อาหารเพื่อสุขภาพ (Neutraceuticals), เครื่องดื่ม (Functional beverage), ผลิตภัณฑ์ยา (Herbaceuticals) และส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพผิวพรรณ (Natural additives) และเป็นผู้นำในการสกัดสารสกัดมาตรฐานสมุนไพรไทย (Standardized Herbal Extract) ที่มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานการผลิต ทำให้สามารถกำหนดปริมาณสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ให้มีความเสถียร ทำให้วัตถุดิบจาก SNPS มีคุณภาพระดับสากล สามารถนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรมหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องดื่มสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร และ น้ำมันสกัดและน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรด้วยเครื่องมืออันทันสมัย และการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด สร้างมาจากพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน