ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ “ทุน” ทั้งที่เป็นธรรมชาติและที่สร้างขึ้นมาอย่างฟุ่มเฟือย จน “ทุน” ที่ดีร่อยหรอ ขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของประเทศลดลงไปเรื่อยๆ จึงมีคำถามว่า ถ้าประเทศไทยต้องรอด เราจะร่วมกันฟื้นฟูอย่างไร
นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้สัมภาษณ์ ‘ไทยพับลิก้า’ ต่อสถานการณ์ประเทศไทย โดยมองถึง “ทุนประเทศไทย” ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปข้างหน้า ต้องมีทุนอะไรในการขับเคลื่อน แล้ววันนี้ “ทุนประเทศไทย” อยู่ในภาวะอย่างไร
โดยกล่าวว่า “จริงๆ ทุนมีหลายตัว แต่ที่เห็นชัดๆ คือเรื่องคน หรือทุนมนุษย์ (human resource) เป็นทุนที่สำคัญที่สุดของทุกประเทศ และทุกประเทศจะมี “ทุนทรัพยากรธรรมชาติ” ที่ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคมมากน้อยแตกต่างกัน ถ้าคนมีคุณภาพ ประเทศจะเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วน “ทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่ประเทศมีอยู่” จะช่วยในการก้าวไปข้างหน้า และทุนสำคัญที่สุดอีกตัวหนึ่ง ที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงของทุกประเทศสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดคือ “ทุนทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม” อันนี้เป็นทุนที่สำคัญมากๆ ในการพลิกโฉมการเติบโตของประเทศ
นางสาวอ้อนฟ้ากล่าวว่า เมื่อย้อนกลับมาดูทุนเหล่านี้ของไทย ทุนที่หลายๆ คนอาจจะเป็นห่วงมากที่สุดคือทุนเศรษฐกิจ ที่ขณะนี้จะรู้สึกว่าเศรษฐกิจเติบโตช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยเกิดภาวะอย่างนี้มานานแล้ว รัฐบาลต่างๆ เลยพยายามหาวิธีแก้ แต่ในแง่ของการเติบโต การทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน ไม่ได้มีเรื่องการเติบโตทางเศรฐกิจตัวเดียว
นางสาวอ้อนฟ้ากล่าวว่า สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นภาพ “ทุนประเทศไทย” และรู้ว่านี่คือทุนสำคัญในการสร้างให้ประเทศเติบโตไปข้างหน้าได้ เพราะฉะนั้น พยายามแก้ไขให้ระบบราชการเข้ามาช่วยกันแก้จุดอ่อนตรงนี้ หรือช่วยยกระดับทุนพวกนี้
บทบาท ก.พ.ร. ซึ่งดูแลการประเมินผลงานของหน่วยราชการต่างๆ ด้วย KPI เห็นว่าหน่วยงานราชการอาจจะทำงานเป็นไซโล ไม่ค่อยบูรณาการกัน จึงไม่ได้ตอบโจทย์นโยบายภาพใหญ่
ก.พ.ร. ใช้กลไกหนึ่งที่เรียกว่า “Joint KPIs” หรือตัวชี้วัดร่วม ในการที่จะให้หน่วยงานทำงานร่วมตอบโจทย์เป้าหมายร่วมกัน เป็นการใช้กลไกบริหารราชการเข้าไปเพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่อง ‘ทุนประเทศไทย’ ในมิติต่างๆที่มีแนวโน้มจะถดถอยลง
นางสาวอ้อนฟ้าเล่าว่า “ก.พ.ร. ทำเรื่อง Joint KPIs มาประมาณ 4 ปีแล้ว ‘Joint KPIs’ ช่วงแรกๆ มีอยู่ 4 ตัว มีเรื่องท่องเที่ยว เรื่อง SME เรื่อง PM2.5 แล้วก็เรื่องน้ำ หลังจากนั้นก็พัฒนาเพิ่ม ตอนนี้มี 8 ตัว เช่น เรื่อง climate change เพราะหลังจากไทยไปทำข้อตกลงเรื่อง net zero เราก็รู้ว่าท่าทางจะไปไม่ทัน ถ้าไม่ทำ Joint KPIs เลยนำเรื่อง net zero มาทำ Joint KPIs คือการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก”
