
สหรัฐฯ เดินหน้าทุบเครือข่าย Prince Group กระทรวงการคลังคว่ำบาตรเพิ่ม 35 รายชื่อ ทั้งบุคคลและบริษัท ฐานเชื่อมโยงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้ชาวอเมริกันสูญเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 พร้อมเสนอขยายขอบเขตคว่ำบาตร Huione Group เครือข่ายฟอกเงินสำคัญที่หนุนหลังปฏิบัติการดังกล่าว ตั้งแต่บริษัทในคิวบาถึงโรงแรมในกรุงเทพ
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ตามเวลาสหรัฐ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการร่วมเพื่อเดินหน้าทุบเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ Prince Group (Prince Group TCO) โดยสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลัง ได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 9 ราย และนิติบุคคล 26 แห่งที่เชื่อมโยงกับ Prince Group TCO ซึ่งรวมถึงผู้นำองค์กร นักลงทุนในศูนย์สแกมเมอร์ (scam compounds) และบริษัทบังหน้าต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน เครือข่ายปฏิบัติการอาชญากรรมทางการเงิน (Financial Crimes Enforcement Network :FinCEN) ของกระทรวงการคลัง ได้ให้มีการแก้ไขกฎระเบียบขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับ Huione Group เดือนตุลาคม 2568 เพื่อรวม H-Pay Service PLC และนิติบุคคลที่สืบทอดต่อเข้าไว้ด้วย โดยกลุ่ม Huione Group ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมทางไซเบอร์และการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และถูกใช้โดย Prince Group ในการโยกย้ายและรวบรวมทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกลวง
“ศูนย์สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขโมยเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี” สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว “รัฐบาลทรัมป์มีความมุ่งมั่นเป็นหนึ่งเดียวในการทุบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ และกระทรวงการคลังจะยังคงใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อทำลายเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการฉ้อโกงอันร้ายแรงนี้ และปกป้องชาวอเมริกัน” จากแถลงการณ์บนเว็บไซต์กระทรวงการคลังสหรัฐ
มาตรการในวันนี้เป็นการต่อยอดจากการประกาศขึ้นบัญชีคว่ำบาตร Prince Group TCO ของกระทรวงการคลังเมื่อเดือนตุลาคม 2568 และเป็นการป้องกันไม่ให้ Huione Group พยายามหลีกเลี่ยงการถูกตัดขาดจากระบบการเงินของสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา OFAC ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักร (FCDO) ได้ประกาศให้ Prince Group เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (TCO) เนื่องจากมีบทบาทในองค์กรอาชญากรรมระดับโลกที่สร้างขึ้นจากศูนย์เครือข่ายต้มตุ๋น การฉ้อโกง และการฟอกเงิน สมาชิกของ Prince Group TCO เป็นเจ้าของและตักตวงผลประโยชน์มหาศาลจากศูนย์ต้มตุ๋นเหล่านี้ ซึ่งดำเนินการหลอกลวงเหยื่อในสหรัฐฯ และทั่วโลก ก่อนหน้าที่จะถูกคว่ำบาตร Prince Group TCO ได้ควบคุมเครือข่ายฟอกเงินทั่วโลกและนำเงินที่ได้จากอาชญากรรมไปลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การบิน และซิการ์หรู ภายหลังการดำเนินการของกระทรวงการคลัง หลายประเทศทั่วโลกได้ระดมกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมนี้ โดยมีการยึดทรัพย์สิน จับกุมผู้กระทำผิด และอายัดทรัพย์สินที่มีมูลค่ารวมกันหลายพันล้านดอลลาร์ และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้นำของ Prince Group TCO และผู้บงการอยู่เบื้องหลังอาณาจักรอาชญากรรมขนาดใหญ่นี้ ได้ถูกริบฐานันดรศักดิ์และถอนสัญชาติกัมพูชา
การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานภาคสนามนิวยอร์กและซานฟรานซิสโกของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) โดยในวันนี้ สำนักงาน FBI ภาคสนามซานฟรานซิสโกได้เข้ายึดโครงสร้างพื้นฐานที่ Huione Group ใช้ในการหลอกลวงชาวอเมริกัน ทั้งนี้ FinCEN ขอขอบคุณต่อศูนย์รายงานและวิเคราะห์ธุรกรรมของออสเตรเลีย (AUSTRAC) สำหรับความร่วมมือในการบรรลุผลสำเร็จนี้ นอกจากนี้ การดำเนินงานของ OFAC ในวันนี้ยังทำร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
มาตรการเหล่านี้ ดำเนินการตามคำสั่งฝ่ายบริหาร (E.O.) 14390 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เรื่อง “การต่อต้านกับอาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และแผนการล่าเหยื่อต่อพลเมืองอเมริกัน” ซึ่งสั่งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อหยุดยั้งเครือข่ายอาชญากรรมที่ที่มีต่างชาติหนุนหลัง ซึ่งแสวงหาผลประโยชน์จากชาวอเมริกันที่เปราะบางผ่านอาชญากรรมทางไซเบอร์ การฉ้อโกงทางไซเบอร์ และการกรรโชกทรัพย์ ด้วยเหตุนี้ การดำเนินการในวันนี้จึงสะท้อนถึงการประสานงานของ OFAC กับหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Task Force) และศูนย์ประสานงานแห่งชาติ (National Coordination Center) โดย OFAC ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเป้าหมายทั้ง 35 รายนี้ตามคำสั่งฝ่ายบริหาร E.O. 13581 (“การอายัดทรัพย์สินขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย E.O. 13863
นอกเหนือจากการขึ้นบัญชีคล่ำบาตร Prince Group TCO เมื่อเดือนตุลาคม 2568 การดำเนินการของ OFAC ในวันนี้ยังต่อยอดจากความพยายามอื่น ๆ ของกระทรวงการคลังในการทลายปฏิบัติการสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา การดำเนินการก่อนหน้านี้รวมถึงการขึ้นบัญชีคว่ำบาตรของ OFAC เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ต่อสมาชิกวุฒิสภากัมพูชา ก๊ก อาน (Kok An) และเครือข่ายอาชญากรรมของเขา การขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ต่อบริษัท 12 แห่งและบุคคล 7 รายที่มีฐานอยู่ในกัมพูชาและพม่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 จากบทบาทในการอำนวยความสะดวกการค้ามนุษย์และการสแกมเมอร์ทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าโจมตีชาวอเมริกัน และการขึ้นบัญชีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ต่อ ลี ยง พัด (Ly Yong Phat) นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลชาวกัมพูชา กลุ่มบริษัท L.Y.P. Group ของเขา และโรงแรมรีสอร์ทอีก 4 แห่งในเครือ กระทรวงการคลังจะยังคงดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดอย่างใกล้ชิด เพื่อจัดการกับภัยคุกคามร่วมที่เกิดจากศูนย์สแกมเมอร์ กระทรวงการคลังจะยังคงดำเนินมาตรการที่เชิงรุกเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ในทางที่ผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อนวัตกรรมและการพัฒนาเศรษฐกิจโลก
เครือข่ายสแกมเมอร์อันซับซ้อนซึ่งมุ่งเป้าชาวอเมริกัน
องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Prince Group TCO และด้วยการสนับสนุนจากผู้สนับสนุนอย่าง Huione Group ยังคงมุ่งเป้าหลอกลวงชาวอเมริกันผ่านการฉ้อโกงทางไซเบอร์และปฏิบัติการสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ตามการประเมินของรัฐบาลสหรัฐฯ ชาวอเมริกันสูญเสียเงินอย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2567 จากปฏิบัติการสแกมเมอร์ที่มีฐานอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 66% จากปีก่อนหน้า แม้ว่าปฏิบัติการเหล่านี้จะใช้เทคนิคหลากหลายในการหลอกลวงเหยื่อจนสูญเงินเก็บ แต่หนึ่งในรูปแบบที่พบบ่อยและสร้างรายได้มากที่สุดคือการหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ตามประกาศเตือนของ FinCEN เมื่อเดือนกันยายน 2566 เกี่ยวกับการสแกมเมอร์รูปแบบนี้ ผู้กระทำผิดจะส่งข้อความสั้น (SMS)ตรงไปยังโทรศัพท์ของเหยื่อที่เป็นเป้าหมาย และมักใช้การสร้างความสัมพันธ์โรแมนติกหรือมิตรภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจจากเหยื่อ จากนั้นจะะโน้มน้าวให้เป้าหมายเข้าร่วม “ลงทุน” ในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ที่ออกแบบให้ดูเหมือนแพลตฟอร์มการลงทุนที่ถูกกฎหมาย แต่ที่จริงแล้วถูกควบคุมโดยกลุ่มสแกมเมอร์เอง ในที่สุด สแกมเมอร์เหล่านี้จะขโมยเงินที่ฝากไว้ในแพลตฟอร์มเหล่านั้นไป
