ThaiPublica > เกาะกระแส > ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ > ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: นายกฯ เพิ่มความเข้มข้นใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราจัดการม็อบ และ “ปิดตำนานลูกหนัง ดิเอโก มาราโดนา เสียชีวิตในวัย 60 ปี”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: นายกฯ เพิ่มความเข้มข้นใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราจัดการม็อบ และ “ปิดตำนานลูกหนัง ดิเอโก มาราโดนา เสียชีวิตในวัย 60 ปี”

28 พฤศจิกายน 2020


ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 14-27 พ.ย. 2563

  • นายกฯ แถลงการณ์ เพิ่มความเข้มข้นใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราจัดการม็อบ แกนนำเจอหมายเรียก ม.112
  • ตำรวจยืนยัน น้ำผสมสารเคมีฉีดผู้ชุมนุมเป็นไปตามมาตรฐานสากล ตำรวจ–นักข่าว–ผู้ชุมนุม อันตรายเท่ากัน
  • ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ปรับปรุงกฎหมายจำหน่าย ครอบครอง โคคา–โคเคน–มอร์ฟีน–ฝิ่น
  • ฮ่องกงยึดสารตั้งต้นยาบ้าเกือบ 400 ล้านบาท พบมาจากไทย
  • ปิดตำนานลูกหนัง “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา เสียชีวิตในวัย 60 ปี

  • นายกฯ แถลงการณ์ เพิ่มความเข้มข้นใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตราจัดการม็อบ

    แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี 19 พ.ย. 2563
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์รัฐบาลไทย

    วันที่ 19 พ.ย. 2563 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์ถึงความชุมนุม โดยมีการระบุเป็นใจความว่าสถานการณ์มีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงาน โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย เพิกเฉยต่อการเคารพสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยจะดำเนินคดีต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่สอดคล้องกับหลักการสากล

    ต่อมา วันที่ 20 พ.ย. 2563 พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการดังกล่าว โดยระบุเป็นใจความว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศรับไม่ได้กับสิ่งที่ผู้ชุมนุมทำ ตนจึงต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ และเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องทำงานตามหน้าที่อยู่แล้ว

    และเมื่อผู้สื่อขาวถามว่าจะมีการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ทำไม ก็เป็นกฎหมายทุกฉบับ สื่อเข้าใจคำว่ากฎหมายทุกฉบับหรือไม่ เข้าใจภาษาไทยหรือไม่ แปลภาษาไทยกันสิคำว่ากฎหมายทุกฉบับ”

    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
    ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/

    “สิ่งที่อยากจะบอกคนไทยทุกคน มาตรา 112 ไม่ได้ใช้เลย เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงพระเมตตา ไม่ให้ใช้ นี่คือสิ่งที่ท่านทรงทำให้แล้ว แล้วคุณก็ละเมิดกันไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้ หมายความว่ายังไง ต้องการอะไรกัน วันนี้ผมจำเป็นต้องพูด เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ”

    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
    นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
    ที่มา: เว็บไซต์บีบีซีไทย

    อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2563 พล.อ. ประยุทธ์ เคยออกมาเปิดเผยว่า พระยาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระเมตตาไม่ให้ใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112

    “สิ่งที่อยากจะบอกคนไทยทุกคน มาตรา 112 ไม่ได้ใช้เลย เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงพระเมตตา ไม่ให้ใช้ นี่คือสิ่งที่ท่านทรงทำให้แล้ว แล้วคุณก็ละเมิดกันไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้ หมายความว่ายังไง ต้องการอะไรกัน วันนี้ผมจำเป็นต้องพูด เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ”

    พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
    นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
    ที่มา: เว็บไซต์บีบีซีไทย

    อย่างไรก็ดี หลังจากที่นายกฯ ออกแถลงการณ์และให้สัมภาษณ์ดังกล่าว สัปดาห์ต่อมาก็มีแกนนำการชุมนุมได้รับหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้งสิ้น 17 ราย ประกอบด้วย

    1. พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน
    2. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง
    3. อานนท์ นำภา หรือ ทนายอานนท์
    4. ชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์ กับพวกอีก 4 คน
    5. ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง
    6. ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์
    7. นายชนินทร์ วงษ์ศรี
    8. น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์
    9. นายปิยรัฐ จงเทพ
    10. นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี
    11. นายอรรถพล บัวพัฒน์
    12. นายชูเกียรติ แสงวงศ์
    13. นายสมบัติ ทองย้อย

