อีกครั้งกับ ‘ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารข้ามประเทศ’ : กรณีกระสุนปืนใหญ่ 10 นัด ตกในลาว

ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์ รายงาน

ระยะห่างระหว่างเมืองมุนละปาโมก สามเหลี่ยมมรกต ที่มีกระสุนปืนใหญ่ตกลงไปในฝั่งลาว 10 ลูก กับเมืองสุขุมา ที่เกิดเหตุไฟไหม้ และชายแดนช่องเม็กที่มีข่าวการปะทะกันของทหารลาวกับกัมพูชา

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความพยายามจะขยายสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาให้บานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งที่มีคู่กรณีเกินกว่า 2 ประเทศ หลังจากเกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่ 10 ลูก ถูกยิงไปตกในพื้นที่เมืองมุนละปาโมก แขวงจำปาสัก ของลาว

มีข้อสังเกตุประการเกี่ยวกับความพยายามขยายผลของสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้…

ข้อสังเกตุ 1

รายละเอียดของเหตุการณ์จากเนื้อหาในบทรายงานเลขที่ 05/พตส. ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องเสนาธิการแผนกตีพิเศษ ส่งไปถึงหัวหน้ากรม 49 กรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ กองทัพประชาชนลาว ระบุว่า

“แผนกตีพิเศษ ทหารแขวงจำปาสัก ขอรายงานสภาพการ ลาว-ไทย-กัมพูชา ในเขตเมืองมุน แขวงจำปาสัก ดังนี้

ในวันที่ 24-25 กรกฎาคม 2568 กำลังทหารกัมพูชาและไทย ได้เริ่มปะทะกันในเวลา 09.40 น. มีกระสุนปืนใหญ่ตกใส่ดินแดนลาว จำนวน 10 ลูก แต่ไม่รู้ว่าเป็นลูกปืนของฝ่ายใด

ลูกปืนใหญ่ได้ตกใส่ห้องน้ำจุดป่าเพ็ก 1 ลูก เสียหาย 1 หลัง และตกใส่ข้างห้องครัวจุดป้อมหมากนาว 1 ลูก นอกจากนั้น ได้ตกใส่หลังป้อม 02 ด้านสามเหลี่ยมมรกต

ดังนั้น จึงรายงานมายังหัวหน้ากรม 49 กรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ เพื่อทราบ”

ร้านค้าในเมืองสุขุมาที่ไฟไหม้ แต่สื่อหลายแห่งนำไปเสนอเป็นข่าวว่า เป็นบ้านประชาชนที่ถูกยิงโดยกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา

บทรายงานฉบับนี้ถูกเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ของลาวในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม จากนั้น ได้เกิดปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ต้องการขยายพรมแดนความรุนแรงของสถานการณ์ในสื่อออนไลน์ ทั้งของลาว ไทย และกัมพูชา!

จะเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ในเวลา 03.20 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม ที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ห้องแถว ที่เปิดเป็นร้านค้าของคนจีน ซึ่งตั้งอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกในเขตตลาด

ภาพและคลิปเหตุเพลิงไหม้ได้ถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ของลาวตั้งแต่เช้ามืด

เช้าวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม สื่อออนไลน์ 3 ประเทศ ได้โยงเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นกับบทรายงานของทหารแขวงจำปาสักให้เป็นเรื่องเดียวกัน ระบุว่ากระสุนปืนใหญ่ถูกยิงไปตกใส่ชุมชนในลาวจนเกิดไฟไหม้ บ้านเรือนประชาชนหลายหลังได้รับความเสียหาย

ทั้งที่ทั้งสองเหตุการณ์นี้ ไม่เกี่ยวข้องกัน!

