ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ไทยยูเนี่ยนรุกตรวจโควิดให้พนง.กว่า 27,000 คนในสมุทรสาคร ยันทุกโรงงานยังเปิดตามปกติ

ไทยยูเนี่ยนรุกตรวจโควิดให้พนง.กว่า 27,000 คนในสมุทรสาคร ยันทุกโรงงานยังเปิดตามปกติ

7 มกราคม 2021


ข่าวประชาสัมพันธ์

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เร่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับพนักงานบริษัทฯ ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาคร รวม 27,522 คน

6 มกราคม 2564, กรุงเทพฯ – บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เร่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับพนักงานบริษัทฯ ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาคร รวม 27,522 คน ตอกย้ำสุขภาพและความปลอดภัยสูงสุดของพนักงานและการปฏิบัติงาน ณ วันที่ 5 มกราคม 2564 พนักงานไทยยูเนี่ยนจำนวน 23,630 คน หรือมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว โดยจำนวนพนักงานที่ปฏิบัติงานในจังหวัดสมุทรสาครมีทั้งสิ้น 27,552 คน และได้รับผลการตรวจยืนยันโดยวิธี PCR มีพนักงานที่ติดเชื้อเพียง 0.29 เปอร์เซ็นต์ หรือ 69 คน บริษัทได้ทำการแยกพนักงานกลุ่มดังกล่าวเพื่อกักตัวและส่งรักษากับทางภาครัฐต่อไปหากมีอาการใดๆ ทั้งนี้การตรวจทั้งสิ้นจะแล้วเสร็จในช่วงสัปดาห์หน้า

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ผมขอย้ำว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของเราทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดี โดยไม่จำกัด อายุ เพศ หรือเชื้อชาติ เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าการผลิตของไทยยูเนี่ยนจะดำเนินอย่างต่อเนื่อง”

ไทยยูเนี่ยนได้ปฏิบัติตามระเบียบวิธีและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการกักตัวพนักงานกลุ่มเสี่ยงที่มีการติดต่อกับผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐยังมีการติดตามผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงต่อไป ไทยยูเนี่ยนจะยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด

นายธีรพงศ์กล่าวต่อว่า “เราได้มีมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลผู้ที่ติดเชื้อเอาไว้แล้ว มาตรการและขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ยังรวมไปถึงการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบในขณะที่กักตัวตามแนวทางของภาครัฐ มีการระบุผู้ใกล้ชิดผู้ที่ติดเชื้อและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ ตลอดจนการทำความสะอาดฆ่าเชื้อ big cleaning ในบริเวณต่างๆ สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ โรงงานของไทยยูเนี่ยนทุกโรงยังคงเปิดดำเนินการตามปกติเนื่องจากจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบมีอัตราและจำนวนที่น้อยมาก”

ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ไทยยูเนี่ยนตอกย้ำเสมอว่าสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดคือสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน คู่ค้า ผู้บริโภคและชุมชนโดยรอบ และมีการเพิ่มมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด บริษัทฯ มีมาตรการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานที่โรงงาน การผลิตยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่ได้งดการประชุมติดต่อ ซึ่งครอบคลุมทั้งพนักงานบริษัทฯ และผู้ที่มาติดต่อ ยกเว้นธุรกรรมที่จำเป็นเท่านั้นและต้องได้รับอนุญาตจากคณะผู้บริหารของบริษัทฯ

บริษัทยังมีการจำกัดการเคลื่อนย้ายพนักงานภายในโรงงานเองและให้ฝ่ายสนับสนุนต่างๆ ทำงานจากบ้าน มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อต่างๆ ในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน รวมถึงให้พนักงานปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด บริษัทฯ ยังมีแผนการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ การฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ และมีแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินตามมาตรฐานสูงสุดในด้านสุขภาพและความปลอดภัยเพื่อพนักงาน การดำเนินงานและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

ตามรายงานองค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ระบุว่า ไม่มีความเสี่ยงที่เกิดการแพร่เชื้อผ่านผลิตภัณฑ์อาหารหรือบรรจุภัณฑ์อาหาร

“ผมมีความมั่นใจอย่างยิ่งในนโยบายและมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของเราที่โรงงาน ซึ่งมีความเข้มงวดในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อป้องกันการปนเปื้อนใดๆ รวมถึงไวรัสและการติดเชื้อต่างๆ” นายธีรพงศ์กล่าว

นอกจากนี้นายธีรพงศ์กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนยังคงดูแลชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ชาวสมุทรสาครได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดเป็นจำนวนมาก บริษัทได้มีการส่งความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ เราขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ไทยยูเนี่ยนยังคงเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกัน

เกี่ยวกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่ง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตปลาทูน่าในบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 126,275 ล้านบาท (4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 44,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอด จนส่งผลให้ไทยยูเนียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2562 ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยได้รับเลือกเป็นบริษัทอันดับ 1 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี FTSE4Good Emerging Index เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน และได้รับอีกหลากหลายรางวัลสำหรับการเป็นผู้นำในการทำงานด้านความยั่งยืน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เร่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้กับพนักงานบริษัทฯ ทุกคนในจังหวัดสมุทรสาคร รวม 27,522 คน

Thai Union implements COVID-19 tests for all its employees in Samut Sakhon Factories remain open and operational at capacity

January 2564, BANGKOK – Thai Union is proactively implementing COVID-19 testing at its own cost for its more than 27,000 employees in Samut Sakhon as the company continues to focus on its highest priority – health and safety standards for both its people and operations.

As of 5 January 2021, more than 85% of these employees (23,630 out of 27,552 employees) have been tested – with just 69 (0.29%) being confirmed as positive by PCR testing – with the remaining employee testing expected to be completed by next week. Those infected employees have been quarantined and if they show any symptoms, they will be treated as appropriate by the authorities.

“Each and every one of our employees in Samut Sakhon will receive a COVID-19 test. This is to ensure the health and safety of our people, regardless of age, sex and nationality, while ensuring the continuity of our operations,” said Thiraphong Chansiri, CEO of Thai Union Group.

Thai Union continues to follow all Health Ministry guidelines and protocols, with impacted employees placed in quarantine and contact tracing underway by the authorities. The company continues to closely monitor the situation and work with authorities in this regard.

“We have comprehensive protocols in place in case of positive test results; these protocols include ensuring taking care of the affected employees while isolating them according to government guidelines, identifying and testing close contacts and deep cleaning of visited work areas,” added Chansiri. “It is very important to note that, due to the extremely small number of impacted employees, all Thai Union’s factories currently remain open and operational at capacity.”

As the health and wellbeing of all Thai Union employees, partners, suppliers, customers and local communities remains the company’s top priority, following the rise of COVID-19 infections in Samut Sakhon, Thai Union has increased its already rigorous health and safety measures including health screening processes at the entrance of all facilities. Operations are all ongoing but in-person meetings for employees, contractors and visitors are cut down to essential business and only with permission from the management team.

The company limits employee movement among working locations within factories and manages support functions to work from home. Regular sanitization process both for workplace and work force is in place. The preparedness includes drills and business continuity plans. All measures are to ensure the highest health and safety standard of our people, products and production.

According to the World Health Organization (WHO) as well as the US Centers for Disease Control and Prevention and the Food and Drug Administration, there is virtually no risk of infection spread via food products or food packaging. “I have full confidence in the extremely strict safety and health policies in place at all our facilities to protect against any contamination, including contamination from virus and infection,” Chansiri said.

Thai Union remained committed to helping the communities where it operates. “A large number of people are being negatively impacted by the current COVID-19 outbreak in the Samut Sakhon area. We are also supporting the local authorities, who are putting all their efforts and resources into fighting this pandemic, and we remain confident that, together, we will soon be able to overcome this challenging situation,” Chansiri concluded.

About Thai Union Group

Thai Union Group PCL is the world’s seafood leader bringing high quality, healthy, tasty and innovative seafood products to customers across the world for more than 40 years.
Today, Thai Union is regarded as one of the world’s leading seafood producers and is one of the largest producers of shelf-stable tuna products with annual sales exceeding THB 126.3 billion (US$ 4.1 billion) and a global workforce of over 44,000 people who are dedicated to pioneering sustainable, innovative seafood products.

The company’s global brand portfolio includes market-leading international brands such as Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar, and Rügen Fisch and Thai-leading brands SEALECT, Fisho, Qfresh, Monori, Bellotta and Marvo.

As a company committed to innovation and globally responsible behavior, Thai Union is proud to be a member of the United Nations Global Compact, and a founding member of the International Seafood Sustainability Foundation (ISSF). In 2015, Thai Union introduced its SeaChange® sustainability strategy.

Find out more at seachangesustainability.org. Thai Union’s on-going work on sustainability issues was recognized in 2018 and 2019 by being ranked number one in the world in the Food Products Industry in the Dow Jones Sustainability Index, achieving a 100th percentile ranking for total sustainability score. Thai Union has now been named to the DJSI for seven consecutive years. Thai Union was also named to the FTSE4Good Emerging Index for the fifth straight year in 2020.