รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินา อังกฤษทำได้สำเร็จ ที่ป้องกันไม่ให้ ลีโอเนล เมสซี่ ยิ่งประตูได้ ขณะที่ในการแข่งขันที่ผ่านมา ทีมจากแอลจีเรีย ออสเตรีย จอร์แดน เคปเวิร์ด และอียิปต์ ล้มเหลวในจุดนี้ อังกฤษตามประกบตัวและสร้างแรงกดดัน ให้เมสซี่ออกจากพื้นที่บริเวณกรอบหน้าประตู ให้ไปอยู่ทางปีกขวาของสนาม
แล้วอังกฤษก็ค้นพบความจริงขึ้นมาว่า การยิงประตูไม่ใช่ความสามารถเพียงอย่างเดียวของเมสซี่ แต่เมสซี่ยังมีความสามารถในการสร้างโอกาสการทำประตู ที่ภาษาฟุตบอลเรียกว่า assist ในนาทีที่ 85 จากปีกด้านขวา เมสซี่ช่วยทำให้อาร์เจนตินาได้ประตูที่ 1 และนาทีที่ 90+2 ช่วยให้ได้ประตูที่ 2 ส่งผลให้ทีมอังกฤษเดินทางกลับประเทศ
คำถามใครคือนักฟุตบอลยิ่งใหญ่จบลงแล้ว
บทความของ New York Times ชื่อ Has Lionel Messi ended GOAT debate? กล่าวว่า หากเรายังคิดว่า เมสซี่ไม่ใช่นักฟุตบอลยิ่งใหญ่ในสุดในประวัตศาสตร์ ยังจะต้องมีอะไรมาโน้มน้าวเราอีก หรือว่ารอเมสซี่นำทีมอาร์เจนตินาชนะสเปน กลายเป็นทีมที่ชนะฟุตบอลโลก ติดต่อกันสองครั้งในรอบ 64 ปี หรือรอการพิสูจน์ที่เมสซี่ยิงประตูในรอบชิงชนะเลิศ
อาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษ เป็นหนักฐานที่พิสูจน์ว่า ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเมสซี่ ทีมคู่แข่งอาจพยายามยับยั้งเมสซี่ไม่ให้ทำประตู ในหลายเกมการแข่งขัน ทีมคู่แข่งก็สามารถยังยั้ง โดยใช้ผู้เล่นหลายคนปิดล้อมเมสซี่
แต่หลายครั้ง เมสซี่ก็หาทางออกจนได้ ในการแข่งขันกับอียิปต์ที่นำอยู่ 2 ประตู และเหลือเวลาแค่ 11 นาที เมสซี่สามารถนำทีมเอาชนะได้ 3 ต่อ 2 ชัยชนะต่ออังกฤษก็เหมือนกัน เมื่อนำอยู่ 1 ประตูแล้ว อังกฤษหันมาใช้ยุทธวิธีการป้องกันการเสียประตู แทนการบุกยิงประตูมากขึ้น Lionel Scaloni โค้ชอาร์เจนตินากล่าวว่า เคยคิดว่าเกมเล่นที่กับอียิปต์สุดยอดแล้ว แต่เกมที่เล่นกับอังกฤษสุดยอดมากกว่า
ยุทธวิธีของอังกฤษที่ป้องกันไม่ให้เมสซี่ มีโอกาสเล่นลูกในบริเวณเขตลูกโทษ กลับทำให้เมสซี่มีพื้นที่การเล่นมากขึ้นในเขตนอกกรอบลูกโทษ คนทั่วไปอาจวิจารณ์ยุทธวิธีของ Thomas Tuchel หัวหน้าโค้ชทีมอังกฤษ เมื่ออังกฤษเป็นฝ่ายนำ 1 ประตู เขาจึงหันมาใช้ยุทธวิธีป้องกันการเสียประตู แต่คนทั่วไปไม่สามารถวิจารณ์อังกฤษได้เลย ที่เมสซี่ใช้ความสามารถนำทีมอาร์เจนตินาเอาชนะอังกฤษจนได้
จุดเริ่มต้นจากครอบครัวต่ำต้อย