ต่อมา ช่วงสายของวันเดียวกัน(26 กรกฎาคม) มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างกว้างขวางในสื่อออนไลน์ที่เป็นสื่อหลักหลายสำนักของไทย ระบุว่า ได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารลาวและทหารกัมพูชา ข่าวโดยละเอียดที่ถูกเผยแพร่ออกมาในหลายแหล่ง มีเนื้อความแบบเดียวกัน ดังนี้…

“วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ทางการลาวเผยแพร่เอกสารด่วนจากกองบัญชาการทหารแขวงจำปาสัก รายงานเหตุปะทะระหว่างทหารลาวกับกลุ่มติดอาวุธกัมพูชา บริเวณแนวชายแดนลาว-ไทย ระหว่าง”อำเภอช่องเม็ก” จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย กับแขวงจำปาสัก ของลาว

รายงานระบุว่า กลุ่มติดอาวุธต่างชาติได้ลอบข้ามแดนเข้ามาภายในเขตลาวเมื่อวันที่ 24-25 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ทหารลาวได้เข้าควบคุมสถานการณ์และเกิดการปะทะอย่างดุเดือด

ผลจากการปะทะเจ้าหน้าที่ลาวสามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้อย่างเด็ดขาด จับกุมกลุ่มติดอาวุธซึ่งเป็นชาวกัมพูชาได้ทั้งหมด 10 คน ยึดปืน 4 กระบอก ระเบิดหลายลูก มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล”

ข้อสังเกตุ 2

เมือง “มุนละปาโมก” ที่มีกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงตกลงไป 10 ลูก ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง บริเวณที่เป็นสามเหลี่ยมมรกต จุดที่พรมแดน 3 ประเทศ คือไทย ลาว และกัมพูชา เชื่อมติดต่อกัน

เมือง “สุขุมา” อยู่ริมแม่น้ำโขง ห่างขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจากเมืองมุนละปาโมก หากวัดระยะเป็นเส้นตรงในแผนที่ Google Map มีระยะห่างจากสามเหลี่ยมมรกตมากกว่า 72 กิโลเมตร

“ช่องเม็ก” เป็น “ตำบล” หนึ่งของอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่ตั้งด่านชายแดนไทย-ลาว ฝั่งตรงข้ามเป็นด่านชายแดนวังเต่า บ้านวังเต่า เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก เมื่อวัดระยะเป็นเส้นตรงในแผนที่ Google Map ชายแดนช่องเม็ก-วังเต่า อยู่ห่างจากเมืองสุขุมา มากกว่า 135 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากสามเหลี่ยมมรกต มากกว่า 92 กิโลเมตร (ดูแผนที่ประกอบ)

ถ้ากัมพูชาจะลอบส่งทหารลอบรุกเข้าไปในดินแดนลาวทางชายแดนช่องเม็กจริง ทหารกลุ่มนั้นต้องเดินทางข้ามชายแดนกัมพูชา-ไทย ผ่านเข้ามาในดินแดนไทยเป็นระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร จึงจะถึงชายแดนไทย-ลาว ที่ช่องเม็ก

ข่าวที่ถูกเผยแพร่เมื่อช่วงสายของวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม เป็นลักษณะเดียวกันกับข่าวที่บอกว่ากองทัพสหรัฐว้า(UWSA) ได้ส่งทหารจากรัฐฉาน บุกขึ้นไปโจมตีฐานทหารลาวบนดอยผาหม่น เมืองปากทา แขวงบ่อแก้ว จนทำให้มีนายทหารลาวเสียชีวิต เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อหวังให้เกิดสงคราม 3 เส้า ระหว่างลาว ว้า และไทย

กรณีลูกกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงตกลงไปยังฝั่งลาว และข่าวเรื่องการปะทะกันของทหารลาวกับทหารกัมพูชา เกิดขึ้นในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของหน่วยงานรัฐของลาว จึงไม่มีการการออกมาชี้แจงหรือแก้ข่าวอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานรัฐของลาวอย่างทันท่วงที

แต่สื่อหลักและสื่อออนไลน์ของลาวเองกลับตื่นตัว หลายสื่อต่างออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงจังกับเรื่องนี้

