เรื่องเล่าจากลุงหมีปุ๊( 99)… ปลูกพืชสวนครัว

ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์

เมื่อปลายปีที่แล้วลุงหมีไปเยี่ยมบ้านลูกสาวที่อเมริกา ตอนอยู่ที่นั่นแม่บ้านนักจัดสวนก็ช่วยลูกสาวทำอาหารประจำวันด้วย โดยบางชนิดก็เป็นอาหารไทยซึ่งต้องใช้พืชผักและสมุนไพรของไทยเป็นเครื่องปรุง แม่บ้านนึกสนุกขึ้นมาจึงตัดก้านและรากพืชสวนครัวบางชนิดมาปักชำไว้ให้เป็นต้นโตจนลูกสาวนำมาใช้ปรุงอาหารต่อไปได้

ในรูปแรกจะเห็นกระถางใส่ต้นชำของพืชสามชนิด คือ ต้นหอม ( ทำไว้สองกระถาง กระถางหนึ่งทดลองใส่ฟางหญ้าไว้กระตุ้นการเติบโต) ผักcelery ( ชื่อไทยคือ คื่นช่ายหรือขึ้นฉ่าย) และต้นโหระพาซึ่งลูกสาวปลูกไว้อยู่แล้ว แต่แม่บ้านตัดก้านของบางต้นมาปักชำเป็นกระถางใหม่โดยใส่เปลือกไข่ไก่บดเป็นปุ๋ยไว้ด้วย

ช่วงที่เริ่มปลูกพืชสวนครัวสามชนิดนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง ( fall) อากาศเย็นสบาย ในช่วงเช้าแม่บ้านก็นำกระถางปลูกพืชมาวางไว้บนโต๊ะตรงระเบียงข้างห้องครัวเพื่อให้รับแดด ส่วนตอนบ่ายก็นำกระถางมาวางใต๊ะโต๊ะเพื่อไม่ให้รับความร้อนมากเกินไป

ภายในเวลาสองอาทิตย์ต้นชำทั้งหลายก็ออกก้านออกใบให้เห็นว่าเติบโตได้แล้ว ลูกสาวจึงสามารถใช้พืชเหล่านี้มาทำอาหารได้จนถึงฤดูหนาว เมื่อมีหิมะตกและอากาศหนาวเย็นทำให้พืชเหล่านี้อยู่ไม่ได้ ต้องรอจนถึงฤดูใบไม้ผลิ( spring) จึงกลับมาปลูกพืชสวนครัวเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อกลับจากอเมริกามาอยู่ที่บ้านเมืองไทย แม่บ้านยังสนุกกับการปลูกพืชสวนครัวอยู่ จึงดัดแปลงลานโรงรถบริเวณใกล้รั้วให้เป็นที่ปลูกต้นถั่วฝักยาว โดยวางกระบะไม้บรรจุดินปลูกพืชไว้ริมรั้ว แล้วขึงตาข่ายให้ต้นถั่วผักยาวเติบโตเลื้อยขึ้นที่สูงได้ ต้นถั่วฝักยาวเป็นพืชเลี้ยงง่าย ภายในเวลาหนึ่งเดือนต้นถั่วที่เลี้ยงไว้ก็แผ่ขยายไปเต็มตาข่ายจนถึงด้านบนของรั้วบ้าน ช่วยให้ที่บ้านลุงหมีมีถั่วฝักยาวเก็บกินได้เองโดยไม่ต้องไปซื้อจากตลาดสด ในรูปที่แสดงไว้ หากขยายรูปบริเวณด้านบนของตาข่ายจะเห็นฝักถั่วห้อยลงมาเห็นได้ชัด

หลังจากเริ่มปลูกต้นถั่วฝักยาวได้สักสามเดือน ก็สังเกตเห็นว่าต้นถั่วหยุดเติบโตและบางต้นเริ่มมีอาการเหี่ยวเฉา ลุงหมีมีแฟนคลับเป็นนักเทคโนโลยีการเกษตรที่มีห้องแลบวิจัยคุณภาพของดิน จึงจัดส่งตัวอย่างดินที่ใช้ปลูกต้นถั่วไปให้เขาช่วยวิเคราะห์สภาพของดินให้ ผลปรากฏว่าดินที่ใช้ไม่เหมาะกับการปลูกต้นถั่ว ทำให้ต้นไม้หยุดเจริญเติบโตแบบที่เห็น

แม่บ้านของลุงหมีจึงรื้อต้นถั่วออก แล้วใช้กะบะดินเดิมกับตาข่ายให้พืชไต่เลื้อยปลูกต้นแตงกวาแทนที่ ปรากฏผลว่าต้นแตงกวาก็เติบโตเร็วมาก มองหนาแน่นกว่าต้นถั่วฝักยาวเสียอีก เข้าไปดูใกล้ๆจะเห็นลูกแตงกวางอกออกมาโดยตรงปลายมี ดอกสีเหลืองสดใส

