10 ปี 4,000 ล้าน “สปสช.” ใช้งบ-อำนาจ ‘จัดซื้อจัดจ้าง’ 4,035 โครงการ เน้นก่อสร้าง ซื้อซอฟต์แวร์ พีอาร์

จากแนวคิดนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค หรือบัตรทอง นำไปสู่การเกิดขึ้นของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 พร้อมการจัดตั้ง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ในฐานะหน่วยงานกลาง ซึ่งมีหน้าที่จ่าย ‘ค่าบริการสาธารณสุข’ หรือที่เรียกว่าค่าใช้จ่ายรายหัวให้แก่สถานพยาบาลตามกฎหมายข้างต้น

แต่อีกหน้าที่หนึ่งตามกฎหมายพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งระบุในมาตรา 26 และมาตรา 28 ถึงอำนาจหน้าที่ของ สปสช. คือการดูแลและบริหารองค์กร สปสช. เช่น เก็บ รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานการบริการสาธารณสุข จัดทำเอกสาร ดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิหรือให้ความรู้ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ตลอดจนดูแลทรัพย์สิน บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์ ฯลฯ ทำให้ สปสช. ใช้งบประมาณในการดำเนินงานตามอำนาจเหล่านี้

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของ สปสช. นอกเหนือจากค่าบริการเหมาจ่ายรายหัว และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ พบว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึงเดือนมิถุนายน 2568 สปสช. ใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง 4,034,649,590.04 บาท คิดเป็น 4,035 โครงการ โดยวิธีจัดซื้อจัดจ้างที่นิยมใช้มากที่สุดคือ วิธีเฉพาะเจาะจง 1,523 โครงการ ตามด้วยวิธีตกลงราคา 1,503 โครงการ และประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 561 โครงการ

ทั้งนี้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2560 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 24 กุมภาพันธ์ 2560) และกำหนดกรอบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ (เฉพาะเจาะจง คัดเลือก และ e-bidding) จากเดิมที่มีวิธีพิเศษ กรณีพิเศษ ประกวดราคา ตกลงราคา ฯลฯ ดังนั้นการรวบรวมข้อมูลตลอด 10 ปีงบประมาณจึงไม่สามารถระบุและแบ่งประเภทวิธีจัดซื้อภายใต้เกณฑ์เดียวกันได้ทั้งหมด

เฉลี่ย โครงการ ใช้งบประมาณเกือบ ล้านบาท และปีที่ใช้เม็ดเงินสูงสุดคือปีงบประมาณ 2567 รวม 604,084,960.37 จำนวน 326 โครงการ ถัดมาปีงบประมาณ 2566 รวม 543,138,421.02 จำนวน 553 โครงการ และปีงบประมาณ 2564 รวม 412,692,240.76 จำนวน 264 โครงการ 

คำถามคือ สปสช. ใช้เงินไปกับการจัดซื้อจัดจ้างอะไรตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

นิยมจัดซื้อ ‘เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ก่อสร้าง ประชาสัมพันธ์’

ไล่เรียงโครงการที่เม็ดเงินสูงสุด 10% คือ 404 โครงการแรก สามารถจัดหมวดหมู่ประเภทต่างๆ ได้ 9 ประเภท ได้แก่ 

  • เกี่ยวกับเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ บำรุงรักษาระบบ 218 โครงการ
  • สร้างอาคารและเช่าซื้ออาคาร 51 โครงการ 
  • โครงการทั่วไป 36 โครงการ
  • ประชาสัมพันธ์ 28 โครงการ
  • พัฒนาระบบคอลเซ็นเตอร์-จ้างบุคลากร 27 โครงการ
  • ซื้อคอมพิวเตอร์-โน้ตบุ๊ก 27 โครงการ
  • ระบบคลาวด์ 7 โครงการ
  • เช่ารถ-ซื้อรถ 7 โครงการ
  • ถ่ายเอกสาร 3 โครงการ

ข้อสังเกตคือ โครงการที่ใช้งบประมาณสูงสุดมักจะเป็นการสร้างอาคารสำนักงาน สปสช. เช่น สำนักงานที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคา 62.55 ล้านบาท, จังหวัดอุบลราชธานี ราคา 52.23 ล้านบาท, จังหวัดพิษณุโลก 50.20 ล้านบาท, จังหวัดนครสวรรค์ 34.50 ล้านบาท รวมถึงเช่าอาคารสำนักงานศูนย์บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ์ (Contact Center) เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ราคาค่าเช่า 40.22 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ บำรุงรักษาระบบ เป็นอีกหนึ่งหมวดที่ สปสช. นิยมจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุด แม้ว่ามูลค่าโครงการจะไม่สูงเท่าหมวดก่อสร้างอาคาร-เช่าอาคาร แต่นับว่ามีจำนวนสูงที่สุด ตัวอย่างเช่น ซื้อระบบประชุมทางไกลออนไลน์ 1 ระบบ ราคา 38.79 ล้านบาท, พัฒนาระบบส่งข้อมูลสำหรับเบิกจ่าย NHSO Digital Platform ราคา 26.11 ล้านบาท, บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย ราคา 18.88 ล้านบาท