องค์กรอาชญากรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักหลอกลวงบุคคลทั่วไปให้มาทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ภายใต้ข้อเสนองานปลอม เช่น การเสนอตำแหน่งงานด้านเทคโนโลยีหรือบริการลูกค้าปลอม ๆ ในคาสิโน รีสอร์ท และบริษัทบังหน้าที่มีความเชื่อมโยงกับศูนย์เหล่านี้ เมื่อเหยื่อเดินทางมาถึงศูนย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด (compounds) ผู้ควบคุมจะยึดหนังสือเดินทาง และใช้วิธีผูกมัดด้วยหนี้สิน การใช้ความรุนแรงทางกาย การข่มขู่บังคับให้ค้าประเวณี และวิธีการอื่น ๆ เพื่อบังคับให้เพวกเขาหลอกลวงคนแปลกหน้าทางออนไลน์ นอกจากนี้ผู้ดำเนินการศูนย์สแกมเมอร์ยังเจาะจงรับสมัครบุคคลที่มีทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อมุ่งเป้าโจมตีเหยื่อชาวอเมริกันโดยเฉพาะ อดีตผู้ที่เคยทำงานในศูนย์สแกมเมอร์รายงานว่าพวกเขาถูกสั่งให้มุ่งเป้าโจมตีชาวอเมริกันโดยเฉพาะ และบางคนถึงขั้นถูกกำหนดโควตาจำนวนเหยื่อที่ต้องหลอกลวงต่อวันด้วย เหยื่อชาวอเมริกันแต่ละรายในในบางกรณีสูญเสียเงินเก็บที่หามาได้ทั้งชีวิต
มุ่งเป้าไปที่”ผู้บัญชาการอันดับสอง”ของ Prince Group TCO
มาตรการในวันนี้พุ่งเป้าไปที่ หู เสี่ยวเหว่ย (Hu Xiaowei หรือ Hu) ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “ผู้บัญชาการอันดับสอง” ของ Prince Group TCO และเป็นเหมือน “พี่ใหญ่” ของ เฉิน จื้อ ผู้นำองค์กร ก่อนหน้านี้ หู เคยถูก OFAC คว่ำบาตรมาแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ภายใต้นามแฝงหนึ่งของเขาคือ เฉิน เสี่ยวเอ๋อร์ (Chen Xiao’er) นอกจากนี้เขายังเป็นที่รู้จักในชื่อ หู สื่อ (Hu Shi) และ อู๋ อันหมิง (Wu An Ming) กิจกรรมของ หู ในนามของ Prince Group TCO ตามรายงานรวมถึงการจัดตั้งและควบคุมดูแลบริษัทในเครือบางแห่งนอกประเทศกัมพูชา การดำเนินกิจกรรมขององค์กรในนามของ Prince Group TCO ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน การมีบทบาทในกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group TCO ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมการพนันที่ผิดกฎหมาย และเป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่งที่ถูกควบคุมในท้ายที่สุดโดย เฉิน จื้อ ผู้นำของกลุ่ม Prince Group TCO

หูควบคุมบริษัท 3 แห่งในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ได้แก่ Eagle Fortitude Limited, Leisure Focus Limited และ Future King Inc. (Future King) ผ่าน Future King หูเป็นเจ้าของเครือข่ายบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้ในการบริหารจัดการเงินทุนและทรัพย์สิน บริษัทเหล่านี้รวมถึงบริษัทบริหารสินทรัพย์ 2 แห่งในฮ่องกงที่มีที่ตั้งร่วมกัน คือ China Reserve Securities Limited (China Reserve Securities) และ Future Wing Financial Company Limited (Future Wing) โดย Future Wing ได้รับเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ที่ถูกประเมินว่ามาจากที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ Future King ยังเป็นเจ้าของ Future Oasis Pte. Ltd. (Future Oasis) ที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ และบริษัทในฮ่องกงได้แก่ Future Cosmos Limited, Future Cosmos One Limited, Future Cosmos Two Limited, CN Crystal Limited และ CN Breeze Limited โดย OFAC ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรหูตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานะผู้ที่เป็นเจ้าของเนื่องจากเป็นเจ้าของ ควบคุม หรือดำเนินการ หรือเจตนาที่จะดำเนินการแทนหรือในนามของ Prince Group TCO ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกอายัดทรัพย์สินและผลประโยชน์ในทรัพย์สินถูกอายัดตามคำสั่งบริหาร E.O. 13581 ฉบับแก้ไข อีกทั้ง OFAC ยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตร Eagle Fortitude Limited, Leisure Focus Limited, Future King, China Reserve Securities, Future Wing, Future Oasis, Future Cosmos Limited, Future Cosmos One Limited, Future Cosmos Two Limited, CN Crystal Limited และ CN Breeze Limited ตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานะที่เป็นเจ้าของเจ้าของ ควบคุม หรือดำเนินการแทนหรือในนามของ หู ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
