ThaiPublica > สู่อาเซียน > ASEAN Roundup กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายป้องกันโควิด-19 ระบาด โทษหนักจำคุก 20 ปี

ASEAN Roundup กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายป้องกันโควิด-19 ระบาด โทษหนักจำคุก 20 ปี

7 มีนาคม 2021


ASEAN Roundup ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2564

  • กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายป้องกันโควิด-19 ระบาด โทษหนักจำคุก 20 ปี
  • มาเลเซียปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2021
  • เวียดนามดันธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  • รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเสนอใช้ใบรับรองวัคซีนดิจิทัล
  • กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายป้องกันโควิด-19 ระบาด โทษหนักจำคุก 20 ปี

    ที่มาภาพ: https://www.khmertimeskh.com/50821244/draft-law-on-covid-19-measures-approved-by-the-national-assembly/

    ในการประชุมวิสามัญวันที่ 5 มีนาคม สภาผู้แทนราษฎรกัมพูชาได้ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

    ร่างกฎหมายป้องกันโควิดฉบับนี้ที่มีชื่อว่า “ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และโรคติดต่อร้ายแรงอื่นๆ” ประกอบด้วย 6 บท 18 มาตรา ได้กำหนดมาตรการด้านสุขภาพและการจัดการที่มุ่งการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งยังมีบทลงโทษที่รุนแรง รวมถึงการจำคุกสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดโรคในชุมชน

    ร่างกฎหมายป้องกันโควิดระบาดนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และวันที่ 5 มีนาคมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 83 คนที่เข้าร่วมในสมัยวิสามัญมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะมีการยื่นต่อวุฒิสภาให้ความเห็นชอบในขั้นตอนต่อไป

    นายเฮง สัมริน ประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์บนหน้าเฟซบุ๊กทางการของเขาหลังการประชุมว่า “ร่างกฎหมายใหม่นี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความพยายามร่วมกันของรัฐบาล และความใส่ใจด้วยความรับผิดชอบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนและเรา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ในอนาคตอันใกล้ประชาชนทุกคนจะรวมพลังกันอย่างแข็งขันด้วยสำนึกในความรับผิดชอบที่จะรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติของเรา”

    กระทรวงยุติธรรมได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้หลังจากเกิดการระบาดของโรคในชุมชนเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้ว 425 ราย จากการสืบสวนเหตุการณ์พบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ถูกกักกัน 4 คนที่หลบหนีการกักกันตัวจากโรงแรมสุขะในพนมเปญ โดยติดสินบนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คนและได้ไปพักอาศัยในคอนโดมิเนียมหลายแห่งในเมืองหลวง

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของของโรงแรมสองคนถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน และจะต้องเผชิญการดำเนินการทางกฎหมายของรัฐบาล

    ร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดโทษจำคุกนานถึง 20 ปีหากฝ่าฝืนมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

    กฎหมายระบุโทษจำคุก 3 ปีสำหรับการฝ่าฝืนคำสั่งกักกันและจำคุกสูงสุด 20 ปีสำหรับกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นโดยเจตนา และทำให้มีการแพร่กระจายไวรัส

    นายมัม บุนเฮ รัฐมนตรีสาธารณสุขเรียกให้ความเห็นว่าเป็น “ฐานกฎหมายที่แข็งแกร่งสำหรับรัฐบาล … เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน” หลังจากที่ร่างกฎหมายได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ในสภานิติบัญญัติ

    แต่องค์การด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่า กฎหมายดังกล่าวสามารถนำมาใช้เพื่อปราบปรามผู้ไม่เห็นด้วยในประเทศ ที่มีการปราบปรามฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่องภายใต้นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ที่มีอำนาจมาก ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียขององค์การด้านสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชายกเลิกร่างกฎหมายนี้

    มาเลเซียปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2021

    ที่มาภาพ: https://home.kpmg/xx/en/home/insights/2014/04/malaysia-thinking-beyond-borders.html

    รัฐบาลมาเลเซียได้ปรับลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดาลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนองบประมาณปี 2021 และยังได้เพิ่ม ขยายขอบเขต และยืดระยะเวลามาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาที่ได้ใช้ในปี 2020

    รัฐบาลได้ยืดระยะเวลาการลดการจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Employment Provident Fund: EPF) รวมทั้งการลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับโครงการเกษียณอายุเอกชน (Private Retirement Scheme: PRS) นอกจากนี้ยังมีการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลที่ต้องการเรียนหลักสูตรการฝึกทักษะใหม่และการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เพื่อการใช้งานส่วนตัวในปี 2021

    การปรับอัตราภาษีเงินได้
    ภายใต้งบประมาณปี 2021 รัฐบาลได้ลดอัตราภาษีเงินได้ลง 1% สำหรับผู้เสียภาษีที่เป็นประชาชนมาเลเซีย สำหรับรายได้ 50,000-70,000 ริงกิต จาก 14% เป็น 13%

    อัตราภาษีเงินได้พิเศษสำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง แต่ดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัท
    บุคคลที่ไม่ใช่พลเมืองที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหรือ C-suite (ตำแหน่งผู้บริหารที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร C เช่น CEO, CFO) ในบริษัทที่ต้องการย้ายถิ่นฐานายังมาเลเซีย จะจ่ายอัตราภาษีเงินได้คงที่ 15% โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • รับเงินเดือนไม่น้อยกว่า 25,000 ริงกิต (6,187 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • ดำรงตำแหน่ง C-suite เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน
  • เป็นผู้เสียภาษีของมาเลเซียในแต่ละปีของปีประเมินภาษีตลอดระยะเวลาที่ได้รับสิทธิใช้อัตราภาษีคงที่หน่วยงานพัฒนาการลงทุนแห่งมาเลเซีย (Malaysian Investment Development Authority: MIDA) เปิดรับคำขอใช้สิทธิอัตราภาษีเงินได้พิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2021
    ที่มาภาพ: https://www.aseanbriefing.com/news/individual-income-tax-amendments-in-malaysia-for-2021/

    ขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับโครงการ Returning Expert
    ภายใต้โครงการดึงดูดสมองไหลกลับจากชาวมาเลเซียที่ไปทำงานในต่างประเทศ (Returning Expert Program: REP) ชาวมาเลเซียที่กลับไปทำงานในมาเลเซียและถูกจัดว่าเป็นพลเมือง มีสิทธิ์ได้รับอัตราภาษีเงินได้คงที่ 15% เป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน

    นอกจากนี้ พวกเขายังมีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตต่างประเทศและนำเข้ามาทั้งคัน หรือการยกเว้นภาษีสรรพสามิตสำหรับการซื้อรรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ โดยจำกัดวงเงินไว้ที่ 100,000 ริงกิต (24,749 ดอลลาร์สหรัฐ)

    ทั้งนี้เปิดให้ยื่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 ถึง 31 ธันวาคม 2023

    ลดเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน
    ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2021 เงินสมทบของพนักงานใน EPF ลดลงจาก 11% เป็น 9%

    EPF เป็นแผนการออมและการเกษียณอายุภาคบังคับ สำหรับพนักงานเอกชนในมาเลเซีย โดยปกติพนักงานจะจ่ายเงินสมทบในอัตรา 7-11% ของเงินเดือนในแต่ละเดือน

    การลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์
    ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาสามารถขอรับการลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ถึง 2,500 ริงกิต (618 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์ เช่น การซื้อคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสื่อการอ่าน ซึ่งได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ริงกิต (742 ดอลลาร์สหรัฐ) และจะขยายเพิ่มเติมอีก 500 ริงกิต (123 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการซื้ออุปกรณ์กีฬา ค่าเข้า/เช่าอุปกรณ์กีฬา และค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมการแข่งขัน

    นอกจากนี้ยังได้ขยายขอบเขตของการเยียวยาให้ครอบคลุมถึงการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์

    การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการชดเชยการสูญเสียการจ้างงาน
    พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปี 1967 ระบุว่าเงินชดเชยใดๆ ที่ได้รับเนื่องจากการสูญเสียการจ้างงานจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตามบุคคลดังกล่าวสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ภายใต้สถานการณ์ต่อไปนี้

  • ยกเว้นภาษี 100% สำหรับการสูญเสียการจ้างงานเนื่องจากสุขภาพไม่ดี
  • 20,000 ริงกิต (4,949 เหรียญสหรัฐ) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการจ้างงานทั้งปีกับนายจ้างคนเดียวกันหรือ บริษัทจากกลุ่มเดียวกัน

    ทั้งนี้มีผลบังคับใช้กับการประเมินภาษีในปี 2020-2021

    การลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษา
    ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในสาขาที่รัฐบาล หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยอมรับ จะมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุด 7,000 ริงกิต (1,732 ดอลลาร์สหรัฐ) จากค่าธรรมเนียม

    รัฐบาลได้ขยายขอบเขตของการผ่อนปรนนี้เพื่อรวมค่าธรรมเนียม สำหรับการเข้าร่วมหลักสูตรเสริมทักษะหรือการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะด้วยตนเอง ซึ่งได้รับการยอมรับจากกรมพัฒนาและทักษะ อย่างไรก็ตาม การลดหย่อนภาษีจำกัดไว้ที่ 1,000 ริงกิต (247 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการประเมินในแต่ละปี

    การลดหย่อนภาษีสำหรับโครงการเกษียณอายุเอกชน
    ขยายการลดหย่อนภาษีเงินได้จากการสนับสนุนโครงการเพื่อการเกษียณอายุเอกชน (PRS) 3,000 ริงกิตไปจนถึงปี 2025.

    PRS เป็นโครงการลงทุนระยะยาวโดยสมัครใจที่พยายามเพิ่มทางเลือกให้กับชาวมาเลเซียที่ต้องการเพิ่มเงินออมเพื่อการเกษียณอายุ

    การขยายเวลาการลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับโครงการออมเพื่อการศึกษาแห่งชาติ
    รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการลดหย่อนภาษี 8,000 ริงกิต (1,980 ดอลลาร์สหรัฐ) ภายใต้โครงการเงินออมเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (SSPN) สำหรับเงินออมสุทธิจนถึงปี 2022

    SSPN เป็นโครงการออมทรัพย์ที่จัดตั้งโดย National Higher Education Fund Corporation (PTPTN) เพื่อช่วยพ่อแม่และผู้ปกครองประหยัดเงินสำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของบุตรหลาน ที่สำคัญกว่านั้นโครงการ SSPN ช่วยให้เด็กๆ สามารถเรียนต่อได้หากมีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซึ่งคาดว่า PTPTN จะได้รับเงิน 1.8 พันล้านริงกิต (445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในรูปเงินฝากผ่านโครงการ SSPN

    การลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับค่ารักษาพยาบาล
    การลดหย่อนภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นกับตนเอง/คู่สมรส/บุตรที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรงปรับเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ริงกิต (1,485 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็น 8,000 ริงกิต (1,980 ดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2021 ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขึ้นจาก 500 ริงกิต (523 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็น 1,000 ริงกิต (247 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ นอกเหนือจากการขยายการลดหย่อนภาษีเพื่อรวมค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนที่ปรับขึ้นเป็น 1,000 ริงกิต (247 ดอลลาร์สหรัฐ)

    วัคซีนที่มีสามารถใช้สิทธิ์ได้มีดังนี้ วัคซีนปากมดลูก, ไข้หวัดใหญ่, วัคซีนปอดอักเสบหรือวัคซีนนิวโมคอกคัส, โรคไข้สุกใส, ไวรัสโรต้า, โรคไข้กาฬหลังแอ่น, วัคซีนที่ลดขนาด antigen ของเชื้อคอตีบและไอกรน และโควิด-19

    นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียได้ออกมาตรการจูงใจและมาตรการใหม่ๆ เกี่ยวกับภาษีทางอ้อมและอากรแสตมป์ ที่นักธุรกิจควรรับรู้

    ภาษีทางอ้อม

  • เพิ่มเกณฑ์ยอดขายประจำปีสำหรับกิจกรรมใน FIZ และ LMW
  • ปัจจุบันการอนุมัติสำหรับกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม/เพิ่มเติมใดๆ ที่ดำเนินการในเขตอุตสาหกรรมเสรี (Free Industrial Zones: FIZ) และคลังสินค้าที่ได้รับใบอนุญาต (Licensed Manufacturing Warehouses: LMW) อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กิจกรรมมูลค่าเพิ่มต้องไม่เกิน 10% ของยอดขายประจำปีของบริษัท

    รัฐบาลได้เพิ่มเกณฑ์มูลค่าการขายต่อปี 10% เป็น 40% ของยอดขายประจำปีของบริษัท การผ่อนคลายนี้ช่วยให้บริษัทต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกระจายการดำเนินงาน และปรับโครงสร้างอุปทานเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่งในปัจจุบัน