10 ปีงบประมาณ – โครงการไหนแพงสุดในแต่ละปี

ในแต่ละปีงบประมาณมีการจัดซื้อจัดจ้าง และใช้เม็ดเงิน ดังนี้

  • ปีงบประมาณ 2568 259,894,602.96 บาท – 146 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 35,987,952 บาท – เช่าใช้บริการคลาวด์ สำหรับรองรับธุรกรรมหลักของสำนักงาน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง รับงานโดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
  • ปีงบประมาณ 2567 604,084,960.37 – 326 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 62,550,000 บาท – ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี 1 หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชมวัสดุก่อสร้าง
  • ปีงบประมาณ 2566 543,138,421.02 – 553 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 40,222,000 บาท – เช่าอาคารสำนักงานศูนย์บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ์ (Contact Center) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยวิธีเฉพาะเจาะจง รับงานโดย บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน)
  • ปีงบประมาณ 2565 450,031,171.31 บาท – 213 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 48,849,780 บาท – ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับฐานข้อมูล แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 ชุด ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย บริษัท จีเอเบิล จำกัด
  • ปีงบประมาณ 2564 412,692,240.76 – 264 โครงการ 
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 52,237,930.58 บาท – ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 10 อุบลราชธานี 1 หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย บริษัท ดีเลิศมุกดาหาร จำกัด
  • ปีงบประมาณ 2563 382,963,209.45 บาท – 250 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 50,200,000 บาท – ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 2 พิษณุโลก 1 หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิษณุโลกชัตเตอร์ส
  • ปีงบประมาณ 2562 341,994,552.62 บาท – 199 โครงการ
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 33,948,000 บาท – เช่ารถยนต์นั่งส่วนกลาง (รถเก๋ง) 16 คัน และรถยนต์โดยสารประเภทรถตู้ 12 ที่นั่ง จำนวน 17 คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)
  • ปีงบประมาณ 2561 243,913,623.81 บาท – 161 โครงการ 
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 34,500,000 บาท – ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต3 นครสวรรค์ 1 หลัง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) รับงานโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชาวรัฐ
  • ปีงบประมาณ 2560 148,680,095.59 บาท – 552 โครงการ 
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 11,280,000 บาท – ผลิตและเผยแพร่ข่าว/สกู๊ปข่าวทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์(ช่อง9 อสมท.)ประจำปีงบประมาณ 2560 (ต่อเนื่อง) โดยวิธีพิเศษ รับงานโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
  • ปีงบประมาณ 2559 296,734,738.83 บาท – 524 โครงการ 
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 15,790,000 บาท – ซื้อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ระบบ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รับงานโดย บริษัท ดิ เอ็กซ์เซเล้นท์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด
  • ปีงบประมาณ 2558 262,554,021.42 บาท – 847 โครงการ 
    • โครงการงบสูงสุดอยู่ที่ 19,900,000 บาท – ซื้อระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อบูรณาการ การทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่างหน่วยบริการ/คู่สัญญา ธกส. และ สปสช. จำนวน 1 ระบบ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รับงานโดย บริษัท จีเอเบิล จำกัด

