1721955
A Knight of the Seven Kingdoms (2026, ประกาศสร้างซีซั่นสองแล้ว) คือซีรีส์ภาคแยกล่าสุดแห่งจักรวาล Game of Thrones (2011-2019, 8 ซีซั่น-เรียกย่อว่า “GOT”) ซึ่งก่อนนี้ยังมีซีรีส์อีกชุดคือ House of the Dragon (2022-ปัจจุบัน, ซีซั่น 3 จะฉายปีนี้ และซีซั่น 4 อันเป็นซีซั่นสุดท้ายได้รับการอนุมัติแล้ว) แถมยังจะมีโปรเจกต์ที่งอกตามมาอีกยุ่บยั่บ อาทิ Aegon’s Conquest ที่อยู่ระหว่างพัฒนา และคาดการณ์ว่าน่าจะได้ดูกันในช่วงปี 2031, ส่วนโปรเจกต์ Jon Snow ที่ก่อนหน้านี้ลุงจอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน (ผู้แต่งจักรวาล GOT) คุยฟุ้งไว้ ล่าสุดถูกพับเก็บไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ลุงมาร์ตินก็ยังดอดไปให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่ากำลังซุ่มพัฒนาภาคต่ออื่น อันเป็นเหตุการณ์หลังจากจบซีซั่น 8 ของ GOT ว่าจะมีภาคแยกอีก 5-6 โปรเจกต์ ดังนี้ Arya Stark Sequel เป็นภาคต่อที่มีความเป็นได้สูงมากเกี่ยวกับตัวละครอาร์ยา สตาร์กเดินเรือมุ่งไปทางตะวันตกของเวสเทอรอส, มีโปรเจกต์สปินออฟที่ติดตามความเป็นไปของมังกรโดรโกนตัวสุดท้ายที่ตอนจบภาคมันคาบศพแดเนอรีสบินจากไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น, ไปจนถึงเรื่องราวทวีปทางใต้โซโธริออสที่ยังไม่เคยถูกสำรวจซึ่งลุงมาร์ตินเคยเล่าว่ามันคือป่าอะเมซอนในโลกแฟนตาซี เต็มไปด้วยตัวประหลาดและโรคระบาดที่เราไม่รู้จัก รวมถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับบรรพบุรุษของพวกสตาร์กที่หายไปในป่าดงดิบนี้
ทั้งหมดนี้ทำเอาแฟน ๆ เหนื่อยหน่ายอยากจะขอร้องให้ลุงรีบกลับไปเขียนหนังสือชุด A Song of Ice and Fire (ต้นฉบับ GOT) ที่วางแผนว่าจะมี 7 เล่ม แต่ลุงแกค้างเติ่งไว้ที่เล่ม 5 มาตั้งแต่ตอนซีรีส์ออนแอร์ซีซั่นแรกนู่น ซึ่งดูวี่แววว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 10 ปี ทว่าปัจจุบันอายุลุงกำลังย่างสู่ปีที่ 78 ผู้คนก็อวยพรปนสาปส่งแกทุกวัน เกรงจะซ้ำรอย เจ อาร์ อาร์ โทลคีน ผู้เขียน The Lord of the Ring ที่ตั้งใจจะเขียน The Silmarillion (ตำนานแห่งซิลมาริล-รวมประวัติศาสตร์ยุคบรรพกาลแห่งมิดเดิลเอิร์ธ) แต่ระหว่างทางก็ดันมาตายเสียก่อนในวัย 81 ปี จนสุดท้ายต้องให้ คริสโตเฟอร์ ลูกชายโทลคีนมาเขียนต่อ ที่แย่หนักคือลุงมาร์ตินแกไม่มีลูกด้วยนี่สิ
แถมลุงมาร์ตินยังไม่ได้มีแค่จักรวาล GOT เท่านั้น เพราะช่วงหลายปีที่ผ่านมาแกไปปั้นซีรีส์ Dark Winds (2022-ปัจจุบัน) ที่ลุงขึ้นแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมกับโรเบิร์ต เรดฟอร์ด (ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อกันยาปีที่แล้ว) กำลังจะออนแอร์ซีซั่น 4 วันที่ 15 กุมภานี้ ยังจะมีเกม Elder Ring ที่ประสบความสำเร็จหนักมากจนลุงคุยว่าอาจมีเวอร์ชั่นหนังหรือซีรีส์ตามมา, ปีที่แล้วลุงสร้างหนังที่ดัดแปลงจากเรื่องสั้นของแกด้วยเรื่อง In the Lost Lands (2025) ที่ออกมาแป้กไม่เป็นท่า