หนังสือ Messi Mania เขียนถึงความเป็นมาของเมสซี่ว่า เรื่องราวเริ่มต้นของเมสซี่ เกิดขึ้นที่เมือง Rosario ในอาร์เจนตินา เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงบัวโนสไอเรส 272 กม. เมสซี่เกิดเมื่อ 24 มิถุนายน 1987 เมือง Rosario มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตของอาร์เจนตินา ในสงครามเอกราชในปี 1812 เพื่อเป็นอิสระจากสเปน ธงชาติอาร์เจนตินาถูกยกขึ้นมาครั้งแรกที่เมือง Rosario ทั้ง Rosario และเมสซี่ จึงมีลักษณะการเห็นคุณค่าของตัวเอง (self-respect) ไม่ต้องการให้คนอื่นผิดหวังในคุณค่านี้ สิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นเรื่องราวของเมสซี่
หนังสือ Messi Mania กล่าวว่า Rosario มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของเมสซี่ เป็นสิ่งแรกที่กำหนดอัตลักษณ์ของตัวเมสซี่ ทำให้สำเนียงการพูดของเมสซี่ มีลักษณะเฉพาะ แม้ว่าเมื่อมีอายุได้ 13 ปี ตัวเขาจะย้ายมาอยู่ที่บาร์เซโลนา สเปน ที่ Rosario เมสซี่ได้พบคนที่ต่อมาเขาได้แต่งงานด้วยคือ Antonela
เมือง Rosario ไม่ใช่แค่เมืองที่รักในฟุตบอล แต่ตัวเมืองคือฟุตบอล เหมือนเมืองอื่นๆของอาร์เจนตินา ทุกครั้งที่อาร์เจนตินาลงแข่งขันในฟุตบอลโลก ทุกระเบียงบ้านจะแขวนธงชาติอาร์เจนตินา ณ เวลานั้น อาร์เจนตินาไม่มีระบบชนชั้น ไม่มีคนรวยหรือคนจน มีแต่ความฝันร่วมกันในชัยชนะของคนในประเทศ
เมสซี่เป็นลูกคนที่ 3 จากทั้งหมด 4 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่สถานีรถไฟเก่าชื่อ La Bajada แหล่งอาศัยของคนใช้แรงงาน บ้านพักมีลักษณะเรียบง่าย มีสองห้องนอน เขต La Bajada ทำให้เมสซี่ได้เรียนรู้และรักฟุตบอล ไม่ไกลจากบ้านมีสโมสรฟุตบอลชื่อ Club Grandoli ที่เมสซี่เข้าร่วมเมื่ออายุ 5 ขวบ
ที่สโมสร Club Grandoli ผู้คนได้เห็นอัจฉริยะครั้งแรกของเมสซี่ ครั้งหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนของสโมสร เมสซี่ได้ไปดูกับป้า เพราะพี่ชายลงเล่นในเกมฟุตบอล 7 คน เมสซี่รู้ตัวดีว่าอายุน้อยกว่าคนอื่น แต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน นักฟุตบอลของ Grandoli ขาดไปคนหนึ่ง ป้าของเมสซี่ขอโค้ชให้เมสซี่ลงเล่นแทน เมสซี่ตัวเล็กกว่าคนอื่น เสื้อที่ใส่ก็ใหญ่เกินตัว เมสซี่ถูกวางตัวให้เล่นตำแหน่งปีกขวา เพื่อที่ป้าเขาจะได้ดูแลอย่างใกล้ชิด หากเกิดบาดเจ็บขึ้นมา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลายเป็นตำนานโด่งดังของเมสซี่ แม้ตัวจะเล็กกว่าคนอื่น แต่เมื่อจับลูกบอลได้ เมสซี่กลายเป็นเป็นยักษ์ใหญ่ทันที เพราะรู้ว่าจะเล่นต่ออย่างไร เหมือนนักดนตรีหยิบเครื่องเล่นดนตรีขึ้นมา ในเกมฟุตบอลเยาวชนครั้งนั้น เมสซี่เลี้ยงลูกผ่านคู่แข่งหลายคน และยิงประตูได้งดงาม และยังทำประตูได้อีกลูกหนึ่ง คนเมือง Rosario รู้ทันทีว่า นับจากนี้ต่อไป ฟุตบอลที่ถูกเรียกว่า beautiful game จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
อัจฉริยะการยิงลูก “ฟรีคิก”