30 โครงการหัวแถว

  1. 62,550,000 บาท – ก่อสร้างอาคาร สปสช. เขต 11 สุราษฎร์ธานี (ปีงบประมาณ 2567)
  2. 52,237,930.58 บาท – ก่อสร้างอาคาร สปสช. เขต 10 อุบลราชธานี (ปีงบประมาณ 25 64)
  3. 50,200,000 บาท – ก่อสร้างอาคาร สปสช. เขต 2 พิษณุโลก (ปีงบประมาณ 2563)
  4. 48,849,780 บาท – ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับฐานข้อมูล แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 ชุด (ปีงบประมาณ 2565)
  5. 40,222,000 บาท – เช่าอาคารสำนักงานศูนย์บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ์ (Contact Center) เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (ปีงบประมาณ 2566)
  6. 38,792,600 บาท – ซื้อระบบประชุมทางไกลออนไลน์ 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2566)
  7. 35,987,952 บาท – เช่าใช้บริการคลาวด์ สำหรับรองรับธุรกรรมหลักของสำนักงาน (ปีงบประมาณ 2568)
  8. 34,500,000 บาท – ก่อสร้างอาคาร สปสช. เขต 3 นครสวรรค์ (ปีงบประมาณ 2561)
  9. 33,948,000 บาท – เช่ารถยนต์นั่งส่วนกลาง (รถเก๋ง) 16 คัน และรถยนต์โดยสารประเภทรถตู้ 12 ที่นั่ง จำนวน 17 คัน (ปีงบประมาณ 2562)
  10. 26,110,000 บาท – พัฒนาระบบส่งข้อมูลสำหรับเบิกจ่าย NHSO Digital Platform ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2567)
  11. 23,613,000 บาท – เช่ารถยนต์ 17 คัน (รถโดยสาร 12 ที่นั่ง) (ปีงบประมาณ 2567)
  12. 19,900,000 บาท – ซื้อระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อบูรณาการ การทำงานแบบไร้รอยต่อระหว่างหน่วยบริการ/คู่สัญญา ธกส. และ สปสช. จำนวน 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2568)
  13. 19,723,532.4 บาท – เช่าสำนักงานของหน่วยงานกลางในการจัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุข แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (ปีงบประมาณ 2566)
  14. 18,880,000 บาท – บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (ปีงบประมาณ 2568)
  15. 18,862,800 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2564)
  16. 18,650,100 บาท – ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 8 ชุด (ปีงบประมาณ 2564)
  17. 18,130,800 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2563)
  18. 17,900,000 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2567)
  19. 17,900,000 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2566)
  20. 17,709,000 บาท – ซื้อระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับการให้บริการข้อมูล (Web Server)  แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร (ปีงบประมาณ 2561)
  21. 17,400,000 บาท – เช่าระบบ Cloud-Based Modern Big Data เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ปีงบประมาณ 2568)
  22. 16,499,400 บาท – พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสร้างการเข้าถึงบริการและเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทุกช่วงอายุด้วยเทคโนโลยีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ระยะที่ 1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2564)
  23. 16,399,456 บาท – พัฒนาระบบบริหารจัดการสายด่วน สปสช. 1330 อัจฉริยะ (Smart Contact Center) (ปีงบประมาณ 2567)
  24. 16,310,283.6 บาท – เช่ารถยนต์ จำนวน 14 คัน (ปีงบประมาณ 2563)
  25. 15,900,000 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) จำนวน 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2561)
  26. 15,854,000 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2565)
  27. 15,790,000 บาท – ซื้อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ระบบ (ปีงบประมาณ 2559)
  28. 15,780,000 บาท – บำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (MA Server) (ปีงบประมาณ 2559)
  29. 15,700,000 บาท – บำรุงรักษาระบบงานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ปีงบประมาณ 2568)
  30. 15,649,820 บาท – ซื้อชุดอุปกรณ์ระบบสำหรับศูนย์บริการประชาชน และคุ้มครองสิทธิ (Contact Center) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 ชุด (ปีงบประมาณ 2566)

49 โครงการ สร้าง-ซ่อมแซมปรับปรุง ‘อาคาร’ – สปสช. นครสวรรค์ จัดซื้อซ้ำ (ซ้อน) ทุกปี

จากทั้งหมด 4,035 โครงการ มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับ ‘อาคาร’ จำนวน 49 โครงการ แบ่งเป็น (1) การก่อสร้างอาคารใหม่ โดยมีจังหวัดที่ได้รับการก่อสร้างสำนักงานใหม่ในรอบ 10 ปีงบประมาณ เช่น สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี พิษณุโลก นครสวรรค์ ฯลฯ (2) เช่าอาคารสำนักงานต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการเช่าอาคารรูปแบบอื่นๆ เช่น อาคารสำนักงานศูนย์บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ์ (Contact Center) เช่าอาคาร สปสช. ขอนแก่น (3) ก่อสร้างอื่นๆ เช่น ก่อสร้างอาคารห้องชุดครอบครัว จ.พิษณุโลก อุบลราชธานี และ (4) ซ่อมแซม ปรับปรุง ตกแต่งภายในอาคาร

อาคาร สปสช. จ.นครสวรรค์ เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี เมื่อเรียงตามปีงบประมาณ พบข้อมูลเกี่ยวกับอาคารที่นครสวรรค์ ดังนี้

  • 2558 ไม่พบข้อมูล
  • 2559 ไม่พบข้อมูล
  • 2560 ไม่พบข้อมูล
  • 2561 จ้างถมที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคาร ราคา 3.5 ล้านบาท และก่อสร้างอาคารสำนักงาน ราคา 34.50 ล้านบาท 
  • 2562 จ้างก่อสร้างถนน ลานจอดรถ และรั้วรอบอาคาร ราคา 41.31 ล้านบาท และ เช่าพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 3 นครสวรรค์ ราคา 9.51 แสนบาท
  • 2563 จ้างก่อสร้างปรับปรุงตกแต่งภายในอาคาร ราคา 12.97 ล้านบาท และ เช่าพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 3 นครสวรรค์ ราคา 9.51 แสนบาท
  • 2564 ไม่พบข้อมูล
  • 2565 จ้างทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารและบริเวณโดยรอบอาคาร ราคา 2.88 แสนบาท
  • 2566 ก่อสร้างหลังคากันสาดราคา 8 แสนบาท
  • 2567 ปรับปรุงสถานที่ปฏิบัติงาน 1.88 ล้านบาท
  • 2568 ไม่พบข้อมูล

จัดซื้อจัดจ้างระบบ MA Server/Network 

MA Server หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แม่ข่าย คือสิ่งที่ สปสช. จัดซื้อต่อเนื่องเกือบ 10 ปีผ่านการจ้างบำรุงรักษาระบบ และยังมีคำว่า MA Network โดยเป็นการบำรุงรักษาระบบเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เรียงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนี้

