เครือข่ายประชาสังคมบุกสภาฯค้านแก้ กม.ยกเลิก Earmarked Tax “อภิสิทธิ์” แนะแก้เฉพาะที่มีปัญหา-ไม่ใช่ทำลายระบบ

เครือข่ายภาคประชาสังคมบุกสภาฯ ยื่นหนังสือคัดค้านแก้ 4 ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกภาษีบาป “อภิสิทธิ์” ย้ำจุดยืน ปชป.หนุน “สสส.-ไทยพีบีเอส” ป้องกันการเมืองแทรกแซง แนะแก้เฉพาะปมที่เป็นปัญหา-ไม่ใช่ทำลายระบบ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาสังคม นำโดยกลุ่มแรงงานในระบบ นอกระบบ ไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็ก และกลุ่มสตรี เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน และขอให้ช่วยยับยั้งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งมีสาระสำคัญในการยกเลิกการจัดเก็บ “เงินบำรุงกองทุน” จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุรา (ภาษีบาป) เข้ากองทุนโดยตรง ณ ห้องแถลงข่าว รัฐสภา

โดยตัวแทนภาคประชาสังคม ระบุว่า การเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวได้อ้างเรื่องวินัยการเงินการคลัง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของงบประมาณ 4 กองทุนหลัก อันได้แก่ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนไทยพีบีเอส (Thai PBS) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองทุนผู้สูงอายุ

กลุ่มตัวแทนฯ กล่าวย้ำว่า เงินสนับสนุนจากกองทุนเหล่านี้มีความสำคัญต่อการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน การคุ้มครองสตรีจากความรุนแรง รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้คนชายขอบ และผู้ด้อยโอกาส ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนระบบให้กองทุนต้องไปขอรับงบประมาณรายปีผ่านรัฐบาล จะเป็นการทำลายความเป็นอิสระขององค์กร และเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง หรือ คุมทิศทางของสื่อสาธารณะและภาคประชาชนได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดในการสนับสนุนระบบการจัดสรรเงินภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) ให้กับองค์กรอย่าง สสส. และ Thai PBS เพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงิน และเป็นอิสระจากการเมือง

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงระบบที่จะบังคับให้ สสส. และ Thai PBS ต้องกลับไปขอจัดสรรงบประมาณประจำปีเหมือนหน่วยงานราชการทั่วไป เพราะความเป็นอิสระคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ และการทำหน้าที่สื่อสาธารณะที่สามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า แม้การบริหารงานของ สสส. และ Thai PBS อาจยังมีข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แต่การแก้ปัญหาควรทำในระดับการบริหารจัดการ ไม่ใช่การทำลายระบบรายได้ที่เป็นหลักประกันความเป็นอิสระ ส่วนอีก 2 กองทุน (กีฬาและผู้สูงอายุ) อยู่ระหว่างการหารือถึงความจำเป็น ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมมือกับภาคประชาชนในการติดตามขั้นตอนทางสภา เพื่อรักษาหลักการสำคัญนี้ไว้อย่างเต็มที่