กับอีกหนึ่งซีรีส์ลูกรักของแกคือ Wild Cards ที่ลุงเขียนเป็นนิยายตั้งต้นเอาไว้ตั้งแต่ปลายยุค 80s สมัยที่ลุงยังไม่ดังจนบัดนี้มี 34 เล่มด้วยการเชิญนักเขียนมากมายมาช่วยกันขยายซีรีส์นี้ ซึ่งช่อง Syfy เคยประกาศจะสร้างตั้งแต่ปี 2011 แต่ก็เงียบจ้อยไปก่อนยูนิเวอร์ซัลจะซื้อสิทธิ์ไป แต่แล้ว 2018 Hulu ก็ประกาศว่าจะทำออกมาเป็นจักรวาลซีรีส์ 2 ชุดใหญ่บึ้มออกมาพร้อมกัน แต่สุดท้าย Hulu ถอนตัว จนปี 2021 สตรีมมิ่งช่อง Peacock ของค่ายเอ็นบีซียูนิเวอร์ซัลบอกจะรับช่วงสร้างเอง แต่จนบัดนี้ก็ยังไร้วี่แวว แม้ลุงมาร์ตินจะยืนยันหนักแน่นว่าสร้างแน่ แต่ไม่รู้เมื่อไร จนตอนนี้กลายเป็นมีมล้อลุงว่า ไม่รู้ว่าซีรีส์ Wild Cards หรือนิยาย The Song of Ice and Fire เรื่องไหนจะเสร็จก่อนกัน
วกกลับมาที่ A Knight of the Seven Kingdoms เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนิยายชุด 3 เล่มจบในชื่อชุด Tales of Dunk and Egg ที่ประกอบไปด้วยนิยายขนาดสั้น The Hedge Knight (1998), The Sworn Sword (2003), และ The Mystery Knight (2010) ซึ่งล่าสุดลุงยังจะยืนยันว่าอยากจะขยายจักรวาลนิยายชุดนี้ออกไปอีก (ยังจะมีอีก?)
หากจะไล่เรียงตามไทม์ไลน์ของจักรวาล GOT ซีรีส์ชุด House of the Dragon คือราว 200 ปีก่อน GOT อันเป็นสงครามกลางเมืองมังกรเริงระบำหรือจุดเริ่มต้นของการสูญสิ้นมังกร, ส่วนซีรีส์ชุด A Knight of the Seven Kingdoms คือ 90 ปีก่อน GOT อันเป็นยุคของดังค์กับเอ้ก หลังจบกบฏแบล็คไฟร์ เป็นยุคที่มังกรตายหมดสิ้นไปแล้วและบัลลังก์เหล็กเริ่มสั่นคลอน, ส่วนยุค GOT คือศึกชิงบัลลังก์เหล็กกับการมาถึงของพวกไวท์วอล์คเกอร์และมังกรคืนชีพ
ซีรีส์ A Knight of the Seven Kingdoms เป็นเรื่องราวของ ดังค์ (ปีเตอร์ แคลฟฟีย์ จากซีรีส์ Vikings: Valhalla, Borderline) คนรับใช้ (Squire) ไร้หัวนอนปลายเท้า ตัดสินใจสวมรอยเป็นอัศวินพเนจรหลังเจ้านายตาย เพื่อเข้าแข่งขันงานประลองที่แอชฟอร์ดหวังสร้างชื่อและชิงรางวัล ระหว่างทางเขาได้พบกับ เอ้ก (เดกซ์เตอร์ โซล แอนเซลล์ จาก ซีรีส์ Hullraisers, Emmerdale) เด็กชายหัวโล้นท่าทางประหลาดที่ขอติดตามมาเป็นข้ารับใช้ของดังค์ ซึ่งแท้จริงแล้วคือเด็กน้อยคนนี้คือ เจ้าชายเอกอน ทาร์แกเรียน ที่ปลอมตัวมาเพื่อเรียนรู้โลกกว้าง แต่แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อดังค์ทนเห็นความอยุติธรรมไม่ได้ เขาเข้าไปทำร้ายเจ้าชายแอเรียน (ฟินน์ เบนเน็ตต์ จากซีรีส์ True Detective: Night Country, Black Doves) ผู้เหี้ยมโหดเพื่อปกป้อง ทันเซล (แทนซิน ครอว์ฟอร์ด จากซีรีส์ Servant, Tiny Beautiful Things)นักแสดงละครหุ่นเชิดสามัญชน ส่งผลให้เขาถูกจับกุมในข้อหาอาญาแผ่นดินที่มีโทษถึงขั้นตัดมือหรือประหารชีวิต
เพื่อรักษาชีวิตและศักดิ์ศรี ดังค์ขอเลือกใช้การตัดสินด้วยเทพเจ้าผ่านการประลองโบราณ “Trial by Seven” ซึ่งเป็นการสู้กันแบบ 7 ต่อ 7 เขาต้องรวบรวมมิตรภาพจากอัศวินแปลกหน้าเพื่อเข้าห้ำหั่นกับยอดฝีมือของราชวงศ์ แม้สุดท้ายฝ่ายดังค์จะชนะจนเขาพ้นผิด แต่มันกลับแลกมาด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ ซีซั่นนี้ย้ำประเด็นว่าเกียรติยศที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่สายเลือด แต่อยู่ที่การกล้าลุกขึ้นสู้เพื่อคนที่ไม่มีทางสู้
หากอ่านเรื่องย่อเพียงเผิน ๆ อาจจะคิดว่านี่คือซีรีส์ที่ทำให้เราได้เห็นโลกของอัศวินในตำนาน ความกล้าหาญ ทรงเกียรติ ความชายแท้ที่ต่อสู้เพื่อราชวงศ์ เปล่าเลย ความสนุกทุกอณูของเรื่องนี้คือการพาให้ผู้ชมไปเห็นโลกแห่งความเรียลที่แท้ทรูของอัศวินที่เราเคยจินตนาการเอาไว้ว่ามันก็แค่คนกักขฬะในโลกที่ป่าเถื่อนไม่รู้จักคุณค่าของความเป็นคน พยายามทำเรื่องโง่ ๆ เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ เสียดสีทุกชนชั้น แต่เราจะเก็บเรื่องพวกนั้นเอาไว้ก่อนในบทความอื่น เพราะบทความนี้เราจะเน้นกันที่มุมมองทางศิลปะของเรื่องนี้ ซึ่งฝรั่งจะเรียกสิ่งนี้กันว่า “Coat of Arms”, หรือ “Sigil” และลุงมาร์ตินเรียกสิ่งเหล่านี้รวม ๆ กันว่า “Heraldry (เหล่ากอ)” ซึ่งเราขอเรียกรวม ๆ กันว่า “ตราสัญลักษณ์”
เหรียญสตางค์
จริง ๆ มันไม่ใช่ของแปลกใหม่อะไร โดยเฉพาะบ้านเราย่อมคุ้นเคยกันดี สิ่งเหล่านี้ประกอบอยู่ในธงชาติ ตราสัญลักษณ์ ธนบัตร เหรียญ อยู่บนหน้าจอทีวี ประดับอยู่ทั่วทุกที่ โดยเฉพาะซีรีส์เดี๋ยวนี้ก็เอาสิ่งเหล่านี้มาล้อเลียนเมื่อมีเนื้อหาเสียดสีบรรดาอำนาจสูงส่งศักดิ์สิทธิ์มือที่มองไม่เห็น จริง ๆ แล้วในจักรวาล GOT ใช้มาตลอด แต่ทีนี้เราอาจต้องทำความเข้าใจด้วยว่าจักรวาลนี้มีประวัติศาสตร์ของตัวมันเอง และเราคงสาธยายทั้งหมดในบทความนี้ไม่หมดแน่นอน ดังนั้นเราจะค่อย ๆ ไล่เรียงไปตามสิ่งที่เห็นในซีรีส์ และอย่างแรกคือ เหรียญสตางค์
สิ่งที่ซีรีส์จงใจจะซูมให้เราเห็นคือสัญลักษณ์บนเงินเหรียญเหล่านี้ เหรียญหนึ่งถูกโยนโดยลูกผู้ดีมีตระกูลคนหนึ่งที่เมาหนักและคนดูยังไม่รู้ว่าเป็นใคร เหรียญของเขามีรูปเป็นมังกรสามหัว ส่วนเหรียญที่ดังค์โยนให้กับเอ้ก เป็นรูปดวงดาวเจ็ดแฉก
มังกรสามหัว
เป็นสกุลเงินที่มีค่าสูงสุดของเจ็ดอาณาจักร หน้าเหรียญสลักรูปมังกรสามหัวของราชวงศ์ทาร์แกเรียน ส่วนอีกด้านมักสลักใบหน้าของกษัตริย์ที่ครองราชย์ในขณะนั้น เหรียญนี้คือตัวแทนของอำนาจส่วนกลางจากบัลลังก์เหล็ก ในยุคของดังค์ มังกรทองเพียงไม่กี่เหรียญสามารถซื้อชุดเกราะดี ๆ หรือม้าศึกได้เลย และตรามังกรสามหัวนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นในอีพีแรกก็จริง แต่มันปรากฏอย่างเด่นชัดบนธงของพวกทาร์แกเรียนในตัวอย่างซีรีส์
การปกครองในยุคไร้มังกรในภาคนี้ คือช่วงเปลี่ยนผ่าน มีบรรยากาศหวาดระแวงกันและกันเหมือนสงครามเย็น ตึงเครียดและเปราะบาง แม้จะเป็นยุคที่ราชวงศ์ทาร์แกเรียนดูจะรุ่งเรือง แต่ภายในผุพังเน่าเฟะด้วยปมขัดแย้งทางสายเลือด ภายใต้การปกครองของกษัตริย์เอริสที่ 1 แห่งราชวงศ์ทาร์แกเรียน (Aerys I Targaryen) กษัตริย์ราชวงศ์มังกร ผู้ไม่สนใจการปกครอง ครองราชย์ราว 209–221 AC เป็นโอรสของแดรอนที่สอง (แดรอนผู้ทรงธรรม)
เอริสที่ 1เป็นพวกบ้าหนังสือ วัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับตำราและการทำนาย จนคนลือกันว่าเขา “ไม่ยอมร่วมเตียงกับมเหสี” เพราะกลัวจะเสียเวลาอ่านหนังสือ แล้วเนื่องจากแอริสไม่สนใจการเมือง เขาเลยยกอำนาจทั้งหมดให้ “ลอร์ดบลัดเรเวน (Lord Bloodraven) ” หรือ บรินเดน ริเวอร์ส (ลูกนอกสมรสของเอกอนที่ 4) เป็นหัตถ์ราชา ซึ่งบลัดเรเวนคนนี้แหละคือคนที่กลายเป็น “อีกาสามตา” (Three-Eyed Raven) ในยุคของแบรน สตาร์ก
ในท้ายยุคดังค์กับเอ้ก เอริสที่ 1 จะสิ้นพระชนม์ บัลลังก์เหล็กตกเป็นของน้องชายเขา ซึ่งก็คือ แมการ์ ที่ 1 (Maekar I Targaryen) ผู้เป็นพ่อของเอ้ก ทำให้ในอนาคตเอ้กจะกลายเป็นกษัตริย์เอกอนที่ 5 (Aegon V “the Unlikely ผู้ที่ไม่มีใครคาดว่าจะขึ้นเป็นกษัตริย์”) แต่ผลพวงจากการออกท่องโลกร่วมกับดังค์นี่เองทำให้เอ้กเข้าใจวิถีชีวิตของสามัญชนเป็นอย่างดีต่างจากทาร์แกเรียนคนอื่น ๆ ในสายตระกูล
หัวใจหลักความขัดแย้งของยุคนี้คือกบฎแบล็คไฟร์ครั้งที่หนึ่งเพิ่งสงบลงไม่กี่สิบปีก่อนที่ดังค์จะเกิด แต่รอยร้าวยังคงอยู่ ยังคงต่อสู้ระหว่างมังกรแดง อันหมายถึงราชวงศ์สายหลัก สัญลักษณ์เป็นมังกรแดงบนพื้นดำ แทนความถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาล ส่วนมังกรดำบนพื้นแดง คือสัญลักณ์ของ เดมอน แบล็คไฟร์ พี่น้องนอกสมรสของกษัตริย์เดรอนได้ที่ได้รับมอบ ดาบแบล็คไฟร์ (ดาบของกษัตริย์) มาจากบิดา เขาจึงประกาศตัวเป็นกษัตริย์ที่แท้จริงและสลับสีตราสัญลักษณ์
ปัญหาคือเกิดจากกษัตริย์เอกอนที่ 4 ก่อนตายได้ทำการับรองลูกนอกสมรสให้กลายเป็นในสมรส ผู้คนแตกแยกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายกฎหมายเชียร์มังกรแดง ฝ่ายนักรบเชียร์มังกรดำ ในยุคของดังค์ แม้เดมอน แบล็คไฟร์ (มังกรดำสายนักรบ) จะตายไปแล้ว แต่ลูกหลานของพวกเขายังคงกบดานและรอวันกลับมาทวงบัลลังก์ ทำให้กษัตริย์แดรอนต้องคอยหวาดระแวงขุนนางในปกครอง ความนรกแตกคือบางคนเลือกข้าง แต่ก็มีบางคนที่แม้จะเชิดชูอุดมการณ์แบบมังกรดำแต่ก็ต้องแสดงตนว่าอยู่ฝ่ายมังกรแดงเพื่อความอยู่รอดและมีอำนาจในสังคม ถึงกระนั้นกษัตริย์แดรอนก็ตายเพราะโรคระบาด จนบัลลังก์ตกมาถึง เอริสที่ 1 ในภาคดังค์เอ้กนี้ และส่งผลให้เอ้กต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่สามารถเผยฐานะที่แท้จริงได้
ดาราเจ็ดแฉก
แสดงความศรัทธาต่อพระเจ้าเจ็ดองค์ เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาที่แพร่หลายที่สุดในเวสเทอรอส มักถูกใช้เป็นเครื่องรางนำโชค (Talisman) หรือสัญลักษณ์ของความศรัทธา เหรียญนี้มักปรากฏในบริบทของการระลึกถึงผู้ตาย หรือการขอพรจากพระเจ้าให้คุ้มครองการเดินทาง
ดาราเจ็ดแฉกคือเข็มทิศทงศีลธรรม และรากฐานของอำนาจ ในจักรวาลนี้พวกเขานับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียวแต่แสดงออกมาใน 7 รูปลักษณ์ประดุจดาวเจ็ดแฉก คือ พระบิดา ความยุติธรรมและตัดสิน, พระมารดา ความรักเมตตาและให้กำเนิด, นักรบ ความกล้าหาญ, หญิงรับใช้ ความบริสุทธิ์ดีงาม, ช่างตีเหล็ก ความสร้างสรรค์อุตสาหะ, หญิงชรา สติปัญญาการส่องสว่างทางความคิด และคนแปลกหน้า ตัวแทนความตายหรือสิ่งลี้ลับ
ในยุคของดังค์ ศาสนาจะเข้มแข็งกว่าสมัย GOT มาก เฉกเช่นกับสมัยที่ศาสนจักรมีอำนาจในการแต่งตั้งกษัตริย์และอัศวิน เช่นกัน ในจักรวาลนี้ อัศวินที่แท้จริงต้องผ่านพิธีสาบานตนต่อหน้าดาราเจ็ดแฉกและถูกชโลมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 7 ชนิด อันเป็นข้อที่ดังค์กังวลเสมอว่าตนจะเป็นอัศวินเก๊หรือไม่ เพราะเขาไม่ได้ผ่านพิธีนี้อย่างเป็นทางการ ส่วนเหรียญรูปดาวเจ็ดแฉกเป็นสัญลักษณ์หรือเหรียญสตางค์ของชนชั้นรากหญ้าที่มีศรัทธา มีค่าน้อยในเชิงวัตถุ ส่วนหน้าตารูปดาราเจ็ดแฉกในปราสาทเป็นสัญลักษณ์ว่าการประลองอัศวินนี้อยู่ภายใต้สายตาของพระเจ้า คนโกงหรือทำผิดศีลธรรมย่อมได้รับการลงทัณฑ์
เงินตรา vs ศรัทธา: ในขณะที่ “เหรียญมังกร” ขับเคลื่อนโลกด้วยอำนาจการซื้อและการเมือง (การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ) แต่ “เหรียญเจ็ดแฉก” ขับเคลื่อนโลกด้วยจริยธรรมและศรัทธาของชาวบ้าน ทำให้เกิดรอยร้าวในซีรีส์นี้เมื่อเหรียญมังกรคือสิ่งที่ต่อลมหายใจให้เขาในฐานะนักรบ แต่เหรียญเจ็ดแฉกคือสิ่งที่เตือนสติเขาในฐานะอัศวินที่มีคุณธรรม (Chivalry)
ตราดวงอาทิตย์
ระหว่างทางดังค์ตั้งใจจะไปเข้าแข่งงานประลองอัศวิน และหนทางที่เขาจะเข้าสู่การประลองนี้เขาต้องไปลงทะเบียนยังปราสาทแห่งหนึ่งที่ผู้ชมจะเห็นตราดวงอาทิตย์ มันคือสัญลักษณ์ของ ตระกูลแอชฟอร์ด (House Ashford) เป็นหนึ่งในตระกูลขุนนางมั่งคั่งที่มีชื่อเสียงในดินแดน เดอะ รีช (The Reach ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด) โดยเป็นตระกูลที่สาบานตนต่อตระกูลไทเรลล์ (House Tyrell) แม้ในซีรีส์หลักอย่าง GOT หรือ House of the Dragon เราอาจจะไม่เห็นบทบาทของพวกเขามากนัก แต่ตระกูลนี้คือ “หัวใจสำคัญ” ของภาคแยกใหม่นี้เป็นอย่างมาก
การที่เจ้าเมืองจัดงานใหญ่ระดับนี้แสดงถึงความโอ้อวดบารมี และสร้างความสัมพันธ์ทางการเมืองกับราชวงศ์ทาร์แกเรียนในยุคสงครามเย็น ในเชิงสัญญะ ดวงอาทิตย์สื่อถึงความรุ่งโรจน์และความหวัง แต่มันกลับเป็นฉากหลังของเหตุการณ์นองเลือดที่ดังค์ต้องเผชิญ
รูปดวงอาทิตย์สีขาวครึ่งดวงที่ขอบหยัก อยู่เหนือแถบบั้งสีขาว (Chevron) บนพื้นสีส้มอิฐสัญลักษณ์นี้สื่อถึงความรุ่งโรจน์และความหวัง การที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือแถบเครื่องหมายเปรียบเสมือนการที่ตระกูลก้าวขึ้นมามีความสำคัญในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์อย่างเดอะ รีช พวกเขามีคำขวัญประจำตระกูลว่า “Our Sun Shines Bright (ดวงตะวันของเราส่องแสงเจิดจรัส)” สะท้อนถึงความภาคภูมิใจในเกียรติยศและความมั่งคั่งของตระกูล
ในประวัติศาสตร์ของเวสเทอรอส ตระกูลแอชฟอร์ดมีบทบาทสำคัญที่สุดในช่วงปีที่ 209 หลังการพิชิตของเอกอน (209 AC) ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า การประลองที่ทุ่งแอชฟอร์ด (Tourney at Ashford Meadow) ลอร์ดแอชฟอร์ด เจ้าบ้านผู้จัดงานประลองอันยิ่งใหญ่ เขาถูกจดจำในฐานะผู้ใจกว้างและต้องการสร้างชื่อเสียงให้ลูกสาว เลดี้แอชฟอร์ด ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ราชินีแห่งความรักและความงาม” ในงานประลองนั้น และมีอัศวิน 5 คนเป็นผู้อารักขาเกียรติของเธอ
ในซีรีส์ก่อน ๆ แอชฟอร์ดอาจปรากฎผ่านหูผ่านตาบ้างในฐานะหนึ่งในตระกูลที่เข้าร่วมสงคราม เช่น ในช่วงสงคราม 5 กษัตริย์ ตระกูลแอชฟอร์ดสนับสนุนเรนลี บาราเธียน ก่อนจะเปลี่ยนไปเข้าพวกกับตระกูลไทเรลล์และลานนิสเตอร์ แต่สำหรับภาคดังค์นี้ เหตุการณ์ที่จะเกิดต่อไปในอนาคตจะส่งผลต่อลำดับราชวงศ์ในจักรวาล GOT ที่เราคงจะลงลึกในรายละเอียดมากไม่ได้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้บังลังก์เหล็กในอนาคตไปอยู่ในสายตระกูลอื่นจนสุดท้ายเปลี่ยนผ่านไปสู่ “กษัตริย์ผู้บ้าคลั่ง” (The Mad King) ในอีกหลายสิบปีต่อมาอันเป็นเหตุการณ์ก่อนเข้าเหตุการณ์หลักใน GOT
ตราบนโล่ของดังค์
ผู้ชมจะทราบอยู่แล้วว่าอันที่จริงดังค์เป็นข้ารับใช้ที่จับพลัดจับผลูไปเป็นอัศวิน ทว่าโล่นี้อันที่จริงไม่ใช่ของเขาแต่เขาได้รับสืบทอดต่อมาจากอัศวินที่ดังค์เคยรับใช้ ซึ่งก็คือเซอร์อาร์แลนแห่งเพนนีทรี ตราเป็นรูปจอกสีเงินมีปีกบนพื้นสีน้ำตาล สีดินเป็นสัญลักษณ์ของอัศวินพเนจร (Hedge Knight) หรืออัศวินรับจ้าง/ไร้นาย สื่อถึงความสมถะและการคลุกคลีอยู่กับดินกับฝุ่น มักถูกเรียกว่า “อัศวินพุ่มไม้” เพราะนอนกลางดินกินกลางทราย เซอร์อาร์แลนวาดมันขึ้นมาเองเพื่อใช้เป็นตราประจำตัวเพราะเขาไม่ใช่ขุนนางที่สืบทอดจากสายตระกูล
ถ้วย (Chalice) สื่อถึง “ความศรัทธา มิตรภาพ และสิ่งดี ๆ ที่ได้ดื่มกินร่วมกัน” ปีกที่ติดอยู่กับถ้วย สื่อว่ามันสามารถ “บินหนีไปได้เสมอ” ซึ่งสะท้อนชีวิตของอัศวินพเนจรที่ไม่มีพันธะ ไม่มีที่ดิน มีอิสระและสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ตามใจปรารถนา มันคือสัญลักษณ์ของคนนอก ไม่ใช่ตราตระกูลดัง จึงมักถูกดูแคลน
ภายหลังดังค์จะเปลี่ยนรูปบนโล่นี้ไปเป็น “ต้นเอล์มและดาวตกสีเขียว” อันหมายถึงลางดีที่เขาเห็นดาวตกซึ่งปรากฏในตอนท้ายของอีพีแรก โดยโล่ของดังค์นี้ในภาค GOT ในนิยายจะมีเล่าต่อด้วยว่าในคลังแสงอาวุธของ บริแอนน์แห่งทาร์ธ ซึ่งอยู่ในซีรีส์ช่วงตอน A Feast for Crows บริแอนน์จะเจอโล่ของดังค์รวม ๆ กับกองสรรพาวุธอื่น ๆ แต่มันซีดจางลง เธอจึงไปให้ช่างมาวาดภาพให้ใหม่ทว่าเหตุการณ์นี้ไม่เคยถูกเล่าในฉบับซีรีส์ทีวี ภายหลังลุงมาร์ตินแย้มว่าอาจมีความลับเกี่ยวพันกันระหว่างบริแอนน์กับดังค์ เพียงแต่ลุงยังเขียนไปไม่ถึงสักที แต่แฟน ๆ ก็จะสังเกตเห็นได้ว่าทั้งดังค์และบริแอนน์ตัวใหญ่เหมือนยักษ์ปักหลั่นทั้งคู่ เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจสืบเชื้อสายกันมา แถมยังมีความกล้าหาญและเถรตรง(จนออกจะซื่อบื้อ)คล้ายกัน
