ตลอด 18 ปีภายใต้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ พ.ศ. 2551 “กอ.รมน.” (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักด้านความมั่นคงภายในของรัฐ อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายกฯ เป็นผู้อำนวยการฯ และมีเครือข่ายโครงสร้างครอบคลุมทั้งระดับภาคและจังหวัด ภารกิจขยายจากเดิมที่เน้นปราบคอมมิวนิสต์ ไปสู่ยาเสพติด ชายแดน สาธารณภัย ความมั่นคงไซเบอร์ และการจัดการภัยคุกคามรูปแบบใหม่ สะท้อนการเติบโตของ กอ.รมน. อย่างต่อเนื่อง
งบประมาณที่ได้รับจากสำนักนายกรัฐมนตรีรวมกว่า 123,097 ล้านบาท (ปี 2552–2569) และยังมีงบจากหน่วยงานอื่นที่ กอ.รมน. เป็นผู้ขับเคลื่อนซึ่งไม่ถูกนับรวม ทำให้เม็ดเงินด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องจริงอาจสูงกว่านี้ อีกทั้งมีข้อสังเกตว่าตัวเลขงบบางปีสูงกว่าที่ปรากฏใน พ.ร.บ.งบประมาณ สะท้อนปัญหาความโปร่งใสและความซ้ำซ้อนของงบด้านความมั่นคง
แผนปฏิบัติราชการ 5 ปี (2566–2570) ตั้งเป้าใหญ่ 5 ด้าน โดยประเด็นสำคัญคือการ “ยุติความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ 100% ภายในปี 2570” ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงสถาบัน การจัดการแรงงานข้ามชาติ การพัฒนาฐานข้อมูลความมั่นคง และการลดพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ผ่านโครงการรวมกว่า 30 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่งานความมั่นคงแบบดั้งเดิมไปจนถึงงานพัฒนาและสังคม
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่กว้างและงบประมาณจำนวนมากนำไปสู่ข้อถกเถียงทางการเมือง โดยมีข้อเสนอ “ยุบ กอ.รมน.” เพื่อปฏิรูปโครงสร้างความมั่นคง ลดอิทธิพลกองทัพ และแก้ปัญหางบซ้ำซ้อน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังยืนยันความจำเป็นของหน่วยงานนี้ โดยมองว่าการบูรณาการ “การเมืองกับการทหาร” เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้