ปีงบประมาณMA ServerMA Network
2558
255915.78 ล้านบาท6.24 ล้านบาท
2560
256115.90 ล้านบาท11.55 ล้านบาท
256214.70 ล้านบาท12.16 ล้านบาท
256318.13 ล้านบาท12.69 ล้านบาท
256418.86 ล้านบาท10.56 ล้านบาท
256515.85 ล้านบาท10.48 ล้านบาท
256617.90 ล้านบาท10.48 ล้านบาท
256717.90 ล้านบาท10.48 ล้านบาท
2568

คู่ค้าก่อสร้าง-เช่า เบอร์ 1 ‘ซีพีแลนด์’ 66.79 ล้าน

ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหลายรายเป็นเอกชนที่ชนะงานซ้ำๆ แทบทุกปี โดยเฉพาะด้านการก่อสร้างอาคาร ซ่อมแซม ปรับปรุง ตกแต่ง และให้เช่า ทั้งนี้ เรียงข้อมูลรายได้จากมากไปน้อย ดังนี้

  • บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) 5 โครงการ รวม 66,794,200.84 บาท โดยทั้ง 5 โครงการเป็นการเช่าทั้งหมด แยกเป็นเช่าสำนักงานที่ขอนแก่น 4 โครงการในปีงบประมาณ 2562 2565 2567 และ 2568 ส่วนอีกโครงการที่มูลค่าสูงสุดคือเช่าอาคารสำนักงานศูนย์บริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ์ (Contact Center) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เม็ดเงิน 40,222,000 บาท 
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิษณุโลกชัตเตอร์ส 2 โครงการ รวม 63,041,000 บาท โครงการแรกจ้างก่อสร้างอาคาร สปสช. และอีกโครงการคือก่อสร้างอาคารห้องชุดครอบครัว 12 ยูนิต (24 ห้อง) โดยทั้งสองโครงการดำเนินการที่จังหวัดพิษณุโลก
  • บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 23 โครงการ รวม 48,822,787.95 บาท นับเป็นองค์กรที่ให้เช่าพื้นที่แก่ สปสช. มากที่สุดและกระจายตามจังหวัดต่างๆ ได้แก่ ราชบุรี 5 โครงการ อุบลราชธานี 8 โครงการ อุดรธานี 2 โครงการ พิษณุโลก 2 โครงการ เชียงใหม่ 3 โครงการ เป็นต้น
  • บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด 17 โครงการ รวม 27,426,041.44 บาท เน้นการให้เช่าพื้นที่ สปสช. ห้องเลขทที่ BM-501 มีทั้งปีงบประมาณ 2564 2565 2566 2567 รวมถึงเช่าพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่ปฏิบัติงาน ห้องประชุม ฯลฯ
  • บริษัท สยามนครินทร์ ออฟฟิศบาย จำกัด จำนวน 12 โครงการ รวม 24,416,476.40 บาท แบ่งเป็น เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานถึง 5 โครงการ ในปีงบประมาณ 2562 2565 2566 2567 และ 2568 เช่าอาคารในจังหวัดสงขลาทั้ง 5 โครงการ ส่วนโครงการอื่นๆ เป็นการซื้อวัสดุสำนักงานทั่วไป
  • บริษัท ระยองสตาร์ จำกัด 8 โครงการ รวม 17,146,452.50 บาท โดยสปสช. เช่าอาคารสำนักงาน สปสช. เขต 6 ระยอง จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ปีงบประมาณ 2558 2559 2562 2565 และ 2568 ใช้งบต่ำสุดในการเช่าคือ 615,090 บาท และสูงสุดคือ 4,068,828 บาท  
  • บริษัท สุพีเรียร์ เฮ้าส์ จำกัด จำนวน 4 โครงการ รวม 16,024,560 บาท ทั้งหมดเป็นการเช่าพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี ได้แก่ ปีงบประมาณ 2559 2562 2565 และ 2568
  • บริษัทพี.ซี.ทาวเวอร์แอนด์พร็อพเพอร์ตี้(1996) จำกัด 5 โครงการ รวม 11,519,134 บาท ทุกรายการคือเช่าพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี ต่อเนื่อง โดยวิธีกรณีพิเศษ ปีงบประมาณ 2558 2559 2562 2565 2568
  • เอกธุรกิจบริการ 3 โครงการ รวม 7,114,420 บาท โดยให้เช่าพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา โดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่ปีงบประมาณ 2558 2559 และ 2562

นอกจากนี้ยังมี บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 25 โครงการ รวม 23,747,609 บาท ซึ่งมีทั้งปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงาน สปสช. จ.อุดรธานีและนครราชสีมา ทว่าการให้บริการหลักของทีโอทีจะเน้นไปด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก เช่น เช่าบริการขยายระบบเครือข่าย เช่าใช้บริการวงจรความเร็ว 2 Mbps เช่าบริการขยายระบบเครือข่าย เป็นต้น