    เสนอขยายสถานะ AEO
    โดยปกติแล้วสถานะ ผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือ Authorized Economic Operator (AEO) จะมอบให้กับผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ผลิตและ ผู้ค้าในมาเลเซีย

    การได้รับสถานะนี้ หมายความว่าธุรกิจสามารถดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว จากการควบคุมทางศุลกากร การชำระภาษีนำเข้าและส่งออกรอการตัดบัญชี และภาษีการขาย รัฐบาลได้เสนอให้ขยายสถานะ AEO ให้กว้างขึ้นเพื่อรวมผู้ให้บริการโลจิสติกส์และผู้ประกอบการคลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจของภาคธุรกิจต่างๆ ในประเทศได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศวันที่จะเริ่มใช้อย่างชัดเจน

    ยกเว้นภาษีการขายรถบัสที่ประกอบในประเทศ
    รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีการขายของรถบัสที่ประกอบในประเทศไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2022 การยกเว้นนี้ยังรวมถึงการซื้อชิ้นส่วนของรถบัส เช่น เครื่องปรับอากาศและแชสซี

    การขยายเวลาการยกเว้นอากรแสตมป์สำหรับโครงการบ้านจัดสรรที่ถูกทิ้งร้าง
    ผู้รับเหมาและนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโครงการที่อยู่อาศัยที่ถูกทิ้งร้าง มีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นอากรแสตมป์สำหรับสัญญาเงินกู้และตราสารในการโอน โครงการที่อยู่อาศัยที่ถูกทิ้งร้างจะต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการเคหะและรัฐบาลท้องถิ่นก่อน

    สิทธิประโยชน์แรงจูงใจนี้จะขยายไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2025

    ขยายขอบเขตเก็บภาษีท่องเที่ยว
    ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 จะมีการใช้ภาษีท่องเที่ยวและขยายให้ครอบคลุมที่พักที่จองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ PENJANA ภาษีการท่องเที่ยวจะได้รับการยกเว้นอย่างเต็มที่จนถึงเดือนมิถุนายน 2021

    โดยปกติแล้วจะมีการเรียกเก็บภาษี 10 ริงกิต (2.47 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อคืนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ไม่ถาวร ซึ่งพักในที่พักที่จดทะเบียน

    เวียดนามดันธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

    ที่มาภาพ: https://en.vietnamplus.vn/vietnam-striving-to-promote-sustainable-marine-aquaculture-development/197086.vnp

    เวียดนามจะมีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 280,000 เฮกตาร์และกระชัง 10.5 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2025 จากข้อมูลกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบท (Ministry of Agriculture and Rural Development: MARD)

    กระทรวงระบุว่า ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลประจำปีและการส่งออกจะสูงถึง 850,000 ตัน และมีมูลค่าราว 800 ล้านถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

    กระทรวง MARD ได้ใช้มาตรการต่างๆ ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับภาคธุรกิจนี้ให้เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจทางทะเลของประเทศภายในปี 2045

    แผนส่งเสริมการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงผลผลิต คุณภาพและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเล การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับโครงสร้างการผลิตและการสร้างห่วงโซ่คุณค่าสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่ม โดยที่อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในทะเลมีบทบาทสำคัญ

    เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนอกชายฝั่งมีการลงทุน จะมีมาตรการจูงใจ นอกจากนี้ยังมุ่งไปที่การสร้างชุมชนธุรกิจในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนอกชายฝั่งในเมืองและจังหวัดชายฝั่งทะเลที่สำคัญ ได้แก่ กว่าง นิญ, ไฮ ฟอง, บิ่ญ ดิ่ญ, ฟู้เอียน ,คั้ญฮหว่า, นิญถ่วน, บิ่ญถ่วน, บ่าเสียะ-หวุงเต่า, ก่า เมา, เกียนซาง ฯลฯ ที่มีศักยภาพสูง

    รวมทั้งจะมีการพัฒนาศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและแปรรูปสัตว์น้ำ บริการโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมงในพื้นที่ชายฝั่งตอนเหนือและตอนกลางตั้งแต่ทัญ ฮว้า ไปจนถึงบิ่ญถ่วน

    การพัฒนาจะให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบของการทำฟาร์มหลายสายพันธุ์และการสนับสนุนสถานประกอบการที่เปลี่ยนจากรูปแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบอุตสาหกรรม เป็นลำดับต้นๆ

    การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ความร่วมมือระหว่างประเทศในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการดึงดูดการลงทุนในสาขานี้จะได้รับการสนับสนุน และโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องจะได้รับการสนับสนุน

    เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ทะเลขั้นสูงพร้อมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการจัดการอย่างเป็นระบบภายในปี 2045 และตั้งเป้าที่จะเพิ่มผลผลิตมูลค่าการส่งออกต่อปีเป็น 3 ล้านตันและมีจำนวนมากกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐและ

    รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนเสนอใช้ใบรับรองวัคซีนดิจิทัล

    ที่มาภาพ: http://www.asean2021.bn/Theme/news/aem-02.03.21.aspx

    ดาโต๊ะ สรี โมฮัมเหม็ด อัซมีน อาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม มาเลเซียเปิดเผยว่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Asean) ได้เสนอให้ใช้ ใบรับรองวัคซีนดิจิทัลร่วมกันเพื่อเร่งการเปิดภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมกล่าวว่า ยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่เฉพาะเจาะจงว่าจะมีการนำใบรับรองวัคซีนดิจิทัลมาใช้เมื่อใด เนื่องจากจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีสาธารณสุข

    “เป็นข้อเสนอใหม่ผมได้รับแจ้ง (เกี่ยวกับเรื่องนี้) จากบรูไนในฐานะประธาน”

    “ไม่มีไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้สำหรับข้อเสนอนี้ แต่ผมเชื่อว่าหากสามารถสรุปได้ในเร็วๆ นี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรของสมาชิกอาเซียนได้อย่างแน่นอน” ดาโต๊ะ สรี โมฮัมเหม็ด อัซมีน อาลี กล่าวหลังการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนครั้งที่ 27 เมื่อวันพุธ (3 มีนาคม)

    ดาโต๊ะ สรี โมฮัมเหม็ด อัซมีน อาลีกล่าวในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนว่า ยังได้หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินการตามกรอบการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน (Asean Comprehensive Recovery Framework) ในฐานะเครื่องมือฟื้นฟูของภูมิภาค

    ดาโต๊ะ สรี โมฮัมเหม็ด อัซมีน อาลีกล่าวว่า รัฐมนตรีให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างเข้มข้น ในการหาแนวทางทั้งหมด เพื่อขยายการบูรณาการระดับภูมิภาคในด้านต่างๆ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนของการดำรงชีวิตตลอดจนความสามารถในการปรับตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนและอื่นๆ

    การประชุมยังพิจารณาถึงการขยายรายการสินค้าที่จำเป็นภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีสำหรับสินค้าจำเป็น (Implementation of Non-Tariff Measures on Essential Goods) ภายใต้แผนปฏิบัติการฮานอยว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของอาเซียนให้เข้มแข็งในการตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของโควิด-19 (Hanoi Plan of Action on Strengthening ASEAN Economic Cooperation and Supply Chain Connectivity in Response to the COVID-19 Pandemic) ตามที่ลงนามในเดือนพฤศจิกายน 2020

    “รัฐมนตรียังเห็นพ้องต้องกันถึงความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการมีส่วนร่วมของอาเซียนในห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก (GVC) ให้ลึกยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนภายในอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจและโอกาสในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอาเซียนในการสร้างความสามารถในการปรับตัวในภูมิภาคในระหว่างโลกจัดระเบียบใหม่”

    สำหรับความเป็นไปได้ที่จะให้อินเดียพิจารณาการเข้าร่วม Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) มาเลเซียในฐานะประเทศผู้ประสานงานด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอาเซียน-อินเดียจะหารือเกี่ยวกับการทบทวนข้อตกลงการค้าสินค้าระหว่างอาเซียน-อินเดีย (Asean-India Trade in Goods Agreement: AITIGA) เป็นครั้งแรก

    “AITIGA ดำเนินการมา 10 ปีแล้วและถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทบทวนข้อกำหนดบางข้อ เรากำลังรอการตอบรับจากอินเดียและเมื่อได้รับแล้วเราจะเริ่มตั้งคณะกรรมการเพื่อทบทวน AITIGA ในขณะเดียวกันผมเชื่อว่า เราจะสามารถชักชวนให้อินเดียกลับมาพิจารณาและทบทวนการตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วม RCEP เมื่อปีที่แล้ว”