ธงสายฟ้า
มีช่วงหนึ่งดังค์ขี่ม้าผ่านแคมป์ที่มีธงรูปนี้ สายฟ้าสีม่วงแยกส่วน (Forked purple lightning bolt) บนพื้นสีดำที่เต็มไปด้วย ดาวสี่แฉกสีขาว อันหมายถึงตระกูลดอนดาร์เรียน (House Dondarrion) แห่งปราสาทแบล็กเฮเวน (Blackhaven) ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีตำนานเก่าแก่และเท่ที่สุดในดินแดนสตอร์มแลนด์ (Stormlands)
ในยุคโบราณผู้ก่อตั้งตระกูลคนแรก (ซึ่งเป็นเพียงคนส่งสาร) กำลังเดินทางไปส่งข้อความสำคัญจากกษัตริย์แห่งพายุ (Storm King) แต่ระหว่างทางเขาถูกซุ่มโจมตีโดยชาวดอร์น (Dornishmen) สองคนในความมืด ขณะที่เขากำลังจะถูกฆ่า สายฟ้าสีม่วง ก็ฟาดลงมาจากท้องฟ้าที่มืดมิดและแยกออกเป็นสองทาง สังหารศัตรูทั้งสองคนทันที ทำให้เขาสามารถส่งสารได้สำเร็จ กษัตริย์แห่งพายุจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นอัศวินและมอบที่ดินให้ปกครอง เขาจึงเลือกใช้รูปสายฟ้าสีม่วงและดวงดาวเป็นตราประจำตระกูลเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์นั้น
ลอร์ดเบริค
ในภาคดังค์ สมาชิกคนสำคัญคือ เซอร์แมนเฟรด ดอนดาร์เรียน เขาจะเป็นหนึ่งในอัศวินที่เข้าร่วมการประลองที่ทุ่งแอชฟอร์ด และเป็นหนึ่งในแชมป์เปี้ยนชุดแรกที่ลงสนามเพื่อพิทักษ์เกียรติให้เลดี้แอชฟอร์ด และด้วยความที่ซีรีส์นี้ห่างจาก GOT อยู่ราวร้อยปี ดังนั้นเซอร์แมนเฟรดจึงเป็นปู่ทวดของลอร์ดเบริค ดอนดาร์เรียน ตัวละครสำคัญใน GOT ในนิยายเขาจะถูกเรียกว่า “ลอร์ดสายฟ้า” เป็นผู้นำกลุ่มภราดรผู้ไร้ธง (Brotherhood Without Banners) ตัวละครที่ตายแล้วฟื้นอยู่หลายรอบด้วยพลังเทพแห่งแสง และใช้ดาบไฟต่อสู้กับพวกไวท์วอล์คเกอร์
ตระกูลดอนดาร์เรียนเป็น “ลอร์ดชายแดน” (Marcher Lords) เนื่องจากปราสาทแบล็คเฮเวนของพวกเขาตั้งอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่คอยเฝ้าระวังการรุกรานจากพวกดอร์น ดังนั้นคนในตระกูลนี้จึงมักจะเป็นนักรบที่เก่งกาจและมีความรับผิดชอบสูง
ตราแอปเปิลแดง
จากนั้นดังค์ก็ไปเจอคนแปลกหน้ามาชวนประลอง พวกเขามีโล่และเกราะเป็นรูปแอปเปิลแดง อันหมายถึงตระกูลฟอสโซเวย์แห่งไซเดอร์ฮอลล์ (House Fossoway of Cider Hall) เป็นรูปแอปเปิลสีแดงบนพื้นสีทอง มีคำขวัญว่า “A Taste of Glory (รสชาติแห่งเกียรติยศ)” มีถิ่นฐานในไซเดอร์ฮอลล์ ภายในดินแดนเดอะ รีช ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำไซเดอร์และการเกษตร
ต่อมาในภาคดังค์พวกเขาจะแยกสายตระกูลออกเป็นแอปเปิลแดงกับแอปเปิลเขียว โดยฝ่ายแอปเปิลแดง (สายหลัก) จะนำโดย เซอร์สเตฟฟอน ฟอสโซเวย์ เขาเป็นคนเก่งแต่เจ้าเล่ห์ ส่วนฝั่งแอปเปิลเขียว (สายรอง) จะนำโดย เรย์มุน ฟอสโซเวย์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องและเป็นเด็กรับใช้ของสเตฟฟอน เนื่องจากภายหลังเหตุการณ์ประลองเรย์มุนไม่อยากใช้ตราแอปเปิลแดงร่วมกับคนทรยศ เขาจึงสั่งให้ช่างทาสีแอปเปิลบนโล่ของเขาเป็นสีเขียว โดยพูดติดตลกในเชิงถ่อมตัวว่าตัวเขาเองยัง “ไม่สุกดี” เมื่อเทียบกับพี่ชายที่เปรียบเหมือนแอปเปิลแดงที่สุกงอม (แต่เน่าใน) ตั้งแต่นั้นมาตระกูลฟอสโซเวย์จึงแยกไปเป็นแอปเปิลเขียว (House Fossoway of New Barrel)