เปิดชื่อ บริษัทเทคฯ 22 ราย ‘จีเอเบิล’ 647 ล้าน

ประเภทถัดมาคือการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับเทคโนโลยี ระบบคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และคลาวด์ พบว่ามีไม่ต่ำกว่า 22 บริษัท ที่เป็นคู่ค้าต่อเนื่องของสปสช. โดยเรียงข้อมูลรายได้จากมากไปน้อย ดังนี้

  • บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) หรือ บริษัท จีเอเบิล จำกัด 122 โครงการ รวม 647,654,739 บาท สปสช. มักจะจ้างบำรุงรักษาหน่วยเก็บข้อมูลภายนอกสำหรับระบบฐานข้อมูลหลัก บำรุงรักษาระบบประมวลข้อมูลผู้มีสิทธิในระบบงานลงทะเบียน (ERM) รวมถึงบริการอื่นๆ เช่น จ้างบำรุงรักษาระบบฐานข้อมูล (Outsource Database Administrator) หรือระบงานต่างๆ เช่น ระบบประมวลผล ระบบสารสนเทศความผิดปกติของหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด รวมถึงจ้างทำโปรแกรมต่างๆ เช่น ระบบงบบริหารและตัวชี้วัด (NHSO Budget KPI Management System BKM)
  • บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) 28 โครงการ รวม 163,643,748 บาท มีรูปแบบการจัดซื้อบริการซ้ำๆ ผ่านบริการจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Outsource System), ดูแลและเฝ้าระวังการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ, ซื้อบริการซอฟต์แวร์และต่ออายุสมาชิกการใช้งานซอฟต์แวร์แบบดูรายงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติขนาดใหญ่ (Tableau Unlimited and R Studio) ซื้อบริการต่ออายุสมาชิกโปรแกรมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์บริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Cloudera)
  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) 40 โครงการ รวม 129,066,130.50 บาท เช่น เช่าคลาวด์ เช่าบริการสถานที่สำหรับติดตั้งระบบสำรองเครื่องคอมพิวเตอร์ (Disaster Recovery) เช่าใช้ระบบโทรศัพท์คู่สายนอกประเภท Digital เพื่อเชื่อมต่อระบบสำรองสายด่วน Call Center เช่าใช้ระบบโทรศัพท์คู่สายนอกประเภทดิจิทัล สำหรับระบบ 1330 Contact Center (ส่วนกลาง)
  • บริษัท เน็ทวัน เน็ทเวิร์ค โซลูชั่น จำกัด 23 โครงการ รวม 125,530,204 บาท เช่น ซื้อระบบตรวจสอบความปลอดภัย ส่วนใหญ่เป็นจ้างบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ ซื้ออุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย
  • บริษัท ทีจีเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด 24 โครงการ รวม 96,568,989 บาท บริษัทนี้รับดูแลระบบคอลเซ็นเตอร์ 1330 โดยสปสช. ดำเนินการ 2 รูปแบบคือ เช่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และจ้างบำรุงรักษาระบบ
  • บริษัท บิสซิเนสอะไลฟ์ จำกัด 50 โครงการ รวม 89,777,299.04 บาท เช่น โปรแกรมภายใน บำรุงรักษาโปรแกรมชดเชยค่าบริการทางการแพทย์, บำรุงรักษาสนับสนุนทางด้านเทคนิคสารสนเทศ (Outsource IT Helpdest), บำรุงรักษาโปรแกรมชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ (e-Claim), บำรุงรักษาระบบสารสนเทศภายใต้เทคโนโลยี JAVA
  • บริษัท จีเนียส-ทรี จำกัด 29 โครงการ รวม 83,337,000 บาท เช่น บำรุงรักษาระบบสารสนเทศยากำพร้าและยาขาดแคลน (Drug Shortest) และระบบสารสนเทศเพื่อกำกับติดตามการจัดการกระจายยา, พัฒนาระบบส่งข้อมูลสำหรับเบิกจ่าย NHSO Digital Platform ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร, บำรุงรักษาระบบงานทะเบียนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • บริษัท ดิ เอ็กซ์เซเล้นท์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด 25 โครงการ รวม 74,239,990 บาท เน้นไปที่การซื้ออุปกรณ์เครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ ซื้อซอฟต์แวร์ ตลอดจนจ้างบำรุงระบบรักษาความปลอดภัย
  • บริษัท คอมพิวเตอร์ เอ็กซ์เพิร์ท เซ็นเตอร์ จำกัด 30 โครงการ รวม 63,354,300 บาท เน้นการจ้างพัฒนาและรักษาซอฟต์แวร์ภายใน เช่น ระบบอุทธรณ์การขอรับชดเชยเพิ่มเติมจากระบบ e-Claim, ระบบการประมวลผลและจัดส่งข้อมูลชดเชยกรณี Outlier กองทุนสวัสดิการ, ระบบการประมวลผลใบคำขอเบิกสิทธิประกันสังคม, ระบบประมวลผล ธุรกรรมการเบิกจ่าย (National Clearing House), พัฒนาและปรับปรุงระบบ Seamless System Integration 
  • บริษัท แธเล้นท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด 20 โครงการ รวม 46,523,400 บาท เช่น ซื้อซอฟต์แวร์ จ้างบำรุงรักษาระบบ SAP (Outsource SAP) บำรุงรักษาฐานข้อมูลและประมวลผลระบบรายงานการเงินบริหารและรายงานการเงิน จ้างปรับปรุงระบบประมวลผลเพื่อกระทบยอดทางบัญชีระหว่างหน่วยบริการ และสปสช. (e-Financial Tracking-Seamless)