หนังสือ Messi Mania กล่าวว่า เมสซี่เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล ที่ทำประตูมากที่สุดจากการยิงลูกฟรีคิก (free kick) ฟรีคิกคือลูกเตะโทษ เมื่อมีการฟาวล์เกิดขึ้น โดยผู้เล่นสามารถเตะลูกบอลได้ทันที โดยไม่มีผู้เล่นฝ่ายรับมาขวาง ในระยะที่กำหนด สไตล์การยิงลูกฟรีคิกของเมสซี่ ถนัดยิงจากมุมด้านขวาของเส้นกรอบประตู เพราะเมสซี่ถนัดซ้าย ทำให้สามารถยิงประตูเป็นลูกโค้งที่แรงและแม่นยำ
แต่เมสซี่มักไม่ค่อยมีโอกาสที่จะยิงจากกมุมขวา แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เทคนิกการยิงฟรีคิกที่เป็นลูกโค้งของเมสซี่ สามารถยิงจากมุมไหนก็ได้ ในปี 2018 การแข่งขันระหว่างบาร์เซโลนากับกับลิเวอร์พูล เมสซี่ยิงฟรีคิกเข้าประตู จากจุดตรงกลางนอกกรอบประตู โดย Jurgen Klopp ผู้จัดการลิเวอร์พูลยังหาทางป้องกันไม่ได้เลย ได้แต่ยิ้มเมื่อลูกเข้าประตูไปแล้ว
ความยิ่งใหญ่ที่มาจากมานะพยายาม
บทสรุปของหนังสือ Messi Mania กล่าวว่า ความสำเร็จของเมสซี่สามารถกลายเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงดลใจแก่คนเรา ในสิ่งที่เราไม่คิดว่าเป็นไปได้ นอกเหนือจากเรื่องราวความสำเร็จของคนๆหนึ่ง ที่ยังบรรลุความสำเร็จอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
ความสำเร็จของเมสซี่อาจมีลักษณะเป็นความมหัศจรรย์แบบเฉพาะตัว การมีทักษะที่ไม่มีใครไม่ยอมรับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากความมุ่งมั่นของตัวเมสซี ที่จะทุ่มเททำงานอย่างหนัก และการไม่ยอมแพ้ เรื่องราวของเมสซี่เป็นเรื่องราวของคนที่มีจุดอ่อน มีความเสียเปรียบ และมักถูกมองข้าม เพราะเป็นคนรูปร่างเตี้ยเกินไป และเป็นคนพูดน้อย
การเป็นคนอพยพจากบ้านเกิดไปยุโรป เพื่อแสวงหาโอกาส การสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมทีมและโค้ช ทำให้เมสซี่สามารถเอาชนะอุปสรรคจต่างๆ เมสซี่ไม่ได้ประสบความยิ่งใหญ่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ที่เขาเองก็ยอมรับในสิ่งนี้
เรื่องราวของเมสซี่ทำให้คนเราตระหนักว่า อะไรก็เป็นเรื่องเป็นไปได้ในชีวิตคนเรา แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น หากปราศจากการทุ่มเท การปรับตัว การฟื้นตัว และการเติบโต เมื่อเผชิญปัญหาท้าทายหรือแรงกดดัน (resilience) ปัญหาท้าทายจะอยู่ในเส้นทางของเรา แต่อย่าปล่อยให้สิ่งนี้มาทำให้เราหมดกำลังใจ หากคนเราตั้งเป้าที่สูง ทำงานหนัก และไม่ปล่อยให้อะไรมาเป็นอุปสรรค ระหว่างตัวเรากับเป้าหมายนั้น ในที่สุด เราจะสามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้
เอกสารประกอบ
Has Lionel Messi end GOAT debate? July 16, 2026, nytimes.com
Messi Mania, Luis Miguel Echegaray, 2025, Holler.