ผู้อ่านที่ช่างสังเกตเมื่อมองรูปต้นถั่วฝักยาวเปรียบเทียบกับรูปต้นแตงกวาแล้ว จะเห็นทันทีว่าต้นแตงกวามีความสูงเพียงครึ่งหนึ่งของต้นถั่วฝักยาวเท่านั้น คำอธิบายคือ คนสวนตัวจริงได้ตัดตาข่ายออกครึ่งหนึ่งโดยให้เหตุผลว่าแนวปลูกต้นถั่วเดิมสูงเกินไปทำให้เขาต้องหาที่ปีนไปเก็บผลมากิน

ที่บ้านลุงหมีนิยมนำวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์อื่นเสมอ ( หลักการ reuse) คนสวนจึงนำตาข่ายที่ตัดออกไปใช้ที่แปลงปลูกถั่วฝักยาวเตี้ยที่เขาทำไว้เองก่อนแล้ว ( เป็นพันธุ์ที่ขนาดฝักไม่ยาวมากเท่าชนิดที่ลุงหมีเล่าถึงก่อนหน้า)

แปลงปลูกถั่วฝักยาวเตี้ยนั้นสร้างเป็นโครงไม้ไผ่ขัดกันในลักษณะนั่งร้าน ต้นถั่วจึงเลื้อยไปในแนวนอน มองเห็นต้นถั่วที่ใกล้พื้นดินมีดอกเล็กๆสีม่วงเพิ่มความงาม คนสวนได้เอาตาข่ายที่ตัดออกจากที่เดิมมาเติมเป็นแนวเลื้อยที่สองของต้นถั่วคือแนวตั้งที่สูงมากนัก ทำให้แปลงถั่วปัจจุบันดูหนาแน่นกว่าเดิมมาก

ที่บ้านลุงหมียังมีพืชสวนครัวอีกชนิดหนึ่งซึ่งปลูกไว้นานแล้ว คือต้นมะนาว ตำแหน่งอยู่ที่บริเวณติดกับที่ปลูกต้นถั่วฝักยาวและต้นแตงกวา ต้นมะนาวนี้ออกลูกดกมาก ดังเช่นในรูปจะเห็นมะนาวหกลูกอยู่ติดกันบนต้นมุมหนึ่ง ที่ใต้ต้นมะนาวนี้จะมีลูกมะนาวหล่นลงมาให้เห็นอยู่เสมอ

แม่บ้านลุงหมีมักจะเดินไปเก็บผักผลไม้ที่ปลูกไว้มาใช้ปรุงอาหารอยู่เสมอ ดังเช่น ในรูปตะกร้าใส่พืชผักที่เก็บมาได้จะเห็นถั่วฝักยาว แตงกวาและมะนาว

ขอปิดท้ายข้อเขียนนี้ด้วยเรื่องเล่าเบาๆ คือ ตอนที่ลุงหมีมองเห็นต้นถั่วฝักยาวที่บ้านเติบโตเลื้อยขึ้นที่สูงภายในเวลาไม่นานนั้น ทำให้นึกถึงนิทานพื้นบ้านของอังกฤษอายุเก่าแก่ 300 ปีซึ่งลุงหมีเคยอ่านเรื่องแปลตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ชื่อว่าแจ็คกับต้นถั่ว ( jack and the beanstock) แต่คนไทยมักเรียกกันว่าเรื่องแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ดังนี้

แจ็คเป็นเด็กหนุ่มที่ได้เม็ดถั่ววิเศษมา จึงนำมาปลูกจนกลายเป็นต้นถั่วขนาดใหญ่ที่เลื้อยสูงไปถึงก้อนเมฆ แจ็คปีนต้นถั่วขึ้นไปเพื่อดูว่ายอดต้นเลื้อยสูงเพียงใด ก็ได้พบปราสาทของยักษ์ แจ็คอุ้มเอาแม่ไก่ที่ออกไข่ทองคำของยักษ์ไต่ต้นถั่วกลับบ้าน เมื่อย้กษ์พบว่าแม่ไก่ถูกลักขโมยไปก็รีบปีนลงมาตามลำต้นถั่ว แจ็คจึงใช้ขวานฟันโคนต้นถั่วให้ล้มลง ยักษ์จึงตกต้นไม้ตาย ภาพปกหนังสือเล่าเรื่องนี้ 2 เล่มฉายภาพประกอบตามเรื่องราวที่ลุงหมีสรุปไว้