  • บริษัท อคาเซีย อินเตอร์เทค จำกัด จำนวน 12 โครงการ รวม 35,976,705 บาท โดย สปสช. มักจะซื้อและเช่าอุปกรณ์ไอที โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เช่น ปีงบประมาณ 2565 ซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 150 เครื่อง รวม 7,212,750 ล้านบาท อีกทั้งบางปี เช่นในปีงบประมาณ 2563 มีการซื้อคอมและเช่าคอมพร้อมกัน เช่น เช่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 36 เครื่อง รวม 324,000 บาท และซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอีก 275 เครื่อง รวม 9,820,000 บาท
  • บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) 11 โครงการ รวม 35,872,446 บาท อีกหนึ่งเอกชนที่จัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้าน โดยงบประมาณหลักพันถึงแสนเป็นการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่าระบบสัญญาณสื่อสาร และเช่าระบบสื่อสารข้อมูลระหว่างศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ส่วนงบหลักล้านเป็นการเช่าสถานที่ติดตั้งระบบสำรองคอมพิวเตอร์ (Disaster Recovery)
  • บริษัท ฮัลโหล เวิลด์ เทคโนโลยี จำกัด 17 โครงการ รวม 33,584,000 บาท เช่น พัฒนาระบบการจัดสรรและรายงานการจ่ายเงิน OPBKK ระบบติดตามและระบบการตรวจสอบเวชระเบียนOPBKK Monitoring and Smart Audit OP, บำรุงรักษาระบบตรวจสอบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (electronic Medical Audit eMA), บำรุงรักษาระบบสารสนเทศการชดเชยโรคไตวายเรื้อรังและการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ
  • บริษัท กนกสิน เอ๊กซปอร์ต อิมปอร์ต จำกัด 6 โครงการ รวม 31,298,800 บาท แต่ละโครงการมีราคาช่วง 1,200,000 – 15,600,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อระบบสำรองข้อมูล (Backup Solution) โดยมีการซื้อตั้งแต่ปี 2558 2559 2560 นอกจากนี้ยังซื้อระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับการให้บริการข้อมูล และจ้างบำรุงระบบข้อมูล
  • บริษัท เค เอส ซี คอมเมอร์เชียล อินเตอร์เนต จำกัด 10 โครงการ รวม 29,476,489 บาท อีกหนึ่งบริษัทเทคคู่ขา ซึ่ง สปสช. ได้เช่าบริการอินเทอร์เน็ต ซื้ออุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (VPN) ซื้ออุปกรณ์ SSL/TLS VPN Server ซื้ออุปกรณ์ระบบเครือข่ายสวิตซ์พร้อมเดินสาย LAN ฯลฯ
  • บริษัท โซลูน่าร์ อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด 18 โครงการ รวม 29,269,150 บาท เช่น ปรับปรุงระบบบริการข้อมูลสารสนเทศฯการให้บริการผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ (NAPDL) ปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อการให้บริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย(CKD-ChronicKidneyDisease) พัฒนาระบบสารสนเทศบูรณาการการให้บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีผู้ป่วยเอดส์แห่งชาติ (National AIDS Program NAPPLUS) บำรุงรักษาระบบสารสนเทศเพื่อการชดเชยโรคเฉพาะ
  • บริษัท ไอ-ซีเคียว จำกัด 17 โครงการ รวม 29,261,375 บาท เช่น จ้างเหมาบำรุงรักษาระบบเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์, จ้างเหมาบริการบำรุงรักษาและวิเคราะห์ระบบเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ขั้นสูง (CSOC), บริการบำรุงรักษาและวิเคราะห์ระบบเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ขั้นสูง, บำรุงรักษาระบบ Web Application Firewall และ Database Firewall 
  • บริษัท ซีนิธคอมพ์ จำกัด 13 โครงการ รวม 27,053,054.19 บาท เน้นไปที่ต่ออายุซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะบริการต่ออายุสมาชิกโปรแกรมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ระบบป้องกันไวรัส และซื้อระบบตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามขั้นสูง 
  • บริษัท สมาร์ทมัลติมีเดียโซลูชั่น จำกัด จำนวน 22 โครงการ รวม 20,906,000 บาท โดยมีการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ทำเว็บไซต์ ทำ Line Official Account ทำแชทบอท ทำแอปพลิเคชั่น ทำระบบบทเรียนออนไลน์ (NHSO e-Learning) และบำรุงรักษาระบบงานเว็บไซต์คลังสื่อ มัลติมีเดีย อย่างไรก็ตามบริษัทดังกล่าวรับทำ Line Official Account คิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
  • บริษัท โอเพน ซอร์ส เทคโนโลยี จำกัด 7 โครงการ รวม 14,851,000 บาท เช่น บำรุงรักษาและสนับสนุนด้านเทคนิค Outsource Helpdesk IT Support ถึง 4 โครงการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-2565 และจ้างสนับสนุนด้านเทคนิค Outsource Helpdesk & IT Support
  • บริษัท กรีน ไมล์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด 4 โครงการ รวม 14,554,000 บาท ทั้งหมดเป็นการจ้างเหมาบำรุงรักษาระบบสารสนเทศคลังข้อมูลในปีงบประมาณ 2559 2562 2563 และ 2564
  • บริษัท ซีเอสไอ โปรเฟสชั่นนอล จำกัด 5 โครงการ รวม 12,111,000 บาท เน้นไปที่บำรุงรักษาระบบบริหารการเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ ด้วยระบบดิจิทัล ระยะที่ 1 และ 2