ปฏิกริยาของสื่อหลายแห่งในลาวตลอดวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 หลังเกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงไปตกในฝั่งลาว และมีข่าวเผยแพร่ตามสื่อไทยว่าเกิดการปะทะกันของทหารลาวและทหารกัมพูชา

เนื้อหาต่อจากนี้ เป็นตัวอย่างพาดหัวข่าวในสื่อหลายหลักบางแห่งของลาว…

  • เพจ “โทละโข่ง”

“ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเหตุไฟไหม้ห้องแถว ร้านค้าของประชาชนเมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก”

  • เพจ”ปะกาด”

“ปัจจุบันข่าวปลอม Fake News ที่เกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชา มีมาก ฉนั้น อย่ารีบเชื่อในสิ่งที่ท่านได้เห็น ได้ฟัง”

  • เพจ”ลาว ไทย”

“มีกระสุนปืนไปตกที่แผ่นดิน สปป.ลาว จริง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกระสุนของฝ่ายไหน , ไม่มีการปะทะกันระหว่าง ลาวและกัมพูชา เป็นข่าวลวง ข่าวปลอม , ภาพที่ไฟไหม้ คือ ข่าวไฟไหม้ตลาด ไฟไหม้ตลาดสุขุมา แขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ไกลจากชายแดนมาก”

  • เพจ”ปะติวัด”

“ข่าวปลอม เป็นเพียงข่าวสร้างกระแส ทำให้สังคมแตกตื่น ขอให้ทุกท่านเสพข่าวอย่างมีสติ(นี่คือเหตุไฟไหม้ร้านค้าที่เมืองสุขุมา แขวงจำปาสัก)”

  • เพจ”ทะหานลาว”

“ประกาศข่าวบิดเบือน(อีกแล้ว) แนะนำสำนักข่าวไทยทุกสำนัก จ้างคนลาว(แม่บ้านก็ได้) ที่อ่านภาษาลาวออก และสามารถอธิบายเนื้อในได้ดี(แนะนำอย่างยิ่งเอาคนที่มีการศึกษาด้วย) จะได้ไม่แปลและตีความหมายผิด เนื้อในเอกสารรายงานว่า มีลูกปืนใหญ่(ไม่รู้ฝ่าย) ตกในเขตแดนลาว 10 ลูก ส่วนใหญ่ตกอยู่ใกล้ป้อมทหารประจำชายแดน(ไม่มีบ้านประชาชน) ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ไม่มีรายงานการปะทะ หรือจับกุมฝ่ายใดทั้งนั้น และไม่มีความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนในเขตนั้นแต่อย่างใด(อาจจะมโนภาพเอาเหตุการณ์ไฟไหม้ตลาดเมืองสุขุมา เขียนข่าวใส่ไข่มาด้วย) ไปเอาข้อมูลมาจากไหน! ขอให้สื่อทั้งไทย และกัมพูชา มีจรรยาบรรณในการเขียนข่าวด้วย”

  • เพจ”หนังสือพิมพ์จำปาใหม่”

“เกิดเหตุอัคคีภัย ไฟไหม้ห้องแถว ร้านขายของ ของพ่อแม่ ประชาชนเมืองสุขุมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา”

ช่วงสายวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 เพจ CMG FM93 ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(China Media Group) ภาคภาษาลาว มีรายงานข่าว ถอดความโดยละเอียดได้ดังนี้…

“ลาวและกัมพูชาต่างก็ปฏิเสธว่าไม่มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธของสองประเทศ

วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา นักข่าววิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีนหรือ CMG ได้รับการยืนยันจากทหารลาวว่า ไม่มีการปะทะกันระหว่างทหารลาวและกัมพูชา ลาวก็ไม่ได้จับผู้ติดอาวุธที่ข้ามชายแดนอย่างผิดกฏหมาย