“Joint KPIs บางตัว มีหน่วยงานเข้ามาร่วมประมาณ 50-60 หน่วยงาน เราดึงตั้งแต่จังหวัด องค์การมหาชนที่เกี่ยวข้อง กรมทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องง่าย”
ก.พ.ร. ยังนำ digital service เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ KPI โดย portal กลางขณะนี้มีอยู่ 2 ตัวหลักๆ ที่ให้บริการ portal แรกเรียกว่าBiz Portal อีกส่วนหนึ่งคือ portal สำหรับประชาชนทั่วไป ที่รู้จักในชื่อ “ทางรัฐ”
นางสาวอ้อนฟ้ากล่าวว่า ทุนที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นทุนที่ละเอียดและอธิบายค่อนข้างยาก คือ ทุนด้านสังคมกับทุนด้านสถาบัน(institutional)
ทุนสังคมคือ trust ความไว้เนื้อเชื่อใจกันในสังคม การมีเครือข่ายที่เอื้ออาทรกันในสังคม นี่คือทุนที่สำคัญ “ทุนนี้ต่างหากที่ร่อยหรอ แต่การจะสร้างทุนนี้กลับมาใหม่ จะต้องทำให้คนตระหนักถึงสายใยของครอบครัว ความเห็นอกเห็นใจกันในโรงเรียน มากกว่าการบูลลีกัน เรื่องพวกนี้สำคัญ”
ทุนอีกตัวหนึ่งคือ institutional มี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือระบบราชการ อีกส่วนหนึ่งคือระบบการเมือง ซึ่งเล่นแบบเดิมไม่ได้ ทั้งการเมืองและราชการ
นางสาวอ้อนฟ้ากล่าวว่า การจะเกิดทุนทางสังคมหรือการสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายในสังคมได้ ต้องมีค่านิยมร่วมกันในสังคม ผู้จะเป็นคนสร้างค่านิยมร่วมนี้ ผู้นำ ซึ่งก็คือรัฐบาล ต้องสร้าง พร้อมชี้ว่า การสร้างวัฒนธรรมที่จะทำให้สังคมยั่งยืน เป็นเรื่องใหญ่และระยะยาว เพราะว่าจริงๆ คนที่ชัดเจนที่สุดคือผู้นำ
นางสาวอ้อนฟ้าระบุด้วยว่า บทบาทของ ก.พ.ร. เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ที่เชื่อมโยงให้ประเทศรอดได้ เพราะ ก.พ.ร. มีหน้าที่ดูแลภาพรวมระบบราชการทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างภารกิจ การทำงาน ผลที่ได้ ก.พ.ร. ทำหน้าที่มอนิเตอร์
“ที่เรามาทำ Joint KPIs เพื่อให้ตอบโจทย์ หรือทันทีที่เรารู้ว่า ถ้าปล่อยให้เดินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จะไม่ไหวนะ เราก็แก้กฎหมาย แก้กฎระเบียบที่เป็นกติกาในการทำงานของหน่วยงานราชการ อันนี้คือสิ่งที่เราทำ จริงๆ เราก็คือส่วนหนึ่งในการที่ทำให้ระบบราชการทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ และสามารถช่วยขับเคลื่อนประเทศ” นางสาวอ้อนฟ้ากล่าว
นางสาวอ้อนฟ้าย้ำว่า สิ่งที่ ก.พ.ร. ทำเพื่อวางระบบให้ประเทศไปข้างหน้าได้จะมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ คือ 1. digital transformation ในภาครัฐทั้งหมด เพื่อจะให้บริการประชาชน และทำงานด้วยกันเอง จะได้ลดต้นทุนของประชาชนและผู้ประกอบการบริษัทต่างๆ และ2.เรื่องของการเป็น open government ที่จะเอาเสียงของประชาชนเข้ามาให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ‘อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ’ ชูตัวชี้วัด ‘Joint KPIs’ ระบบราชการแก้ปัญหา ‘ทุนถดถอย’ สร้างค่านิยมร่วมประเทศไทยรอดได้ ได้ที่เว็บไซต์ไทยพับลิก้า



