โออาร์ ชู โมเดล ‘3 ดี’ ผสานความยั่งยืน 3 แกน “ชุมชนดี-สิ่งแวดล้อมดี-เติบโตดี” เติมเต็ม‘โอกาส’ ที่ทุกคนมีส่วนร่วม

“ความยั่งยืน” ในโลกธุรกิจ กับคำถามสำคัญว่าในวันที่โลกเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระดับโลก และวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจจะสร้างความยั่งยืนที่จับต้องได้ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะหากธุรกิจไม่คำนึงถึงผู้คน สังคมและสิ่งแวดล้อม การเติบโตทางธุรกิจย่อมไม่ยั่งยืน

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) จึงปรับบทบาทจากผู้ให้บริการด้านพลังงานและการค้าปลีก สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงชีวิตประจำวันของผู้คน ด้วยการสร้างสมดุลให้ทุกด้านเดินไปพร้อมกันภายใต้วิสัยทัศน์ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” (Empowering All toward Inclusive Growth)

แนวคิดนี้ถูกแปลงเป็นรูปธรรมผ่านโมเดล “โออาร์ เติมโอกาส” สู่ “3 ดี” ได้แก่ ชุมชนดี สิ่งแวดล้อมดี และเติบโตดี ซึ่งไม่ใช่เพียงกรอบแนวคิด แต่เป็นโครงสร้างการขับเคลื่อนที่มีเป้าหมายชัด วัดผลได้ ที่สำคัญคือ เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วย

นี่เป็นโจทย์ที่ โออาร์ ใช้จุดแข็งจากความเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานและค้าปลีก ผลลัพธ์จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขรายได้หรือกำไร แต่เป็นการทำให้ “3 ดี” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ชุมชนดี: เมื่อ “โอกาส” คือรากฐานของคุณภาพชีวิต

เริ่มที่ ‘ชุมชนดี’ โออาร์ ไม่ได้มองแค่การให้ความช่วยเหลือระยะสั้น แต่หัวใจคือ การออกแบบระบบที่ทำให้คนในชุมชน “เติบโตได้ด้วยตัวเอง” และเมื่อชุมชนเข้าถึงโอกาสอย่างทั่วถึง การเติบโตของธุรกิจก็จะสะท้อนกลับมาเป็นการเติบโตของสังคมในภาพรวม

ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการจ้างงานกับคนในพื้นที่ในช่องทางของ โออาร์ กล่าวคือ พื้นที่ทางธุรกิจของ โออาร์ เป็นเครื่องมือในการเปิดพื้นที่ให้ได้เติบโตแบบโมเดล “ชุมชนดี”

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Café Amazon โดยเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ (เมล็ดกาแฟ) ซึ่งเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย เช่น บ้านปางขอนและบ้านผาลั้ง ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน (Sustainable Coffee Project) ทำให้เกษตรกรมีตลาดรับซื้อกาแฟที่มั่นคงและได้ราคาที่เป็นธรรม ต่อเนื่องมาถึงหน้าร้าน Café Amazon for Chance กว่า 500 สาขา ทั่วประเทศ ได้มีการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทหารผ่านศึกและครอบครัว เยาวนชนผู้ขาดโอกาส ทำให้ทุกคนในชุมชนสามารถเติบโตได้ด้วยศักยภาพของตนเอง

โดยเป้าหมายชัดเจนของชุมชนดีคือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนกว่า 17,000 ชุมชน หรือมากกว่า 12 ล้านชีวิตภายในปี 2030

สิ่งแวดล้อมดี: ออกแบบ ‘ความยั่งยืน’ ที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ขยับมาที่มิติสิ่งแวดล้อม โออาร์ เห็นอินไซต์ของผู้บริโภค ที่หลายคนอยากมีส่วนร่วมแก้ปัญหาโลกร้อน หันมาใช้พลังงานสะอาด แต่ติดข้อจำกัดเรื่องวิธีการ รวมถึงความยุ่งยาก ต้นทุนสูง สุดท้ายพฤติกรรมเดิมจึงยังคงอยู่

เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย สอดคล้องกับแนวคิด ‘สิ่งแวดล้อมดี’ และแผนของ โออาร์ คือ (1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 1 ใน 3 ภายในปี 2030 (2) มุ่งสู่ Carbon Neutrality ในปี 2030 และ (3) มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050

จากภาพใหญ่สู่บทบาทการวางโครงสร้างพื้นฐานให้ทุกคนมีส่วนร่วมและลดความยุ่งยากในการใช้พลังงานสะอาด โดยเน้นไปที่การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด มากกว่า 1,300 แห่ง และหัวชาร์จรวมกว่า 2,900 หัว ตัวเลขนี้มีความหมายมากกว่าโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการลด “ความกังวล” ของผู้ใช้ และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

ในระดับอุตสาหกรรม โออาร์ ยังขยายบทบาทไปสู่ภาคการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยคาร์บอนขนาดใหญ่ ผ่านการนำเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มาใช้เชิงพาณิชย์ร่วมกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนบทบาทของ โออาร์ ในฐานะตัวกลางที่เชื่อมพลังงานทางเลือกเข้ากับระบบเศรษฐกิจ

เติบโตดี: ระบบเศรษฐกิจของคนตัวเล็กและใหญ่

โออาร์ ยังมองว่า Stakeholder ทั้งหมดต้องได้รับประโยชน์และเติบโตไปพร้อมกันตัวเลขทางธุรกิจ โดยเป้าหมายคือ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้มีส่วนได้เสียกว่า 1 ล้านรายภายในปี 2030 ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ชุมชน คู่ค้า พนักงาน หรือผู้ถือหุ้น

หัวใจสำคัญคือการออกแบบ “OR Ecosystem” ให้ ‘เติบโตดี’ ซึ่งเชื่อมโยงธุรกิจหลายมิติ ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต ค้าปลีก และเปิดตลาดให้คนในชุมชนเติบโตไปพร้อมระบบธุรกิจใหญ่ สุดท้ายกลายเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อมที่หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง และเป็นมากกว่าการสร้างรายได้ให้กับองค์กรแต่เป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อม

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีการใช้บริการ รายได้จะไม่หยุดอยู่เพียงจุดเดียว แต่ไหลต่อไปยังผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน คู่ค้า และแรงงานในระบบ ก่อให้เกิดการจ้างงานการสร้างอาชีพและการกระจายรายได้ในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน โออาร์ ยังให้ความสำคัญกับ “ความโปร่งใสและความเป็นธรรม” ในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกคู่ค้า ไปจนถึงการสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมและยุติธรรม

เมื่อมองในภาพรวม “โออาร์ เติมโอกาส” สู่ “3 ดี” ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์องค์กร แต่คือโมเดลของการพัฒนาที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพราะความยั่งยืนจะไม่เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง หากเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ “ระบบ” ถูกออกแบบใหม่ให้ทุกคนเข้าถึงได้ มีส่วนร่วม และสร้างโอกาส การใช้ชีวิต และการเติบโต

บทบาทของ โออาร์ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ให้บริการพลังงานและค้าปลีก แต่คือผู้ขับเคลื่อนโอกาสที่ทำให้การเติบโตของธุรกิจ กลายเป็นการเติบโตของสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน