
โครงสร้างและบทบาทของหน่วยงานที่ชื่อ ‘กรมฝนหลวงและการบินเกษตร’ ซึ่งมีภารกิจครอบคลุมตั้งแต่ชั้นบรรยากาศไปจนถึงการพยุงปากท้องของเกษตรกรไทย ท่ามกลางการได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดินที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 2569 ล่าสุดนี้ได้รับงบประมาณสูงถึง 2.09 พันล้านบาท
สถิติผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี (ปีงบประมาณ 2566 – 2568) พบว่ากรมฝนหลวงฯ มีสถิติการให้บริการฝนหลวงแก่ประชาชนและหน่วยงานราชการรวมกันถึง 14,806 ครั้ง โดยแบ่งเป็นปี 2566 จำนวน 6,444 ครั้ง ปี 2567 จำนวน 5,568 ครั้ง และปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 2,794 ครั้ง เนื่องจากสภาวะภัยพิบัติสุดขั้วและปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี ช่องทางการขอรับบริการได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขปีล่าสุดที่มีการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Service สูงถึง 2,000 รายการ จากช่องทางทั้งหมด
สำหรับเหตุผลหลักในการร้องขอฝนหลวงส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม “เกษตรกรรม” ซึ่งครองสัดส่วนเฉลี่ยเกินกว่าครึ่งหนึ่งในแต่ละปี รองลงมาคือการอุปโภค-บริโภค ปศุสัตว์ และการประมงตามลำดับ โดยกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเติมน้ำในชั้นบรรยากาศนี้คือกลุ่ม “เกษตรแปลงใหญ่” คิดเป็นสัดส่วนราว 50-60% ของผู้ได้รับประโยชน์ทั้งหมด ตอกย้ำให้เห็นว่าภารกิจของกรมฝนหลวงฯ เป็นกลไกสำคัญในการพยุงต้นทุนและผลผลิตของภาคเกษตรกรรมไทยที่ยังคงต้องพึ่งพิงสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก
สิ่งที่น่าสนใจและชวนคิดต่อคือ แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับปรับปรุงใหม่ของกรมฯ ที่ได้มีการประเมิน “ฉากทัศน์อนาคต” (Scenario) ของเกษตรกรไทยไว้ 3 รูปแบบ โดยฉากทัศน์ที่น่ากังวลที่สุดคือการที่เศรษฐกิจตกต่ำ เกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อม และนโยบายรัฐไร้ทิศทาง ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรไทยต้องพึ่งพารัฐแบบ 100% ยึดติดกับการทำเกษตรเคมีแบบเดิมและปรับตัวไม่ทันโลก สวนทางกับฉากทัศน์ในอุดมคติที่ต้องการเห็นเกษตรกรยืนได้ด้วยลำแข้งตนเองและหันมาทำเกษตรกรรมยั่งยืน
ท้ายที่สุด เมื่อตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐ พบว่าข้อต่อสำคัญที่ทำให้กรมฝนหลวงฯ ต้องใช้งบประมาณสูงเป็นอันดับต้นๆ คือ “ฝูงบิน” โดยในช่วงปี 2566 – 2569 มีการใช้เม็ดเงินรวมกว่า 4,222 ล้านบาท ไปกับ 45 โครงการ ซึ่งจัดหนักไปกับการจัดซื้อเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์รวม 6 ลำ เป็นเงินสูงถึง 3,876 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันกรมฝนหลวงฯ มีอากาศยานในครอบครองรวมทั้งสิ้น 40 ลำ แบ่งเป็นปีกตรึง 32 เครื่อง และปีกหมุน 8 เครื่อง เพื่อรองรับภารกิจดัดแปรสภาพอากาศและบินสำรวจ ซึ่งงบประมาณมหาศาลเหล่านี้ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังของสังคมในเรื่องความโปร่งใสและประสิทธิภาพที่คุ้มค่ากับภาษีของประชาชน