ใน GOT ตระกูลฟอสโซเวย์ปรากฏตัวในฐานะตระกูลขุนนางที่ติดตามตระกูลไทเรลล์ (House Tyrell) ในช่วงสงคราม 5 กษัตริย์ เราจะเห็นธงแอปเปิลทั้งสองสีอยู่ในกองทัพของเรนลี บาราเธียน ส่วนในสงครามจลาจลของโรเบิร์ต (ในนิยาย)ตระกูลนี้ร่วมรบในยุทธการต่าง ๆ ภายใต้ธงของเดอะ รีช
และแอปเปิลแดงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหยิ่งยโสของสายหลัก ส่วนแอปเปิลเขียวจะมีความหมายว่า “ความซื่อสัตย์ที่ยังไม่สุกงอม”
กวางหนุ่มผงาด
ในตอนท้ายอีพีแรกดังค์ถูกชวนเข้าไปในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งที่มีสัญลักษณ์กวางหนุ่มผงาดสีดำสวมมงกุฎ (Crowned Black Stag) บนพื้นสีทอง อันเป็นสัญลักษณ์ของ “ราชาวายุ (Storm Kings)” แห้งตระกูลดูรานดออน (Durandon) ในอดีตเมื่อโอริส บาราเธียน (ต้นตระกูล) พิชิตดินแดนนี้ได้เขาจึงยึดเอาสัญลักษณ์ คำขวัญ และลูกสาวของราชาวายุมาเป็นของตนเพื่อสืบทอดอำนาจเหนือดินแดนพายุอย่างชอบธรรม
พวกเขามีคำขวัญว่า “Ours is the Fury (ความโกรธเกรี้ยวคือของเรา)” ชายในภาพคือเซอร์ไลโอเนล บาราเธียน (Ser Lyonel Baratheon) ฉายา พายุหัวเราะ (The Laughing Storm) ในสนามรบเขามักสวมหมวกเกราะที่มีเขากวางจริง ๆ ทำให้ดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม เซอร์ไลโอเนลเป็นบรรพบุรุษสายตรงของ คิงโรเบิร์ต (โรเบิร์ตผู้แย่งชิงบัลลังก์ Robert the Usurper หรือก็คือพ่อของคิงจอฟฟรีย์), สแตนนิส และเรนลี ใน GOT จึงจะเห็นว่าเขาเหล่านี้สวมมงกุฎเป็นรูปเขากวาง ส่วนไลโอเนลนั้นสืบเชื้อสายอีกทอดมาจากบอร์รอส บาราเธียน ที่ปรากฎใน House of the Dragon
ในเชิงสัญลักษณ์ กวางตัวผู้ (Stag) สื่อถึงความสง่างามแต่ดุร้าย กวางในสตอร์มแลนด์ไม่ใช่สัตว์ที่อ่อนแอ แต่มันสื่อถึงพละกำลังและการต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในป่า เปรียบได้กับพายุที่รุนแรงและคาดเดาไม่ได้ ซึ่งตรงกับลักษณะนิสัยของคนในตระกูลบาราเธียนที่ใครเป็นแฟนจักรวาล GOT ย่อมรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของคนเหล่านี้เป็นอย่างดี
และนี่คือซีรีส์ภาคต่อที่แฟน GOT ทั่วโลกต่างรอคอย แม้จะมีรสชาติต่างไปจากภาคแยกอื่น ๆ เพราะภาคนี้ไม่มีมังกร แต่ความสมจริงไร้แฟนตาซีกลับสนุกชวนติดตามและตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ที่สำคัญจินตนาการทั้งหมดเหล่านี้คือการดัดแปลงจากประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นจริง เหมือนเห็นมนุษย์ในอีกมุมหนึ่งในยุคที่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดใด และไม่ว่าจะเปลี่ยนไปในสมัยใด มนุษย์ก็ยังคงห้ำหั่นฆ่ากันเพื่อได้มาซึ่งอำนาจ และแบ่งแยกฝักฝ่ายด้วยการตีตราสัญลักษณ์



