ThaiPublica > ข่าวประชาสัมพันธ์ > ก.ล.ต. รับประกาศนียบัตรองค์กรคาร์บอนต่ำชดเชยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

ก.ล.ต. รับประกาศนียบัตรองค์กรคาร์บอนต่ำชดเชยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

17 กันยายน 2020


ข่าวประชาสัมพันธ์

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) (ซ้าย) เข้าร่วมรับมอบประกาศนียบัตรด้านการทำกิจกรรมชดเชยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเภทองค์กรและอีเว้นท์ จากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ขวา)

ก.ล.ต. รับประกาศนียบัตรด้านการชดเชยก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2563

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับประกาศนียบัตรด้านการทำกิจกรรมชดเชยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเภทองค์กรและอีเว้นท์ ในฐานะองค์กรที่มีการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ดี จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ต่อเนื่องอีกปี หลังจากที่ในปี 2562 ก.ล.ต. ได้รับประกาศนียบัตรการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำโดยการชดเชยให้เป็นศูนย์มาแล้ว

ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน โดยมีนโยบายที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การส่งเสริมการลดและชดเชยก๊าซเรือนกระจก จึงได้จัดทำคาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กรชดเชยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาเป็นศูนย์ และขึ้นทะเบียนการแสดงคาร์บอนฟุตพริ้นท์กับอบก. ขอรับรองเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำกับมาตั้งแต่ปี 2558

ปีนี้มีเป้าหมายขยายกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนให้ครอบคลุม และทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนในงานสัมมนาต่างๆของ ก.ล.ต.จำนวน 3 งาน เป็นจำนวน 35 ตันคาร์บอนและได้รับประกาศนียบัตรด้านการทำกิจกรรมชดเชยก๊าซเรือนกระจกประเภทการจัดงาน (Carbon Neutral Event) ด้วย

“โดยในปีนี้ได้ชดเชยคาร์บอนขององค์กร ได้ทั้งสิ้น 2507 ตันคาร์บอน”

นับตั้งแต่ปี 2558-2563 ก.ล.ต.มีการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ให้เป็นศูนย์ไปแล้ว 14,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมเป็นเงิน 2,214,920 บาท ประกอบด้วย

  • ปี 2563 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,507 ตันจาก โครงการผลิตสารปรับปรุงดินจากขยะอินทรีย์เทศบาลเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
  • ปี 2562 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,392 ตันจาก บริษัท มิตรผล ไบโอเพาเวอร์ (ด่านช้าง) จำกัด
  • ปี 2561 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,308 ตันจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โครงการนเรศวร ไฮโดรเพาเวอร์
  • ปี 2560 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,390 ตันจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โครงการนเรศวร ไฮโดรเพาเวอร์
  • ปี 2559 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,403 ตันจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โครงการนเรศวร ไฮโดรเพาเวอร์
  • ปี 2558 ซื้อคาร์บอนเครดิต 2,400 ตันจาก โครงการผลิตก๊าซชีวภาพและไฟฟ้าจากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
  • ทั้งนี้ ก.ล.ต. ยังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนผนวก ESG เข้ากับการทำธุรกิจ (ESG in process) ของตนเองเพื่อความยั่งยืน และให้เริ่มเตรียมข้อมูลเพื่อเปิดเผยการดำเนินการเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแบบ 56-1 One Report ซึ่งมีผลใช้บังคับในปี 2565 และหากบริษัทจดทะเบียนมีความพร้อมสามารถเปิดเผยข้อมูลก่อนมีผลใช้บังคับ (early adopt) ได้ในปี 2564

    ในปี 2563 มีผู้เข้าร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศและได้รับประกาศนียบัตรจากอบก.กว่า 300 ราย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากกว่า 4.8 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า