10 ปี ผู้ชนะ ‘เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร’ 26 ล้าน – ‘เช่ารถ’ 54 ล้าน

สปสช. ได้จัดซื้อครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน โดยมี 3 บริษัทที่มีการจัดซื้อซ้ำอย่างมาก ได้แก่

  • บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 41 โครงการ รวม 26,535,008.65 บาท แต่ละครั้งจัดซื้อตั้งแต่ 7,490 – 7,920,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นการเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร ส่วนกลางและสำนักงานเขตทุกเขต และซื้อวัสดุสำนักงานหลายประเภท ยิ่งกว่านั้นบริษัทดังกล่าวได้จัดซื้อจัดจ้างอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 
  • บริษัท นิปด้า คอมพิวเทค จำกัด 12 โครงการ รวม 9,141,000 บาท เน้นซื้ออุปกรณ์ไอที เช่น เครื่องปริ้นเตอร์ คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ แบตเตอรี่โน้ตบุ๊ค นอกจากนี้ยังมีจ้างซ่อมคอม และเช่าคอมพิวเตอร์พกพา
  • บริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัด 16 โครงการ 8,837,266.20 บาท แต่ละครั้งจัดซื้องตั้งแต่ งบประมาณตั้งแต่ 8,025 – 1,119,220 บาท ทั้งหมดเป็นการจ้างเก็บรักษาเอกสาร เช่น เอกสารปีงบประมาณ 2559 2563 2564 2566 2567 2568 นอกจากนี้มีการจ้างจัดเรียงเอกสารประเภทต่างๆ เช่น เอกสารในการตรวจสอบเวชระเบียนกรณีเบิกจ่ายชดเชย เอกสารการขออุทธรณ์ผลการตรวจสอบเวชระเบียน รวมถึงมีการซื้อกล่องจัดเก็บเอกสารอีกด้วย

อีกหมวดคือเช่ารถยนต์ และจ้างบริการขับรถ ดังนี้

  • บริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด จำนวน 4 โครงการ รวม 54,325,350 บาท มีทั้งเช่ารถยนต์ 17 คัน (รถโดยสาร 12 ที่นั่ง) เช่ารถยนต์ 13 คัน รถโดยสาร 12 ที่นั่ง  เช่าต่อเนื่อง 4 เดือน ประกวดราคาเช่ารถยนต์ 16 คัน (รถนั่งส่วนกลาง)
  • บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) 8 โครงการ รวม 51,677,600 บาท โดยปีงบประมาณ 2567 เช่ารถยนต์ 16 คัน (ส่วนกลาง) จำนวน 3 โครงการ (3 สัญญา) แบ่งเป็นสัญญาเช่า 6 เดือน 3 เดือน และ 2 เดือน ต่อมาเป็นเช่ารถยนต์ 12 ที่นั่ง จำนวน 17 คัน อีก 2 โครงการ แบ่งเป็นสัญญาเช่า 3 เดือน 2 เดือน นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2562 มี ประกวดราคาเช่ารถยนต์นั่งส่วนกลาง (รถเก๋ง) 16 คัน และรถยนต์โดยสารประเภทรถตู้ 12 ที่นั่ง จำนวน 17 คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
  • บริษัท โชติจันทรา เบสท์ ทราเวล เซอร์วิส จำกัด 8 โครงการ รวม 8,411,650 บาท จ้างเหมาบริการรถรับ-ส่งบุคลากร สปสช. ทำแค่ช่วงปีงบประมาณ 2558-2560

