รายงานโดยปรีดี บุญซื่อ
ในโอกาสที่สหรัฐอเมริกาประกาศอิสรภาพครบรอบ 250 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 Deutsche Bank Research Institute ได้เผยแพร่รายงานชื่อ US at 250 – Why has the US been so successful and can it continue? อธิบายว่า ทำไมสหรัฐฯก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจโลก และทำไมสหรัฐฯจะยังสามารถรักษาความเป็นมหาอำนาจ แม้จะเผชิญปัญหาท้าทายใหม่ๆก็ตาม
รายงานของ Deutsche Bank เริ่มต้นประเมินสหรัฐฯที่ก้าวขึ้นมาจากประเทศขนาดเล็ก จนกลายเป็นมหาอำนาจโลก เพราะมีปัจจัยตั้งแต่ความได้เปรียบตามธรรมชาติ เช่น ภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย ความมีเสถียรภาพทางสถาบัน และการมีตลาดทุนที่เป็นปัจจัยสนับสนุน ให้นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยง (risk-tolerant capital market)
ส่วนปัญหาท้าทายต่อความสำเร็จของสหรัฐฯได้แก่ การเติบโตอย่างรวดเร็วของจีน ที่กลายเป็นคู่แข่งที่ใหญ่โตที่สุดของสหรัฐฯ การพุ่งขึ้นมาของจีนยังเกิดขึ้นพร้อมกันกับประเด็นปัญหาอื่นๆ เช่น ระเบียบโลกตั้งบนพื้นฐานกฎเกณฑ์ ที่สหรัฐฯสร้างขึ้นมา กำลังเกิดแรงกดดัน รวมทั้งแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ในฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศ และหนี้สาธารณะต่อ GDP ของสหรัฐฯสูงเป็นประวัติการณ์
10 ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จสหรัฐฯ
รายงานกล่าวว่า นับตั้งแต่สร้างประเทศมา สหรัฐฯบรรลุความสำเร็จทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ สิ่งหนึ่งคือการเติบโตของประชากรอย่างรวดเร็ว นับจากกลางศตวรรษ 19 สหรัฐฯก็มีประชากรมากกว่าประเทศที่ใหญ่ในยุโรป เมื่อมีประชากรมากขึ้น GDP จึงก้าวล้ำหน้าประเทศอื่นอย่างรวดเร็ว สหรัฐฯยังแตกต่างจากฝรั่งเศสและเยอรมัน สหรัฐฯไม่เคยมีปัญหาเงินเฟ้อรุนแรง (hyperinflation) ค่าเงินมีเสถียรภาพ และมีความเข้มแข็งด้านผลตอบแทน จากการลงทุนหลักทรัพย์ระยะยาว
ความสำเร็จอย่างมากของสหรัฐฯมาจากเหตุผลต่างๆดังนี้
ข้อที่ 1 การมีเสถียรภาพทางการเมืองและทางสถาบัน ช่วง 200 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯมีระบอบการเมืองแบบเดิมมาตลอด เสถียรภาพและการพัฒนาสิทธิในทรัพย์สิน ทำให้เกิดสภาพแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนระยะยาว และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจมานานนับศตวรรษ
ข้อที่ 2 คือความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ สหรัฐฯมีพื้นที่ที่สามารถเพาะปลูกธัญพืชกว้างใหญ่ แม่น้ำที่กว้างและลึกแก่การเดินเรือ ชายฝั่งทะเลที่กว้าง และเข้าถึงมหาสมุทรได้ 2 มหาสมุทร ทำให้ความสามารถในการผลิตของประเทศ ได้รับการปกป้องจากผลกระทบของสงครามโลก การมีพรมแทนติดกับแคนาดาและเม็กซิโก ที่มีประชากรและ GDP น้อยกว่า ทำให้ไม่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง แบบเดียวกับชาติยุโรปประสบในศตวรรษ 19 และ 20
ข้อที่ 3 สหรัฐฯมีแหล่งทรัพยากรด้านพลังงานที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้สหรัฐฯได้เปรียบหลายด้าน ที่สำคัญสุดคือทำให้ครัวเรือนและอุตสาหกรรม มีต้นทุนพลังงานต่ำ ช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯมีความแข็งแกร่ง ที่จะรับมือกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และเมื่อกลายเป็นชาติผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ ช่วยเสริมฐานะของสหรัฐฯต่อโลกภายนอกมากขึ้น
ข้อที่ 4 ประเทศคู่แข่งสำคัญในยุโรปได้รับผลกระทบจากสงครามโลก และความปั่นป่วนทางการเมือง สงครามทำให้ความสามารถการผลิตและการเงินของยุโรปเสื่อมลง ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เศรษฐกิจสหรัฐฯโตเพิ่มขึ้น 5.7 เท่า เยอรมัน 3.4 เท่า อังกฤษ 2 เท่า และฝรั่งเศส 1.8 เท่า