    อ่านเพิ่มเติม
    เว็บไซต์รัฐบาลไทย — แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี 19 พฤศจิกายน 2563
    เว็บไซต์บีบีซีไทย — มาตรา 112 : นายกฯ ยืนยัน “ใช้กฎหมายทุกฉบับทุกมาตรา” เอาผิดผู้ชุมนุม
    เว็บไซต์ไทยพีบีเอส — นายกฯ ชี้จำเป็นต้องใช้กฎหมายทุกฉบับคุมม็อบ
    เว็บไซต์บีบีซีไทย — มาตรา 112 : นายกฯ เตือนเยาวชนให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่ให้ใช้กฎหมายหมิ่นสถาบันฯ
    เว็บไซต์บีบีซีไทย — ส.ศิวรักษ์: ร. 10 คือ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงปิดทองหลังพระ”
    เว็บไซต์บีบีซีไทย — ม. 112 : เพนกวิน พริษฐ์ บอกได้รับหมายเรียกคดีหมิ่นฯ แล้ว
    เว็บไซต์ไทยโพสต์ — ‘อานนท์’ โดนแล้ว เจอ 2 หมายเรียกรับทราบข้อหาคดี 112
    เว็บไซต์มติชนออนไลน์ — รุ้ง-ไบร์ท อ่วมอีก ตร.นนท์ ออกหมายเรียกคดี 112 พร้อมพวกอีก 4 ราย
    เว็บไซต์ไทยพีบีเอส — 12 แกนนำราษฎรโดนหมายเรียกเพิ่ม ม.112

    ตำรวจยืนยัน น้ำผสมสารเคมีฉีดผู้ชุมนุมเป็นไปตามมาตรฐานสากล

    รศ. ดร.วีรชัย พุทธวงศ์
    ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
    มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์

    วันที่ 17 พ.ย. 2563 เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้นำผสมเคมีฉีดใส่ผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกเกียกกายด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูง

    รศ. ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้นำตัวอย่างน้ำสีม่วงที่ใช้ในฉีดสลายการชุมนุมไปวิเคราะห์ และพบว่าสีม่วงที่ใช้นั้นเป็นสีที่ไม่มีพิษภัย แต่ผสมสารสำคัญ 5 ตัวในสารละลายสีม่วง ประกอบด้วย

    1. Dimethyl sulfoxide, DMSO (ไดเมททิล ซัลฟอกไซด์) เป็นสารประกอบอินทรีย์ซัลไฟด์ มีลักษณะเป็นของเหลวไม่มีสี จุดเดือดสูง นิยมใช้เป็นตัวทำละลายและใช้เป็นสารทำความสะอาดส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองถ้าได้รับในปริมาณมาก

    2. 2-Chlorobenzaldehyde (2-คลอโรเบนซัลดีไฮด์) ลักษณะไม่มีสีหรือของเหลวใสสีเหลืองเล็กน้อย ข้อควรระวังคือทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา โดย 2-Chlorobenzaldehyde ใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิต o-chlorobenzyl Dene malononitrile หรือ 2-chlorobenzalmalononitrile หรือ o-Chlorobenzyl malononitrile ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ในแก๊สซีเอส (CS gas) ซึ่งเมื่อโดนแก๊สน้ำตาเข้าไปแล้ว จะเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตาและแก้วตาดำ ทำให้มีน้ำตาไหลออกมาก เยื่อบุตาจะแดงและแก้วตาดำจะบวม ตามองไม่เห็น น้ำมูกน้ำลายไหล ไอ หายใจลำบาก เมื่อร่างกายสัมผัสกับแก๊สน้ำตามักจะเกิดอาการภายในวินาทีหรือหลายนาที อาการจะเป็นอยู่นานประมาณ 15 –30 นาทีส่วนใหญ่จะหายเองภายในหนึ่งชั่วโมง

    3. 2-Chlorobenzyl alcohol (2-คลอโรเบนซิลแอลกอฮอล์) มีลักษณะเป็นผงสีขาว โดยสารตัวนี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ทั้งต่อดวงตา ผิวหนัง แม้แต่การสูดดมเข้าไป

    4. 2-chlorobenzalmalononitrile (2-คลอโรเบนซัลมาโลโนไนไตร) หรือ o-Chlorobenzyl malononitrile (CS gas) 2-chlorobenzalmalononitrile หรือ o-Chlorobenzyl malononitrile ทางทหารเรียกสั้นๆว่า CS จัดเป็นอาวุธเคมี (chemical weapon) ที่ใช้คุมฝูงชน แต่ไม่ทำให้ถึงตาย (non-lethal chemical weapon) โดยปกติในอุณหภูมิห้อง ไม่ได้อยู่ในสถานะก๊าซ เป็นของแข็ง แต่ทำเป็นละอองได้ เหมือนสเปย์พริกไทย

    5. o-Chlorobenzyl malononitrile เป็นสารก่อการระเคืองเหมือนกันที่อยู่ใน CS gas เหมือนกัน เป็นอนุพันธ์ของสารหมายเลข 4

    รศ. ดร.วีรชัย ระบุว่า สารหมายเลข 1 เป็นตัวทำละลาย เพื่อทำให้สารอีก 4 ตัวละลายรวมเป็นเนื้อเดียวกันเป็นหัวเชื้อ ส่วนสารหมายเลข 2, 3, 4, 5 เป็นกลุ่มแก๊สน้ำตาซึ่งใส่ตัวเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ใส่ไปทั้งหมด 4 ตัว

    รศ. ดร.วีรชัย ให้สัมภาษณ์เป็นใจว่า แม้โดยสัดส่วนแล้วการผสมสารลงไปจะมีสัดส่วนที่ได้มาตรฐานสากล แต่การที่เจ้าหน้าที่ผสมสารทั้งหมดลงไปหลังจากฉีดน้ำเปล่าไปก่อนแล้ว ทำให้ปริมาตรน้ำในถังฉีดน้อยกว่าที่ควรเป็น และทำให้สัดส่วนในการผสมไม่ได้มาตรฐานสากลขึ้นมา เพราะน้ำที่น้อยลงทำให้สารที่ผสมลงไปมีความเข้มข้นมากขึ้น

    อย่างไรก็ดี พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) เปิดเผยว่า การใช้เคมีฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยยึดตามมาตรฐานสากล ซึ่งการผสมสารเคมีเป็นระบบเทคโนโลยี ตำรวจเป็นผู้นำไปใส่ ไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้ ต้องผสมตามสัดส่วน เปรียบเทียบเช่นแทงก์สีพรินเตอร์ ดังนั้น ยืนยันว่าทั้งตำรวจ ซึ่งเป็นต้นทางและนักข่าวรวมถึงผู้ชุมนุมที่เป็นปลายทางก็ได้รับอันตรายเท่าๆ กัน

    ต่อมา วันที่ 23 พ.ย. 2563 นายคริส โปตระนันทน์ นักกฎหมาย อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ พา 3 ผู้ชุมนุมที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดน้ำขับไล่ผู้ชุมนุมที่รัฐสภาและแยกเกียกกายเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 แจ้งความกับ พ.ต.อ. สุรเดช พจนาพงษ์พานิช ผกก. สน.บางโพ เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐในฐานความผิดตามกฎหมายอาญา ม.157 และความผิดฐานทำร้ายร่างกายจากการกระทำดังกล่าว พร้อมน้ำตัวอย่างน้ำที่ใช้ฉีดและใบรับรองแพทย์มาประกอบเป็นหลักฐาน โดยผู้ชุมนุมที่ถูกฉีดน้ำใส่ในวันนั้นเกิดแผลพุพองและเนื้อหลุดลอก

    อ่านเพิ่มเติม
    เฟซบุ๊กแฟนเพจ WorkpointTODAY — รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เผยผลวิเคราะห์น้ำที่เจ้าหน้าที่ใช้ฉีดสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบมีสารทั้งหมด 5 ชนิด มีผลต่อการระคายเคืองผิวหนัง ดวงตา และระบบทางเดินหายใจ
    เฟซบุ๊กแฟนเพจ WorkpointTODAY — ตำรวจ ชี้แจง การผสมสารเคมีที่ฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมแยกเกียกกาย ยึดตามหลักมาตรฐานสากล ยืนยัน ทั้งตำรวจ ซึ่งเป็นต้นทางและนักข่าวรวมถึงผู้ชุมนุมที่เป็นปลายทางได้รับอันตรายเท่าๆ กัน
    เว็บไซต์เนชั่นทีวี — “3 ผู้ชุมนุมราษฎร” แจ้งความเอาผิด ตร. ฉีดน้ำผสมสารเคมี ทำเป็นแผลพุพอง

    ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ปรับปรุงกฎหมายจำหน่าย ครอบครอง โคคา–โคเคน–มอร์ฟีน–ฝิ่น

    ราชกิจจา_โคเคน

    วันที่ 16 พ.ย. 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงการอนุญาตจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 พ.ศ. 2563

    ใจความว่า กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 240 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พศ.2522 ออกตามความในพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

    ทั้งนี้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 คือยาเสพติดให้โทษทั่วไป มี 102 รายการ เช่น ใบโคคา โคคาอีนหรือโคเคน โคเดอีน ยาสกัดเข้มข้นของต้นฝิ่นแห้ง เมทาโดน มอร์ฟีน ฝิ่นยา (ฝิ่นที่ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งเพื่อใช้ในทางยา) ฝิ่น (ฝิ่นดิบ ฝิ่นสุก มูลฝิ่น)

    ผู้อนุญาตจะพิจารณาออกใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ได้เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาตมีความประสงค์ที่จะจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้

    (1) เพื่อการรักษาหรือป้องกันโรคให้แก่ผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยในทางการแพทย์

    (2) เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์

    (3) เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

    ผู้อนุญาตจะพิจารณาออกใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ได้

    เมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาตมีความประสงค์ที่จะครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2เฉพาะกรณี ดังต่อไปนี้

    (1) เพื่อการผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 (ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นต้นตำรับยาและมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 ผสมอยู่ คือ ยารักษาโรคที่มียาเสพติดประเภท 2 เป็นส่วนประกอบอยู่ในสูตร เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสีย)

    (2) เพื่อเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษา

    (3) เพื่อการวิเคราะห์หรือการศึกษาวิจัยทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์

    (4) เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

    (5) เพื่อใช้ประจำในการปฐมพยาบาลหรือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือเครื่องบินที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร

    ฯลฯ

    ฮ่องกงยึดสารตั้งต้นยาบ้าเกือบ 400 ล้านบาท พบมาจากไทย

    เว็บไซต์รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ว่าศุลกากรฮ่องกงได้ตรวจยึดสารเมทแอมเฟตามีน (สารตั้งต้นยาบ้า) มูลค่า 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 393 ล้านบาท) เอาไว้ได้ ที่สนามบินนานาชาติฮ่องกง โดยระบุว่า เป็นสารเสพติดที่ถูกส่งมาจากประเทศไทย

    รายงานระบุด้วยว่า ศุลกากรฮ่องกง ตรวจยึดสารเมทแอมเฟตามีน ต้องสงสัย น้ำหนัก 20 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่าตลาด 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 393 ล้านบาทเอาไว้ได้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

    วันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าตรวจสอบหีบห่อที่ถูกส่งมาจากประเทศไทย โดยหีบห่อต้องสงสัยที่บรรจุเมทแอมเฟตามีน ถูกซุกซ่อนไว้ในไส้กรองน้ำ 10 ชุด

    จากการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ศุลกากร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหญิง 2 คนในวัย 34 และ 40 ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องกับคดีใน ซ๊าม โซ๋ย โป๋ว และ ไตก๊กจุ่ย ตามลำดับ โดยเวลานี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม
    เว็บไซต์มติชนออนไลน์ — มาจากไทย! ฮ่องกง ยึด เมทแอมเฟตามีน สารตั้งต้นยาบ้า มูลค่าเกือบ 400 ล้านบ. ที่สนามบิน

    ปิดตำนานลูกหนัง “เสือเตี้ย” ดิเอโก มาราโดนา เสียชีวิตในวัย 60 ปี

    ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา เสียชีวิตในวัย 60 ปี เมื่อวันพุธที่ 25 พ.ย. 2563 ขณะนอนหลับที่บ้านเช่าใกล้กรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงอาร์เจนตินา โดยทีมแพทย์ชันสูตรพลิกศพเผยผลวินิจฉัยยืนยันสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตว่าคือหัวใจล้มเหลว เนื่องมาจากอาการบวมน้ำในปอด หลังจากมาราโดนาเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อ 11 พ.ย. เพื่อเข้ารับการผ่าตัดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง

    นอกจากนี้ ทีมแพทย์ชันสูตรพลิกศพมาราโดนา ยังตรวจพบโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม ซึ่งเป็นอาการป่วยที่กล้ามเนื้อหัวใจ จนทำให้หัวใจเต้นช้าลงและขยายใหญ่ขึ้นจนหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ และทำให้เกิดอาการบวมน้ำในปอด จนทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

    อ่านเพิ่มเติม
    เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ — หมอยืนยันสาเหตุ ‘มาราโดนา’ ลาโลกขณะหลับ แฟนบอลแห่รอเคารพศพสุดอาลัย