
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) ได้ตัดสินใจมอบรางวัล Sveriges Riksbank Prize หรือ รางวัลโนเบล (Nobel Prize) ในสาขาเศรษฐศาสตร์เพื่อรำลึกถึงอัลเฟรด โนเบล ประจำปี 2026 ให้แก่ โรเบิร์ต อี. ฮอลล์ (Robert E. Hall) และ ไมเคิล วูดฟอร์ด (Michael Woodford) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน จากผลงานการพัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยให้รัฐบาลและธนาคารกลางสามารถรับมือกับสภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจได้
ราชอาณาจักรบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (The Royal Swedish Academy of Sciences) ได้ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัล ณ กรุงสตอกโฮล์ม โดยระบุว่าทั้งสองได้รับเกียรติครั้งนี้ “มีส่วนช่วยให้เราสามารถลดความผันผวนของวัฏจักรเศรษฐกิจให้ราบรื่นยิ่งขึ้น”
โรเบิร์ต อี. ฮอลล์ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1943 ที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1967 จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ไมเคิล วูดฟอร์ด เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1955 ที่เมืองชิโคพี รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1983 จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ทั้งคู่จะได้รับเงินรางวัล 12 ล้านโครนสวีเดน โดยจะแบ่งเท่ากัน
เว็บไซต์ราชอาณาจักรบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนระบุว่า โรเบิร์ต อี. ฮอลล์ และ ไมเคิล วูดฟอร์ด ได้พัฒนาแบบจำลองเศรษฐศาสตร์มหภาครูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินนโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแบบจำลองเหล่านี้ การดำเนินนโยบายการเงินและการคลังที่ถูกจังหวะเวลาจะสามารถช่วยลดความผันผวน (ช่วงขึ้นลง) ของระบบเศรษฐกิจได้

ระบบเศรษฐกิจมีลักษณะเฉพาะคือการขึ้นและลงสลับสับเปลี่ยนกัน นับตั้งแต่ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes) นักเศรษฐศาสตร์ได้เสนอทฤษฎีของตนเองเมื่อเกือบศตวรรษก่อน นโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับความผันผวนเหล่านี้ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย เศรษฐกิจจะได้รับการกระตุ้นด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและการเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ ในทางกลับกัน ควรทำสิ่งตรงกันข้ามเพื่อชะลอเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต ร้อนแรงเกินไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวิกฤตการณ์น้ำมันในทศวรรษ 1970 ดูเหมือนว่าแบบจำลองตามแนวคิดแบบเคนส์ (Keynesian models) ที่กำหนดว่าควรดำเนินมาตรการเมื่อใดและอย่างไรนั้นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป มาตรการเหล่านั้นไม่ได้ช่วยลดการว่างงาน แต่กลับนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมไม่ได้ โลกตะวันตกต้องเผชิญกับทศวรรษแห่งการเติบโตต่ำ การว่างงานสูง และเงินเฟ้อสูง จนหลายคนเชื่อว่านโยบายรักษาเสถียรภาพสร้างผลเสียมากกว่าผลดี และควรถูกยกเลิกไป

โรเบิร์ต อี. ฮอลล์ และ ไมเคิล วูดฟอร์ด ได้รับรางวัลสาขาวิทยาการเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้จากการแสดงให้เห็นว่า สามารถสร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ขึ้นมาใหม่เพื่อฟื้นนโยบายรักษาเสถียรภาพได้ แทนที่จะสร้างแบบจำลองโดยอิงจากความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างตัวแปรทางเศรษฐศาสตร์มหภาค เช่น เงินเฟ้อ ผลผลิต และการบริโภค กลับเลือกที่จะสร้างแบบจำลองเหล่านั้นบนรากฐานทางเศรษฐศาสตร์จุลภาค ซึ่งครอบคลุมถึงความเข้าใจถึงพฤติกรรมและการกระทำของครัวเรือนและภาคธุรกิจแต่ละรายในภาพรวมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ
ซึ่งเป็น”การวางรากฐานทางเศรษฐศาสตร์จุลภาคเพื่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐศาสตร์มหภาค”
องค์ประกอบสำคัญในแบบจำลองเหล่านี้คือ ครัวเรือนและภาคธุรกิจมีการมองไปข้างหน้า (Forward-looking) เมื่อต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการออมหรือราคาผลิตภัณฑ์ เมื่อรัฐบาลและธนาคารกลางสื่อสารแผนนโยบายทางเศรษฐกิจของตน ก็จะสามารถส่งอิทธิพลต่อมุมมองต่ออนาคตนี้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ นับตั้งแต่มีการนำแบบจำลองรูปแบบใหม่มาใช้ ได้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ส่งผลกระทบต่อพวกเรา
“ผลงานของผู้ได้รับรางวัลช่วยให้เรามีรากฐานทางทฤษฎีที่มั่นคงสำหรับแบบจำลองที่ธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลกใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้เรามีความพร้อมดีขึ้นในการรับมือกับความผันผวนรุนแรง (Shocks) ทางเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตการณ์พลังงาน หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของการบริโภคในภาคครัวเรือน” จอห์น ฮัสสเลอร์ (John Hassler) ประธานคณะกรรมการรางวัลสาขาวิทยาการเศรษฐศาสตร์กล่าว
อ่าน Popular science background: Microfoundations deliver macro insights (pdf)