นอกจากนี้ ผู้สันทัดกรณีของกองทัพประชาชนลาวแจ้งให้รู้ว่า ข่าวเกี่ยวกับกองทัพประชาชนลาวกับผู้ติดอาวุธกัมพูชาปะทะกันนั้น ไม่เป็นความจริง หนังสือพิมพ์กองทัพประชาชน ซึ่งเป็นสื่อมวลชนของกองทัพลาว รายงานว่า ไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว

วันเดียวกัน โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาก็แจ้งให้รู้ว่า ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว”…

ข้อสังเกตุ 3

เหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568

วันเดียวกัน(24 กรกฎาคม) ทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว ได้นำคณะเดินทางไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เป็นการเดินทางที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะไปตามคำเชิญของปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ กัมพูช

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศลาว มีกำหนดการปฏิบัติหน้าที่ในกัมพูชาระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม ระหว่างที่อยู่ที่กัมพูชา คณะของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศลาว มีโปรแกรมดังนี้

  • วันที่ 24 กรกฎาคม ประชุมร่วมกับปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา หัวข้อการประชุม เป็นเรื่องความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศในด้านต่างๆ รวมถึงด้านชายแดนและการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยในปีหน้า(2569) ลาวและกัมพูชาจะมีพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีที่ทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์กันทางการทูต
  • วันที่ 25 กรกฎาคม เข้าเยี่ยมคำนับ สมเด็จพระนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา ในช่วงเช้า ต่อด้วยการเข้าเยี่ยมคารวะ เจียม เยียบ รักษาการประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา ในช่วงบ่าย
  • วันที่ 26 กรกฎาคม ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมกัมพูชา-ลาว(JBC) ครั้งที่ 8 มีหัวข้อสำคัญ คือ รับรองบันทึกการประชุมคณะอนุกรรมการเทคนิคชายแดนร่วมกัมพูชา-ลาว และ ลาว-กัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568
ทองสะหวัน พมวิหาน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ลาว ประชุมกับ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่มาภาพ : สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว

เนื้อหาในบันทึกการประชุมดังกล่าว ได้แก่ การกำหนดจุดสำหรับปักหลักหมุดเขตแดนแบบใหม่ ที่จะนำไปใช้แทนหลักหมุดแบบเก่า และกำหนดจุดที่ปักหลักหมุดเขตแดนเพิ่มเติม โดยระหว่างเดือนมิถุนายน 2567 ถึงเดือนกรกฎาคม 2568 ลาวและกัมพูชาสามารถกำหนดจุดปักหลักหมุดเขตแดนจริงได้แล้ว 75 จุด และได้สร้างหลักหมุดแบบใหม่ที่จะนำไปปักแทนหลักหมุดแบบเก่าได้แล้ว 134 หลัก

นับแต่เดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา ทั้ง 2 ประเทศ สามารถกำหนดจุดปักหลักหมุดเขตแดนจริงได้แล้ว 241 จุด คิดเป็นสัดส่วน 47.25% และสร้างหลักหมุดเขตแดนแบบใหม่ได้แล้ว 207 หลัก หรือ 40.58% จากจำนวนหลักหมุดเขตตลอดแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ที่กำหนดไว้รวม 510 หลัก

ตามข่าวที่ถูกเผยแพร่โดยสถานวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติลาว บอกว่าการประชุม JBC ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ดำเนินไปภายใต้บรรยากาศแห่งไมตรีจิตมิตรภาพ มีความเข้าอกเข้าใจกันในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน

ไม่มีการกล่าวถึงเหตุกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงไปตกในเมืองมุนละปาโมก หรือข่าวการปะทะกันของทหารลาวและกัมพูชา ที่ถูกเผยแพร่ตามสื่อในประเทศไทย แต่อย่างใด

กระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงไปตกในฝั่งลาว และข่าวการปะทะกันของทหารลาวและกัมพูชา ที่เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ…