Mittelstand บริษัทจิ๋วแต่แจ๋วของเยอรมนี บทเรียนทรงคุณค่าสำหรับ SME ทั่วโลก

ปรีดี บุญซื่อ

มัมมี่ตุตันคามุนมีอายุเก่าแก่กว่า 3 พันปี ปัจจุบัน ตั้งแสดงอยู่ในสุสานตุตันคามุน ที่เมืองลักซอร์ กระทรวงโบราณคดี อียิปต์ ที่ทำหน้าที่ดูแลสุสาน มีภารกิจที่จะต้องรักษามัมมี่ให้มีสภาพเดิมต่อไปในอนาคตอีกหลายพันปี จึงพร้อมจะลงทุนให้ได้สิ่งดีที่สุดเพื่อเป้าหมายดังกล่าว พิพิธภัณฑ์ชั้นนำของโลกแนะนำว่ามีบริษัทเยอรมันชื่อ Glasbau Hahn ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ในที่สุด Glasbau Hahn ที่มีโรงงานอยู่ชานเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ก็คือบริษัทผู้ผลิตตู้กระจกที่ครอบมัมมี่ตุตันคามุน เมื่อไม่นานมานี้ Glasbau Hahn ได้พัฒนาตู้กระจกครอบมัมมี่ตุตันคามุนที่ฝุ่นและอากาศจะเข้าไปไม่ได้เลย ภายในตู้กระจก บรรจุก๊าซไนโตรเจนที่จะช่วยไม่ให้มัมมี่เน่าเปื่อย ทำให้มัมมี่จะยังคงสภาพเดิมไปได้อีก 1-2 พันปี

ในเดือนตุลาคม 2010 ในงานพิธีฉลองความสำเร็จของการเจาะอุโมงค์ฐานกอตต์ฮาร์ด (Gotthard Base) ความยาว 57 กิโลเมตร สำหรับทางรถไฟที่ลอดผ่านเทือกเขาแอลป์ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ สิ่งที่เป็นซูเปอร์สตาร์ที่โทรทัศน์นำออกแพร่ภาพไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่กลับเป็นเครื่องเจาะอุโมงค์ 2 เครื่อง ที่มีชื่อว่า Sissi และ Heidi ผลิตโดยบริษัทเยอรมันชื่อ Herrenknecht ที่คนทั่วโลกไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เป็นบริษัทชั้นนำของโลกในการผลิตเครื่องเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา

german1

ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำต่างก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่มีชื่อเสียง ที่เป็นตัวแสดงประดับภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศตัวเอง ในสหรัฐอเมริกามีบริษัท General Motors, Exxon, Walmart หรือบริษัทยักษ์ใหญ่ไฮเทค เช่น Apple, Amazon, Microsoft และ Google เยอรมนีก็คล้ายกับประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ คือมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายบริษัท เช่น Volkswagen, Siemens, BMW หรือ Allianz

แต่ทว่า เยอรมนีมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ คือมีบริษัทอย่าง Glasbau Hahn หรือ Herrenknecht ที่เป็นวิสาหกิจ SME ประเภทยักษ์ใหญ่จิ๋วแต่แจ๋ว ผลิตสินค้าคุณภาพสูง ราคาแพง สำหรับตลาดที่ต้องการผลิตภัณฑ์เฉพาะ (niche product)

Mittelstand- ยักษ์ใหญ่ จิ๋วแต่แจ๋ว

ประเทศอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งเยอรมนีเอง บริษัทธุรกิจราวๆ 95% จัดอยู่ในประเภทวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ SME ที่จ้างงานคนน้อยกว่า 500 คน บริษัท SME อย่าง Herrenknecht ทั้งๆ ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องเจาะภูเขาชั้นนำของโลก แต่ไม่ได้มีสำนักงานอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ทว่ากลับไปตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆ ในรัฐ Baden-Württemberg ดังนั้น เมื่อมองภาพรวมๆ ของเยอรมนี เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า บริษัท SME พวกนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ยากพอๆ กับที่จะบอกว่า การดำเนินธุรกิจของ Herrenknecht หรือ Glasbau Hahn ส่งผลอย่างไรบ้างต่อเศรษฐกิจเยอรมนี

แต่ถ้ามองแบบแคบลงมาในระดับจุลภาค จะเริ่มมองเห็นภาพที่แตกต่างออกไป และจะเป็นการมองเห็นในสิ่งที่เรียกว่า “คุณภาพ” ของบริษัท SME เหล่านี้ ทำให้เยอรมนีมีคำพูดและความหมายเฉพาะ ที่ใช้ที่เรียกวิสาหกิจ SME พวกนี้รวมๆ กันว่า Mittelstand (มิตเทลสแตนด์) จนเป็นที่ยอมรับกันว่า วิสาหกิจ Mittelstand คือ จิตวิญญาณของเศรษฐกิจเยอรมนี เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของเยอรมนี ที่ทำให้เศรษฐกิจมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เมื่อเผชิญกับวิกฤติต่างๆ ก็สามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ความหมายที่เป็น “ทางการ” ของคำว่า Mittelstand คือเรื่องขนาดของธุรกิจ สำหรับเยอรมนี คำว่าวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก จะมีพนักงานต่ำกว่า 500 คน และยอดขายปีหนึ่ง 50 ล้านยูโร จากคำจำกัดความนี้ วิสาหกิจแบบ Mittelstand จะมีสัดส่วน 37% หรือ 1 ใน 3 ของยอดขายธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งหมด มีสัดส่วนการจ้างงาน 60% และเป็นสถานที่แหล่งฝึกงาน 83% ของแรงงานใหม่ๆ ในตลาด

แต่ความหมายที่ 2 ของคำว่า Mittelstand จะมีเนื้อหาสาระที่สำคัญมาก เพราะเป็นเนื้อหาในเชิงคุณภาพ โดยไม่เกี่ยวข้องกับขนาดของธุรกิจ แต่จะเป็นความหมายในเรื่องของ ค่านิยมองค์กร กลยุทธ์ธุรกิจ การดำเนินงาน ธรรมาภิบาล การฝึกฝนทักษะพนักงาน และทิศทางอนาคตขององค์กร เป็นต้น ธุรกิจ Mittelstand ของเยอรมันจะมีจุดร่วมคล้ายๆ กันในเรื่องที่กล่าวมานี้ แต่ทว่า ยักษ์ใหญ่ของเยอรมัน เช่น Robert Bosch บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ชั้นนำของโลก ก็อาจมีค่านิยมองค์กร กลยุทธ์ หรือการดำเนินธุรกิจ แบบเดียวกันกับวิสาหกิจ Mittelstand

การวิจัยในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการเริ่มต้นและการเติบโตของธุรกิจ แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการจะอยู่รอดได้ ธุรกิจของตัวเองต้องขยายตัวให้ใหญ่โตมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ มุ่งสู่ทิศทางดังกล่าว ทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมมีลักษณะที่เรียกว่า “ขนาดกลางที่ขาดหายไป” แต่ธุรกิจ Mittelstand ของเยอรมนีไม่ได้มีทิศทางการพัฒนาและเติบโตแบบนี้ เพราะ Mittelstand มีคุณสมบัติทางธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำคัญๆ หลายอย่าง ที่แตกต่างไปจากธุรกิจ SME ในประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ

german2

คุณสมบัติประการแรกของวิสาหกิจ Mittelstand ของเยอรมนี คือ ส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจอุตสาหกรรมภายในครอบครัว ทั้งในความหมายการเป็นเจ้าของและการบริหารงาน การขยายตัวก็อาศัยเงินทุนของตัวเอง หรือสถาบันการเงินในท้องถิ่น ทำให้การดำเนินงานมีความเป็นอิสระและมีความยืดหยุ่น ต่างจากบริษัทที่เข้าตลาดหุ้น จะถูกแรงกดดันให้มุ่งการเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทธุรกิจแบบครอบครัวที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกจึงอยู่ในเยอรมนี เช่น บริษัทผลิตเบียร์ชื่อ Zötler ที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1447

คุณสมบัติสำคัญประการที่ 2 คือ กลยุทธ์ธุรกิจของ Mittelstand จะให้ความสำคัญเรื่องความสามารถทางการแข่งขัน ที่เกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการผลิต ไม่ใช่เรื่องราคา กลยุทธ์ที่มุ่งการเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ว่านี้ ทำให้นิตยสารอย่าง Newsweek เคยกล่าวว่า วิสาหกิจ Mittelstand คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างความสำเร็จทางเศรษฐกิจของเยอรมนี ความสำเร็จดังกล่าวยังทำให้ Mittelstand เป็นแหล่งจ้างงานที่มั่นคงแก่แรงงานอีกด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าการใช้เงินสกุลยูโร เงินมาร์คของเยอรมนีจัดอยู่ในสกุลค่าเงินแข็ง ในปัจจุบัน ค่าแรงในเยอรมนีก็ตกชั่วโมงละ 28 ยูโร ขณะที่ค่าแรงของจีน ชั่วโมงละ 3 ยูโร หมายความว่า ค่าแรงจ้างคนงานเยอรมัน 1 คน สามารถจ้างคนงานจีนได้ 9 คน

การมีกลยุทธ์ทางยุทธศาสตร์ที่ทุ่มเทความสามารถด้านอุตสาหกรรมให้กับผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดเฉพาะ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดทั่วๆ ไป ทำให้วิสาหกิจ Mittelstrand ของเยอรมนีมีความได้เปรียบหลายอย่าง โดยทั่วไปแล้ว บรรดาบริษัทที่เป็นลูกค้าผลิตภัณฑ์ของ Mittelstand ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อผลิตภัณฑ์เฉพาะจะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยในงบรายจ่ายรวมของบริษัท สิ่งนี้ช่วยลดแรงกดดันที่ลูกค้าจะให้ความสำคัญเรื่องการต่อรองราคาผลิตภัณฑ์ของ Mittelstand นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดที่เฉพาะ ยังเป็นสินค้าที่ลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้งาน ขาดแคลนไม่ได้เลย

การใช้กลยุทธ์สร้างนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่สืบทอดจากธรรมเนียมธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์ของ Mittelstand ที่ธุรกิจคู่แข่งไม่สามารถจะเลียนแบบได้ง่ายๆ เช่น ดินสอของบริษัท Faber-Castell ที่มีกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1761 จะมีประวัติของผลิตภัณฑ์ที่ศิลปินอย่าง Vincent van Gogh ก็เคยเป็นลูกค้ามาก่อน ภารกิจองค์กรของ Faber-Castell ที่ตกทอดมาจากอดีต

“ธรรมเนียมประเพณีไม่ได้หมายถึงการเก็บรักษาเถ้าถ่านบรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาเปลวไฟที่เปล่งออกมาจากเถ้าถ่านนี้ด้วย”

คุณสมบัติสำคัญประการที่ 3 คือ การดูแลพัฒนาฝีมือแรงงาน การศึกษาแบบระบบฝึกงานของเยอรมนี ที่รวมการศึกษาแบบอาชีวะกับการฝึกงานตามบริษัทต่างๆ เข้าด้วยกัน เอื้อประโยชน์อย่างมากต่อวิสาหกิจ Mittelstand ทำให้ธุรกิจ SME ของเยอรมนีสามารถเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะฝีมือ พัฒนาต่อยอดให้แรงงานที่มีทักษะพื้นฐานมีทักษะสูงขึ้นไปอีก และชักจูงนักศึกษาฝึกงานที่มีศักยภาพให้มาร่วมงานกับบริษัท การเป็นวิสาหกิจแบบครอบครัว ยิ่งทำให้พนักงานมีความมุ่งมั่นผูกพันเหมือนกับเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวธุรกิจ

ความผูกพันที่สูงของพนักงานต่อองค์กรธุรกิจ ทำให้การทำงานมีความยืดหยุ่นสูง Mittelstrand บางแห่งพัฒนาระบบสมุดบัญชี “เวลาทำงาน” ของพนักงาน คล้ายๆ กับสมุดบัญชีออมทรัพย์ของธนาคาร ในช่วงเศรษฐกิจเติบโตสูง พนักงานจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อเร่งการผลิต เวลาทำงานทั้งหมดของพนักงานจะถูกบันทึกไว้ในสมุดบัญชี “เวลาทำงาน” ในยามที่เศรษฐกิจซบเซา บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องให้พนักงานทำงานเต็มเวลา บริษัทก็สามารถหักเวลาทำงานจากสมุดบัญชี “เวลาทำงาน” มาชดเชยเวลาการทำงานตามปกติ โดยบริษัทไม่จำเป็นต้องปลดพนักงาน

การศึกษาแบบระบบการฝึกงาน ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง Mittelstand ของเยอรมนี กับวิสาหกิจ SME ของประเทศอื่นๆ การฝึกงานเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในเยอรมนี ที่เรียกว่า “ระบบคู่ขนาน” (dual system) นักศึกษาด้านอาชีวะต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งหรือ 2 ใน 3 ไปฝึกงานตามบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ ปัจจุบัน Mittelstand เป็นแหล่งฝึกงานถึง 85% ของนักศึกษาฝึกงานทั้งหมด ส่วนเวลาที่เหลือคือการศึกษาในห้องเรียนที่มีหลักสูตรกว่า 300 วิชาชีพ มีเนื้อหาที่เป็นความรู้ทั่วไปด้านเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้นักศึกษาอาชีวะของเยอรมนีมีความสามารถคล่องตัว เพราะเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าล่าสุดด้านเทคโนโลยี เพราะในทุกวันนี้ การแข่งขันทางธุรกิจทำให้วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์และตัวกระบวนการผลิตต่างๆ มีอายุสั้นลง

คุณสมบัติสำคัญประการที่ 4 คือ การตัดสินใจและวางแผนในระยะยาว ธุรกิจที่อยู่ในตลาดหุ้นจะวิตกกังวลแต่เรื่องผลประกอบการของไตรมาสต่อไป แต่ Mittelstand ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น การดำเนินงานจึงทุ่มเทไปที่เป้าหมายระยะยาว เช่น ความมั่นคง การอยู่รอดทางธุรกิจ และการสร้างคุณประโยชน์แก่กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าของ พนักงาน หุ้นส่วนธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่นที่โรงงานตั้งอยู่ เป็นต้น การลาออกของพนักงานในวิสาหกิจ Mittelstand มีอัตราที่ต่ำมาก คือราวๆ 2.7% ขณะที่บริษัทรถยนต์มีชื่ออย่าง Daimler-Benz อัตราการลาออกสูง 5.3% ทำให้การลงทุนของ Mittelstand เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานในบริษัทตัวเอง เกิดการสูญเปล่าที่น้อยมาก

เครื่องเจาะอุโมงค์ภูเขาของ Herrenknech ที่มาภาพ : https://www.herrenknecht.com/en/products/core-products/tunnelling.html
เครื่องเจาะอุโมงค์ภูเขาของ Herrenknech ที่มาภาพ : https://www.herrenknecht.com/en/products/core-products/tunnelling.html

คุณสมบัติสำคัญประการสุดท้าย คือ การผลิตเพื่อมุ่งส่งออก วิสาหกิจ Mittelstand มีลักษณะคล้ายบริษัทข้ามชาติที่จิ๋วแต่แจ๋ว Mittelstand จะทำการตลาดในเชิงรุก พยายามค้นหาลูกค้าที่อยู่นอกเยอรมนีและสหภาพยุโรป การผลิตสินค้าเฉพาะทางที่มีคุณภาพระดับสูงสุด คือ ผลิตภัณฑ์ที่จะไปเสนอขายให้ลูกค้าทั่วโลก แม้ว่าโรงงานผลิตจะอยู่ในเยอรมนี แต่ก็สามารถให้บริการจัดส่งที่รวดเร็วแก่ลูกค้า โดย DHL ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของไปรษณีย์เยอรมัน หรือ Deutsche Post ที่สามารถให้บริการส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ลูกค้าของ Mittelstand มักจะพูดว่า สิ่งที่เป็นปัญหาไม่ใช่ราคา แต่คือกำหนดเวลาการส่งของ โดยเฉพาะการส่งชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องจักรกลต่างๆ

บทเรียนสำหรับ SME ทั่วโลก

ความสำเร็จของ Mittelstand เป็นที่อิจฉาของหลายประเทศในยุโรป นายจอร์จ ออสบอร์น (George Osborne) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอังกฤษ เคยกล่าวต่อที่ประชุมสภาอุตสาหกรรมอังกฤษว่า “เราต้องเรียนรู้ Mittelstand Model ที่ดำเนินการประสบความสำเร็จในเยอรมนีมาหลายสิบปีแล้ว” คำถามสำคัญก็คือว่า วิสาหกิจ Mittelstand ของเยอรมันให้บทเรียนหรือแบบอย่างการดำเนินงานที่ดีเลิศอะไรบ้างแก่ธุรกิจ SME ทั่วโลก

ประการแรก คือ การดำเนินธุรกิจเพื่อเป้าหมายระยะยาว แบบเดียวกับคำพูดที่ว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างขึ้นภายในวันเดียว สำหรับนักธุรกิจที่ต้องการสร้างฐานะความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว การผลิตอุตสาหกรรมไม่ใช่อาชีพของคนพวกนี้ เพราะต้องผลิตสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก แต่ Mittelstrand ให้บทเรียนที่ว่า ธุรกิจจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยความมุ่งมั่นอดทนเพื่อผลิตสินค้าออกมาเป็นที่ยอมรับของตลาด สามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาด ตลอดจนการให้ความสำคัญต่อการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรแรงงานของตัวเอง

ธุรกิจที่ดำเนินงานเพื่อเป้าหมายระยะยาว จะมีความมุ่งมั่นในเรื่องคุณภาพความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ตัวเอง เหตุผลเดียวกันนี้ที่อธิบายว่า ทำไมรถยนต์คุณภาพสูงที่เป็น top premium brand คือ BMW, Mercedes และ Audi จึงเป็นของเยอรมันทั้งหมด เพราะทั้ง 3 บริษัทนี้รู้ดีว่า การจะสร้าง premium brand ขึ้นมาได้นั้นต้องใช้เวลาหลายสิบปี ต้องอาศัยความพยายามขององคาพยพทุกส่วนขององค์กร เพื่อเป้าหมายความเป็นเลิศดังกล่าว แบบเดียวกับทีมฟุตบอลเยอรมันที่ชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2014 ทั้งๆ ที่ไม่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์แบบลีโอเนล เมสซี่ หรือคริสเตียโน โรนัลโด

ภาพตู้กระจกในพิพิธภัณฑ์อิสลาม นครไคโร ที่มาภาพ :  Glasbau Hahn
ภาพตู้กระจกในพิพิธภัณฑ์อิสลาม นครไคโร ที่มาภาพ: Glasbau Hahn

บทเรียนประการต่อมาจาก Mittelstand คือ พยายามผลิตสินค้าที่จะยึดยอดพีระมิดของตลาด สิ่งนี้มีความหมายว่า ผลิตสินค้าที่ลูกค้ายินดีจะจ่าย ทำให้สินค้าของตัวเองไม่ได้มีจุดขายอยู่ที่ราคา คำว่าสินค้าระดับ premium หมายถึงพยายามเข้าไปใกล้คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ให้มากที่สุด ทั้งในความหมายของคุณภาพสินค้าและกระบวนการผลิต เหมือนกับที่ผู้บริหาร Glasbau Hahn ผู้ผลิตตู้กระจกครอบมันมี่ตุตันคามุน เคยกล่าวไว้ว่า “ในอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่มีใครเขามาถามกันว่า หมดเงินไปเท่าไหร่กับค่าตู้กระจก แต่คนเขาจะถามว่า มันช่วยรักษาสภาพมัมมี่อย่างไรบ้าง”

บทเรียนประการสุดท้ายจาก Mittelstand คือ ธุรกิจ SME ต้องมุ่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศ ความสำเร็จจากการส่งออกของ Mittelstand พิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัท SME ของเยอรมันไม่ได้มีคาถาวิเศษใดๆ ในการจะได้ลูกค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่มาจากการตัดสินใจของผู้บริหาร Mittelstand ที่จะออกไปหาลู่ทางโอกาสในตลาดต่างประเทศ มีความกล้าหาญพอที่จะบุกไปยังตลาดที่ตัวเองไม่คุ้นเคยหรือรู้จักมาก่อน ผู้บริหารบริษัท Mittelstrand จะมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ เป็นนักเดินทางระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้น ไม่เสียหายอะไรถ้านักบริหารธุรกิจ SME ยุคใหม่จะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของตลาดที่กำลังเติบโตในอนาคต เช่น ภาษาจีน อารบิก หรือฮินดี

โลกทุกวันนี้ เรามักได้ยินว่า ธุรกิจภาคบริการกำลังเข้ามาแทนที่ภาคอุตสาหกรรม แบบเดียวกับในอดีตที่ภาคอุตสาหกรรมเคยเข้ามาแทนที่ภาคเกษตรกรรม แต่เยอรมนีไม่ได้มีความคิดแบบนี้เลย การผลิตอุตสาหกรรมยังเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจ รากฐานทางอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่คือสิ่งที่ปูพื้นฐานให้กับเยอรมนี แม้จะเป็นประเทศที่แพ้สงครามโลกมาถึง 2 ครั้ง แต่ปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่มีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น “ทุนทางกายภาพ” เช่น โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ “ทุนทางบุคลากร” คือคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ “ทุนทางสังคม” คือ ความเชื่อมั่นไว้วางใจกันและกันของคนในสังคม และ “ทุนทางวัฒนธรรม” คือชีวิตที่มีสีสันและกิจกรรมต่างๆ ด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ โรงละคร และห้องแสดงภาพศิลปะ เป็นต้น