
ประมวลภาพประวัติศาสตร์ เมื่อ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ก้าวสู่อิสรภาพ…หลังจากรับโทษครบ 2 ใน 3 จึงได้รับการพักโทษ เข้าสู่กระบวนการควบคุมความประพฤติ ตามหลักเกณฑ์-เงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 7.40 น. เป็นวันที่ประวัติไทยต้องจารึกอีกครั้ง เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก้าวเดินออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากที่ถูกคุมขังมานานถึง 245 วัน คิดเป็น 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด (1 ปี) จึงได้รับการพักโทษ และเข้าสู่กระบวนการควบคุมความประพฤติ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำคือ บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 แยก 13 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต หากจะเดินทางไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศก็ต้องได้รับอนุญาต และจะต้องมารายงานตัวต่อสำนักงานควบคุมความประพฤติกรุงเทพรวม 4 ครั้ง และห้ามประพฤติตนเสื่อมเสียไปจนกว่าจะครบกำหนดโทษจริงประมาณต้นเดือนกันยายน 2569

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอุ่นมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมาก รวมทั้งครอบครัวชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทยมายืนให้การต้อนรับ ทันที่นายทักษิณ ก้าวพ้นประตูเรือนจำ ก็โผเข้ากอดนางสาวแพทองธาร , พินทองทา และนายพานทองแท้ ชินวัตร จากนั้นก็เดินทักทาย และถ่ายภาพร่วมกับมวลชนคนเสื้อแดงที่มาตั้งแถวยื่นรอ ท่ามกลางเสียงตะโกน “เรารักทักษิณ” ดังเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะเดินกลับไปยื่นตรงเคารพธงชาติที่บริเวณด้านหน้าประตูเรือนจำ พร้อมกับร้องเพลงชาติไทยจนจบ ก็เดินขึ้นรถเบนซ์สีดำเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
คำถามสั้นๆ แต่มีน้ำหนักมหาศาล ที่ว่า…นายทักษิณจะ ’เลิกเล่นการเมือง‘ หรือไม่นั้น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ผมคิดว่าท่านคงจะวางมือจากการเมืองแบบทางตรง แต่จะยกระดับ จากการใช้อำนาจไปสู่การใช้บารมีมากขึ้น เช่น ให้คำแนะนำ ฝากประเด็นให้ไปคิด ส่วนจะเชื่อ หรือ ไม่นั้น คงจะไปบังคับไม่ได้ หรือ พูดง่าย ๆ ท่านกำลังจะยกระดับเพื่อไปสู่การเป็นผู้นำอาวุโส”
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย อดียรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “วันนี้คิดถึงนายทักษิณ จึงมาเยี่ยมท่าน ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง ส่วนความรู้สึกในวันนี้ ผมคิดว่าท่านเป็นคนดีที่มีความรู้ความสามารถ ก็อยากให้ท่านได้นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อประเทศชาติ ส่วนถามว่าท่านจะวางมือทางการเมืองหรือไม่นั้น ก็ขอให้ท่านตัดสินใจอนาคตของท่านเอง”