หูใช้กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงในการบริหารเครือข่ายบริษัทของเขา ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนมีประวัติยาวนานในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ หู ควบคุมหลายแห่ง โบุคคลสำคัญ ได้แก่ โฮ โฮ หมิง (Ho Ho Ming หรือ Ho), คอง กา ออน (Kong Ka On หรือ Kong) และ หลี่ ฮุ่ย (Li Hui หรือ Li) โดย โฮเป็นผู้บริหารของ China Reserve Securities, Future Wing และ Future Oasis คองเป็นผู้บริหารของ Future Cosmos และหลี่เป็นผู้บริหารของ Future Wing นอกจากนี้คองยังควบคุมบริษัทในฮ่องกงอีก 1 แห่ง คือ Tycoon Yachts (HK) Limited และบริษัทในสหราชอาณาจักรอีก 11 แห่ง ได้แก่ Rocket Sandbox Ltd, DTX Winners Club Limited, Luffa Technology Network Company Limited, Cuban Trading UK Ltd, Halo Network Technology Ltd, Fortune Network Technology Ltd, Charco Charco Holborn Limited, Terra Cotta Warriors Isle of Dogs Ltd, Mingmen London Ltd, Chasca London Limited และ East Link London Ltd โดยOFAC ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร โฮ คอง และหลี่ ตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานที่ให้ความช่วยเหลือ การสนับสนุน หรือการสนับสนุนทางการเงิน วัตถุ หรือเทคโนโลยี หรือสินค้าและบริการแก่หรือเพื่อสนับสนุนหู และบริษัททั้งหมดที่ คอง ควบคุมอยู่ ทั้งTycoon Yachts (HK) Limited, Rocket Sandbox Ltd, DTX Winners Club Limited, Luffa Technology Network Company Limited, Cuban Trading UK Ltd, Halo Network Technology Ltd, Fortune Network Technology Ltd, Charco Charco Holborn Limited, Terra Cotta Warriors Isle of Dogs Ltd, Mingmen London Ltd, Chasca London Limited และ East Link London Ltd ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานที่เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือได้กระทำการหรืออ้างว่ากระทำการในนามของคอง ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

เบรนดอน ลั่ว (Brendon Luo) และ ชิว เว่ยเหริน (Qiu Weiren) เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในศูนย์สแกมเมอร์ของ Prince Group TCO ที่อำนวยความสะดวกให้กับปฏิบัติการฉ้อโกง ไต้ อัน (Dai An หรือ Dai) เป็นผู้นำระดับสูงใน Prince Group TCO และเคยดำรงตำแหน่งทางการในบริษัท Prince Huan Yu Real Estate Cambodia Group Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่ OFAC เคยขึ้นบัญชีไปแล้วในฐานะที่ถูกเป็นเจ้าของหรือควบคุมโดย หรือได้กระทำการหรืออ้างว่ากระทำการในนามของ Prince Holding Group โดยตรงหรือส่วน ฟาง จื้อเจิน (Fang Zhizhen หรือ Fang) มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องทางการชำระเงินออนไลน์ของ Prince Group สำหรับการหลอกลวง และฟอกเงินที่ได้จากรายได้ของศูนย์สแกมเมอร์ของ TCO ขณะที่ เฉิน โป (Chen Bo หรือ Chen) เป็นกรรมการของบริษัทในเครือ Prince Group TCO อย่างน้อย 6 แห่งที่ถูกขึ้นบัญชีเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่ง เฉิน จื้อเป็นเจ้าของหรือควบคุม เฉิน โป ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท Cloud Nine No. 4 Leasing Company Limited ในฮ่องกง และธนาคาร CCU Commercial Bank Plc ในกัมพูชา โดย OFAC ได้ขึ้นบัญชีลั่ว, ชิว, ได้, ฟาง และเฉิน ตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานะที่เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือได้กระทำการหรืออ้างว่ากระทำการในนามของ Prince Group TCO โดยตรงหรือโดยอ้อม ส่วน Cloud Nine No. 4 Leasing Company Limited และ CCU Commercial Bank PLC ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข เนื่องจากมีเจ้าของ หรือถูกควบคุม หรือดำเนินงานแทนหรือในนามของ เฉิน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