ข้อที่ 5 คือความได้เปรียบในด้านขนาด สหรัฐฯมีตลาดภายในใหญ่ ที่มีประชากรกว่า 300 ล้านคน รายได้เฉลี่ยสูง มีใช้ภาษาร่วมกัน และข้อกีดกันการค้าภายต่ำ ทำให้บริษัทอเมริกันสามารถได้ประโยชน์จากธุรกิจภายในขนาดใหญ่ ก่อนที่จะออกไปต่างประเทศ 8 ใน 10 บริษัทใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ในสหรัฐฯ แต่ไม่มีบริษัทของยุโรปเลย
ข้อ 6 ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของเงินดอลลาร์ ที่เป็นสกุลหลักการค้าโลก และเงินสำรองระหว่างประเทศ ความต้องการเงินดอลลาร์มีความสำคัญ ช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและทำให้เกิดความต้องการตราสารกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ทำให้สหรัฐฯสามารถขาดดุลการคลังได้มาก โดยไม่มีปัญหาวิกฤติจากการกู้เงิน เพราะสามารถพิมพ์เงินออกมาที่โลกต้องการใช้ อภิสิทธิ์ที่มากเกินดังกล่าวของสหรัฐฯ เรียกกันว่า “exorbitant privilege”
ข้อที่ 7 ความเข้มแข็งทางการเงิน สหรัฐฯมีระบบธนาคารที่ใหญ่โต และยังมีระบบการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ที่หลากหลาย จุดนี้หมายความว่า ธุรกิจ start-up สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆ ช่วงปี 2013-2023 เงินร่วมลงทุนแต่ละปีในสหรัฐฯเท่ากับ 0.7% ของ GDP ในยุโรป 0.2% ความกว้างขวางของระบบการเงิน มีความสำคัญต่อบริษัทนวัตกรรม เพราะอาจต้องขาดทุนนานหลายปี ประเทศที่มีระบบการเงินพร้อมเสี่ยง จึงมีโอกาสมากที่จะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดพาณิชย์
ข้อที่ 8 สหรัฐฯมีความได้เปรียบด้านการศึกษาและวิจัย แบบสั่งสม เพราะมีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก การวิจัยมีความหมายทางเศรษฐกิจ เพราะการค้นพบทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานแก่ธุรกิจ start-up และสร้างความได้เปรียบที่สั่งสมเพิ่มขึ้น เช่นสหรัฐฯสามารถดึงดูดคนที่มีทักษะจากทั่วโลก ทำให้สามารถเป็นแนวหน้าด้านนวัตกรรมเช่นปัญญาประดิษฐ์
ข้อที่ 9 มีโครงสร้างที่เอื้ออำนวยธุรกิจ และวัฒนธรรมยอมรับความล้มเหลวของธุรกิจ มากกว่าระบบของยุโรป เช่น กฎหมายล้มละลาย Chapter 11 ออกแบบมาเพื่อรักษาและปรับโครงสร้างธุรกิจ ที่มีความเป็นไปได้ มากกว่าที่จะให้ธุรกิจล้มเหลวแล้วขายทอดตลาด ดังนั้น โครงสร้างการแก้ปัญหาธุรกิจขาดสภาพคล่อง ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อลูกหนี้ จึงสัมพันธ์กับความกล้าเสี่ยงที่จะประกอบการและสร้างนวัตกรรม
และข้อ 10 การปรับตัว วัฒนธรรมที่ยอมรับความล้มเหลว และความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ช่วยส่งเสริมความสามารถของสหรัฐฯที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
สิ่งนี้ทำให้สหรัฐฯก้าวผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองและตกต่ำ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศ จากขั้วหนึ่งไปขั้วหนึ่ง เช่น การเปิดประเทศกับการปิดประเทศ หรือการกีดกันการค้ากับการค้าเสรี โดยไม่มีผลกระทบที่คุกคามต่อเสถียรภาพทางสถาบัน แม้ระบบทุนนิยมจะเป็นตัวขับเคลื่อนพื้นฐาน แต่ความคิดที่มุ่งแก้ปัญหาทางภาคปฏิบัติ (pragmatism) มากกว่าเรื่องอุดมการณ์ คือสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมา
รายงานของ Deutsche Bank สรุปว่า เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะเข้าใจว่า ปัจจัยความสำเร็จดังกล่าว ไม่ใช่สิ่งที่แยกตัวออกเป็นเรื่องๆ แต่เป็นปัจจัยที่เสริมกันและกัน ปฏิสัมพันธ์ของปัจจัยเหล่านี้ ทำให้สหรัฐฯได้ประโยชน์จากเครือข่ายความได้เปรียบดังกล่าว ที่ไม่มีประเทศไหนในโลกจะทัดเทียมได้
เอกสารประกอบ
US at 250 – Why has the US been so successful and can it continue? June 24, 2026, Deutsche Bank Research Institute