งบประชาสัมพันธ์ ‘อสมท.’ 85.76 ล้าน – ‘เครือมติชน’ 23 ล้าน

หมวดประชาสัมพันธ์ ดังนี้

  • บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 33 โครงการ รวม 85,766,856.89 บาท โครงการที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ 10,000,000 บาทจ้างผลิตและเผยแพร่ข่าว/สกู๊ปข่าว ตามโครงการพัฒนากลไกการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและภาคีเครือข่าย (สื่อมวลชน) ทางสถานีโทรทัศน์ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ
  • บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) 27 โครงการ รวม 23,216,530 บาท โดย สปสช. มักจะจ้างลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลงานและความสำเร็จของ สปสช. ตลอดจนจ้างจัดนิทรรศการและจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพ
  • บริษัท สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง จำกัด จำนวน 58 โครงการ รวม 19,564,138.47 บาท เกือบทั้งหมดเป็นการพิมพ์หนังสือหรือคู่มือเพื่อใช้ภายในองค์กร เช่น พิมพ์ชุดหนังสือคู่มือบริหารงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, พิมพ์หนังสือ คู่มือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย, พิมพ์หนังสือคู่มือแนวทางปฏิบัติในการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข, พิมพ์หนังสือ เรื่องนี้ 1330 มีคำตอบสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, พิมพ์คู่มือแนวทางการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2561, พิมพ์หนังสือประมวลสรุปตำราหนังสือและบทความวิชาการชุดสุขภาพดี วิถีพุทธ ฯลฯ
  • บริษัท แจ่มแจ่มกรุ๊ป จำกัด 11 โครงการ รวม 16,152,850 บาท ทำประชาสัมพันธ์ เริ่มต้น 400,000 – 2,980,000 บาท เน้นการผลิตคลิปความรู้ ข่าว โปสเตอร์ ส่วนที่แพงสุดคือจ้างบริหารศูนย์ข่าวออนไลน์ พัฒนาเนื้อหาข่าวและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านหลักประกันสุขภาพประจำปี 2566-2568
  • บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด จำนวน 3 โครงการ รวม 10,376,000 บาท โดยเป็นโครงการในรูปแบบประชาสัมพันธ์ทั้งหมด ได้แก่ จ้างติดตาม วิเคราะห์ สื่อสารและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ งบประมาณ 4,488,000 บาท และจ้างโครงการจ้างติดตาม วิเคราะห์ สื่อสารและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ งบประมาณ 4,428,000 บาท และจ้างบริหารจัดการโครงการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกสร้างความรู้ความเข้าใจในกลุ่มผู้ให้บริการเพื่อแก้ปัญหาเรียกเก็บค่ารักษาส่วนเกินในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ งบประมาณ 1,460,000 บาท
  • กรมประชาสัมพันธ์ 11 โครงการ รวม 7,933,600 บาท งบประมาณตั้งแต่ 150,000 – 1,000,000 บาท จ้างประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น จ้างผลิตสารคดีเชิงข่าว จ้างผลิตข่าว จ้างถ่ายทอดสด จ้างเผยแพร่ข้อมูล

จ้าง HITAP – สวรส. วิเคราะห์ข้อมูล โครงการการแพทย์

สุดท้ายเป็นคู่ค้าด้านการพัฒนาองค์ความรู้ วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 6 โครงการ รวม 9,730,550 บาท งบประมาณตั้งแต่ 100,000 – 3,950,000 บาท ตั้งแต่จ้างดำเนินโครงการวิจัย จ้างพัฒนาหลักเกณฑ์การกำหนดราคาเบิกจ่ายค่ายา หลักเกณฑ์ราคาเบิกจ่ายการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
  • มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) 39 โครงการ รวม 99,367,500 บาท มีการจ้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ด้านเทคโนโลยี ประชาสัมพันธ์ หรือครุภัณฑ์ บริการทั่วไป เช่น โครงการพัฒนาระบบ กลไก และกระบวนการนำนวัตกรรมทางการแพทย์หรือนวัตกรรมบริการในประเทศ เข้าสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โครงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประเมินการบริหารจัดการบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์, โครงการจัดทำและปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือ Towards UHC implementation and sustainability Lessons From Thailand, โครงการประเมินสถานะการตายของผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระยะที่ 4 ปีงบประมาณ 2564 
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) 25 โครงการ รวม 74,864,400 บาท เช่น เช่าสิทธิในการใช้การจัดกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมไทยและน้ำหนักสัมพัทธ์, โครงการตรวจสอบและส่งมอบบัญชีข้อมูลยาและรหัสยามาตรฐานไทย (TMT) และบัญชีข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรหัสมาตรฐานการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ไทย (TMLT), โครงการตรวจสอบข้อมูลการขออนุมัติใช้ยาที่มีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลของหน่วยงานส่วนท้องถิ่น (อปท.), โครงการวิเคราะห์รายจ่ายต่อหัวที่ปรับด้วยโครงสร้างอายุของระบบหลักประกันสุขภาพ
  • มหาวิทยาลัยมหิดล 18 โครงการ รวม 35,197,445 บาท เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ เช่น โครงการจัดกระบวนสร้างองค์ความรู้และถอดบทเรียน, โครงการสังเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานสำคัญของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ, โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการประเมินผลฯ, โครงการประมวลวิเคราะห์ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินอย่างรอบด้านระยะที่ 1(Comprehensive Assessment of Emergency Medical Systems Phase I)