White Horse Hotel Management Group Co., Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย เป็นบริษัทโรงแรมที่ควบคุมโดยหยาง ยั่นหมิง (Yang Yanming) บุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2568 พร้อมกับ หู ตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข เนื่องจากเป็นเจ้าของ ควบคุม หรือดำเนินงานแทนหรือในนามของบริษัท Grand Legend International Asset Management Co., Ltd ในปาเลา ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งบริษัทดังกล่าวก็ถูกขึ้นบัญชีในเวลาเดียวกันในฐานะที่มีเจ้าของหรือควบคุมโดย หรือได้กระทำการหรืออ้างว่ากระทำการในนามของเฉิน จื้อ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม โดย OFAC ได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร White Horse Hotel Management Group Co., Ltd. ตามคำสั่ง E.O. 13581 ฉบับแก้ไข ในฐานะที่ถูกมีเจ้าของหรือควบคุมโดย หรือได้กระทำการหรืออ้างว่ากระทำการในนามของหยาง เยี่ยนหมิง โดยตรงหรือโดยอ้อม
ผลกระทบทางมาตรการคว่ำบาตร
ผลจากการดำเนินการในวันนี้ ทรัพย์สินและสิทธิในทรัพย์สินทั้งหมดของบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรตามที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ จะถูกอายัด และต้องรายงานต่อ OFAC นอกจากนี้ นิติบุคคลใด ๆ ที่ถูกเป็นเจ้าของโดยทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งรายบุคคลหรือโดยรวมตั้งแต่ 50% ขึ้นไปโดยบุคคลที่ถูกอายัดทรัพย์สินหนึ่งรายหรือมากกว่า ก็จะถูกอายัดด้วย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากใบอนุญาตทั่วไปหรือใบอนุญาตเฉพาะที่ออกโดย OFAC หรือได้รับการยกเว้น โดยทั่วไป กฎระเบียบของ OFAC โดยทั่วไปห้ามการทำธุรกรรมทั้งหมดโดยบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ หรือภายใน(รวมถึงการผ่านแดน)สหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือสิทธิในทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีหรือถูกอายัดทรัพย์สิน
การฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้มีการลงโทษทางแพ่งหรือทางอาญาต่อบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ และบุคคลต่างชาติ โดย OFAC อาจกำหนดโทษปรับทางแพ่งสำหรับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรบนหลักเกณฑ์ความรับผิดเด็ดขาด (strict liability) แนวทางการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ( Economic Sanctions Enforcement Guidelines) ของ OFAC ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นอกจากนี้ สถาบันการเงินและบุคคลอื่นๆ อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำบาตรหากเข้าร่วมในธุรกรรมหรือกิจกรรมบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรหรือถูกอายัดทรัพย์สิน ข้อห้ามดังกล่าวรวมถึงการบริจาคหรือการจัดหาเงินทุน สินค้า หรือบริการ โดย ให้แก่ หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลที่ถูกคว่ำบาตรหรืออายัดทรัพย์สิน ตลอดจนการรับบริจาคหรือรับการจัดหาเงินทุน สินค้า หรือบริการจากบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ บุคคลที่ไม่ใช่สัญชาติสหรัฐฯ ยังถูกห้ามไม่ให้ไม่ให้ก่อให้เกิดหรือสมรู้ร่วมคิดเพื่อให้บุคคลสัญชาติสหรัฐฯ ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ตลอดจนห้ามพฤติกรรมที่เป็นการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร บุคคลที่อยู่ในสหรัฐฯ หรือต่างประเทศที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรแก่โครงการแจ้งเบาะแสของ FinCEN อาจมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนำจับ หากข้อมูลที่พวกเขาให้นำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่ประสบความสำเร็จ และส่งผลให้มีการลงโทษปรับเป็นตัวเงินเกิน 1,000,000 ดอลลาร์


